สตาร์ทอัพไทยหวังไปต่อ มั่นใจตลาดในประเทศยังรุ่ง
สตาร์ทอัพไทยแนะเทคนิคความสำเร็จในการทำงานจะต้องมีความสุข ทีมงาน เมนเทอร์ ไทม์มิ่ง สินค้าตรงกับความต้องการของตลาดและมีใจเต็มเปี่ยม
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
สตาร์ทอัพไทยแนะเทคนิคความสำเร็จในการทำงานจะต้องมีความสุข ทีมงาน เมนเทอร์ ไทม์มิ่ง สินค้าตรงกับความต้องการของตลาดและมีใจเต็มเปี่ยม เพราะการทำงานในรูปแบบสตาร์ทอัพนั้น ไม่ได้มีแค่ความเชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความพร้อมใน 7 อย่างข้างต้น
นพพล อนุกูลวิทยา และ อมรเชษฐ์ จินดาอภิรักษ์ สองผู้ร่วมก่อตั้ง เทคมีทัวร์ เว็บไซต์รวมไกด์ท้องถิ่น กล่าวว่า การทำธุรกิจท่องเที่ยวของเทคมีทัวร์ เป็นการให้คนในพื้นที่มีโอกาสได้แนะนำสถานที่ที่คุ้นเคยประหนึ่งเป็นไกด์ท้องถิ่นชั่วคราว ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกมากต้องการท่องเที่ยวแบบสัมผัสถึงวัฒนธรรมจริงๆ
“แม้ว่ารูปแบบการให้บริการของเราจะคล้ายกับอาชีพมัคคุเทศก์และอาจจะต้องมีการจดทะเบียนอนุญาตสำหรับการทำธุรกิจในอนาคต แต่ตอนนี้มองว่ายังเป็นธุรกิจขนาดเล็กจึงยังไม่น่าจะมีผลกระทบ แต่ถ้าในอนาคตธุรกิจใหญ่ขึ้นก็อาจจะต้องดำเนินการ ตอนนี้เรามีไกด์ท้องถิ่นหลักหมื่นคนใน 40 จังหวัดทั่วไทย และอยากจะขยายไปยังพื้นที่ท้องถิ่นให้มากขึ้น เพราะการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีการเติบโตสูง แต่รายได้ส่วนใหญ่มาจากโรงแรมหรือทัวร์ต่างประเทศ”
ด้าน พงษ์ธร ถาวรธนากุล ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ ฟีโนมีน่า ผู้ให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ผ่านแพลตฟอร์ม NTER กล่าวว่า จากจำนวนบัญชีออมทรัพย์กว่า 30 ล้านบัญชี มีเพียงแค่ 5 ล้านบัญชีเท่านั้นที่สนใจการลงทุน ช่วงแรกมีคนลงทุนแล้วกว่า 150 ล้านบาท ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงที่เปิดตัว
“เรายังมีโอกาสในตลาดนี้อีกมาก เพราะคนที่มีเงินไม่มากแต่อยากลงทุนมักจะไม่ค่อยมีที่ปรึกษาด้านการลงทุนที่ดีพอ ทำให้เราพัฒนารูปแบบการลงทุนที่เรียกว่า NTER และมีใบอนุญาตให้คำปรึกษาด้านการลงทุนที่เชื่อถือได้”
ทั้งนี้ แพลตฟอร์ม NTER เป็นโปรแกรมที่จะช่วยให้ลงทุนได้ตามเป้าหมายทางการเงินของแต่ละคน รวมถึงมีการแนะนำพอร์ตการลงทุนอย่างเป็นระบบ เหมาะสมกับระยะเวลาการลงทุนและความเสี่ยงที่รับได้ หลังจากเปิดให้บริการผ่านงานสัมมนาครั้งล่าสุดได้มีผู้ให้ความสนใจลงทุนผ่านระบบนี้แล้วกว่า 1,300 ล้านบาท
สิทธิศักดิ์ วงศ์สมนึก ผู้ก่อตั้ง Giztix ผู้ให้บริการ Platform e-Logistics เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทำซอฟต์แวร์เกี่ยวกับการบริหารระบบโลจิสติกส์ให้กับองค์กรขนาดใหญ่ 20 รายใช้งาน แต่ด้วยสภาพตลาดโลจิสติกส์ที่แข่งขันกันสูง และเอสเอ็มอีเกิดใหม่ก็ต้องการใช้ระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ จึงปรับรูปแบบธุรกิจจากการทำซอฟต์แวร์มาเป็นสร้างแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสสำหรับให้บริการด้านโลจิสติกส์
“กิซติกเกิดขึ้นมา 6 เดือน และระดมทุนรอบแรกจากดีแทค พร้อมกับได้การสนับสนุนนระดับเริ่มต้น (Seed Funding) จากกองทุนประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นผู้ประกอบการในประเทศไทยรายแรกที่ให้บริการมาร์เก็ตเพลสสำหรับโลจิสติกส์ โดยชูจุดเด่นเรื่องความปลอดภัย และความเร็วในการใช้บริการ ที่สำคัญระบบทั้งหมดถูกพัฒนาโดยคนไทย”
สำหรับ กิซติก จะเปิดให้บริษัทโลจิสติกส์เข้ามารับงานภายใต้มาร์เก็ตเพลสได้ฟรี แต่ต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน เช่น ได้รับใบอนุญาตขนส่งสินค้า และได้รับการการันตีจากองค์กรขนาดใหญ่จำนวน 10 ราย เป็นต้น ปัจจุบันมีบริษัทโลจิสติกส์ที่มาให้บริการในมาร์เก็ตเพลส 120 ราย ครอบคลุมการขนส่งทั่วเอเชีย ผ่านสายส่งในระบบ 1,200 คัน และมีการใช้งานเติบโต 30% ทุกเดือน
ขณะที่ เรืองโรจน์ พูนผล ผู้จัดการกองทุน 500 ตุ๊กตุ๊กส์ กล่าวย้ำว่า อีกปัจจัยที่ทำให้สตาร์ทอัพเติบโตคือได้นักลงทุนที่ดี เพราะสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จในระดับโลก 70% เกิดขึ้นจากการแนะนำของนักลงทุนไปในทางที่ถูกต้อง ดังนั้นเงินทุนก้อนแรกอาจไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่สุด แต่การที่นักลงทุนเข้ามาสร้างแรงบันดาลใจ และช่วยให้สตาร์ทอัพเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง จะช่วยให้สำเร็จมากกว่า


