กสทช.ลุยลงทะเบียนซิมอาเซียน
กสทช.ลุยพัฒนาระบบลงทะเบียนซิมใน สปป.ลาว พร้อมขยายเมียนมา-กัมพูชา ยกระดับโทรคมนาคมอาเซียน
กสทช.ลุยพัฒนาระบบลงทะเบียนซิมใน สปป.ลาว พร้อมขยายเมียนมา-กัมพูชา ยกระดับโทรคมนาคมอาเซียน
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับรัฐบาล สปป.ลาว ในการลงทะเบียนซิมมือถือ โดยรัฐบาลลาวจะรับผิดชอบด้านฮาร์ดแวร์ ขณะที่ กสทช.จะเข้ามารับผิดชอบด้านเทคโนโลยีสื่อสารและพัฒนาแอพพลิเคชั่นลงทะเบียน โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด 5-10 ล้านบาท
“การลงทะเบียนซิมจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพทางสังคมให้กับประเทศลาวได้ โดยเฉพาะด้านความมั่นคงของประเทศ ทั้งด้านความปลอดภัยของประชากรและการติดตามผู้กระทำผิด ซึ่งการลงทะเบียนซิมจะช่วยให้ตรวจสอบตัวตนของผู้ใช้งานหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้” นายฐากร กล่าว
ทั้งนี้ จะหารือในรายละเอียดด้านเทคนิคเพิ่มเติมสำหรับการออกแบบการใช้งานแอพพลิเคชั่น 2 แชะและสำรวจพื้นที่ เพื่อพัฒนาโครงการดังกล่าวให้เสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ พร้อมส่งมอบระบบต้นแบบให้กับลาวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 และในอนาคตจะขยายความร่วมมือด้านการลงทะเบียนซิมไปยังเมียนมาและกัมพูชา เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพระบบโทรคมนาคมในอาเซียน
นายบุญเฉลิมชัย เคนนะวงศ์ ปลัดกระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคมของ สปป.ลาว กล่าวว่า การลงทะเบียนซิมครั้งนี้ตั้งเป้าครอบคลุมประชากร 100% ทั่วประเทศ โดย สปป.ลาวมีประชากร 6.5 ล้านคน และผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ 5ล้านเลขหมาย ซึ่งที่ผ่านมาดำเนินการลงทะเบียนซิมได้เพียง 60%
“การก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศสมาชิกนั้นมีความสำคัญต่อทิศทางการพัฒนาประเทศอย่างมากผ่านการเชื่อมโยงความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม และความร่วมมือครั้งนี้มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะด้านความมั่นคงในประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาระบบลงทะเบียนซิมในประเทศนั้นล้มเหลวด้วยความอ่อนแอของเทคโนโลยีและกฎข้อบังคับ” นายบุญเฉลิมชัย กล่าว
สำหรับที่ผ่านมา ผู้ประกอบการมือถือ 4 รายใน สปป.ลาว ได้แก่ ลาวเทเลคอม โทรคมนาคมลาว ยูนิเทล และบีไลน์ ไม่เข้มงวดเท่าที่ควร เป็นการลงทะเบียนผ่านเอสเอ็มเอสและระบบสายตรง ทำให้ข้อมูลการลงทะเบียนขาดความน่าเชื่อถือ มีข้อมูลประชากรไม่ครบถ้วน และไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลลาวจำเป็นต้องเข้มงวดในการกำหนดขอบเขตการลงทะเบียนที่ชัดเจน โดยจะใช้กลยุทธ์ “เคาะประตูบ้าน” เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ประชากรร่วมมือและเห็นความสำคัญของการยกระดับโทรคมนาคมในประเทศ


