สนุก! พัฒนากลยุทธ์ ชิงเม็ดเงินออนไลน์
สนุกได้ปรับเปลี่ยนระบบการหารายได้ให้ครอบคลุมทั้งการเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น
โดย..ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
แม้ในปีที่ผ่านมาจะไม่ค่อยเห็น สนุก! เว็บไซต์ข่าวและไลฟ์สไตล์ออนไลน์ ซึ่งถือว่าเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มเว็บไซต์ที่มีคนเข้าชมผ่านช่องทางต่างๆ มากที่สุด โดยมีจำนวนกว่า 25 ล้านเพจวิว/วัน และต้องยอมรับว่าการแข่งขันในตลาดโฆษณาดิจิทัลในไทยมีการเติบโตมากขึ้น จึงต้องวางกลยุทธ์เพื่อหารายได้จากช่องทางเหล่านี้อย่างเหมาะสม
กฤตธี มโนลีหกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สนุกออนไลน์ เปิดเผยว่า การลงทุนระบบเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลกับพาร์ตเนอร์อย่างเป็นทางการ จะช่วยให้สนุก! มีฐานข้อมูลที่เหมาะสมและน่าสนใจในการขายโฆษณามากขึ้น ถือว่าเป็นการวางกลยุทธ์ในการหารายได้เพื่ออนาคต โดยข้อมูลจากทางสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ที่คาดการณ์มูลค่าตลาดโฆษณาดิจิทัลในไทยปี 2558 จะอยู่ที่ 8,134 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 33% จากปี 2557 มีมูลค่าตลาด 6,115 ล้านบาท ซึ่งถือว่ายังมีโอกาสเติบโตอีกมาก
“สนุก! ได้ปรับเปลี่ยนระบบการหารายได้ให้ครอบคลุมทั้งการเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น เพราะเทรนด์ออนไลน์และโมบิลิตี้ ไม่ควรจำกัดว่าลูกค้าจะเข้ามาใช้งานจากช่องทางใด ซึ่งการจับมือกับบริษัท ไอเร็ป จากญี่ปุ่น ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านโฆษณาดิจิทัลครบวงจร โดยเฉพาะรูปแบบการโฆษณาผ่านบริการสืบค้นข้อมูล และดี เอ ซี คอนโซเทียม อิงค์ (DAC) ในการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีโฆษณา พร้อมบริการเซิร์ฟเวอร์โฆษณา ‘FlexOne®STINGRAY’ มาเป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อสร้างมูลค่าในการหารายได้เพิ่มให้กับสื่อออนไลน์ที่มีในเครือ”
ทั้งนี้ บริษัทได้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องระบบวิเคราะห์เหล่านี้ แก่ผู้ให้บริการด้านเว็บไซต์ค่ายอื่นเช่นกัน เพื่อให้ทุกเว็บไซต์สามารถเก็บข้อมูลกลางและเป็นมาตรฐานที่ชัดเจนเหมือนกัน
“หากเราทำเพียงรายเดียวก็จะได้ข้อมูลของเราเพียงด้านเดียว ผู้ให้บริการเว็บไซต์ออนไลน์ต้องมองเรื่องของธุรกิจเป็นหลัก เพราะลูกค้าที่มาลงโฆษณาย่อมต้องการความน่าเชื่อถือของข้อมูล การลงโฆษณาอาจเลือกเจาะจงกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันซึ่งไม่ใช้ทั้งหมด ดังนั้น หากมีฐานข้อมูลเดียวกันที่น่าเชื่อถือก็จะช่วยลูกค้าในการตัดสินใจลงโฆษณาแต่ละส่วนอย่างเหมาะสม และยังเป็นการจัดมาตรฐานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน”
ในส่วนของธุรกิจใหม่ (New Product) ที่สนุก! หันมามุ่งเรื่องให้บริการแอพพลิเคชั่นอย่าง iPick และ Joox มากขึ้นนั้น เพราะมองว่าเป็นการจับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เข้าใช้งานคอนเทนต์ของสนุก! มาพัฒนาเป็นธุรกิจและมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก
“ผู้ให้บริการต้องเข้าใจลูกค้าของตัวเอง เราจึงจับไลฟ์สไตล์ที่คนนิยมก่อน ตั้งแต่ทดลองใช้งานและเปิดตัว JOOX อย่างเป็นทางการ ถือว่ามีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งผมเคยบอกว่าสิ้นปีตั้งเป้าผู้ใช้งาน 5 ล้านราย แต่ตอนนี้มีผู้ใช้งานแตะ 2-3 ล้านรายแล้ว เรียกได้ว่าโต 150% ในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์ ยอดดาวน์โหลดและกลับมาใช้งานซ้ำก็มีอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงเร่งที่จะเพิ่มเพลง หมวดหมู่และคอนเทนต์เพื่อผู้ใช้งานอยู่กับเรานานที่สุด”
กฤตธี ยังกล่าวแนะนำเทรนด์การแข่งขันในตลาดเว็บไซต์ออนไลน์ ว่าไม่ควรแข่งแค่เรื่องความเร็ว ผู้ให้บริการคอนเทนต์ที่ดีควรมี 3C คือ เนื้อหา (Content) ควรให้ข้อมูลอย่างถูกต้อง กระชับและโดนใจคนอ่าน ที่ใช้เวลาในการอ่านเพียง 3 นาที/ข่าว ช่องทางการนำเสนอ (Chanel) ต้องมีครบทุกด้าน เพราะคนอ่านจะมาจากช่องทางที่ต่างกันและเทคนิคการนำเสนอ (Incubation) ที่ต่อเนื่องและเปิดกว้างในช่องทางใหม่ๆ เพื่อให้ทันกระแสออนไลน์ที่โตอย่างรวดเร็ว


