posttoday

บอสกูเกิลรับอื้อซ่า ผู้บริหารค่าตัวสูงสุด

10 กุมภาพันธ์ 2559

กรรมาธิการตลาดหุ้นสหรัฐ เผบซีอีโอเครือกูเกิลกลายเป็นผู้บริหารที่มีรายได้สูงสุดในสหรัฐจากหุ้นที่บริษัทมอบให้

กรรมาธิการตลาดหุ้นสหรัฐ เผบซีอีโอเครือกูเกิลกลายเป็นผู้บริหารที่มีรายได้สูงสุดในสหรัฐจากหุ้นที่บริษัทมอบให้

ซันดาร์ พิไช หรือศุนทัร ปิจไช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารแห่งอัลฟาเบ็ท (Alphabet) บริษัทแม่ของกูเกิล กลายเป็นผู้บริหารที่มีรายได้สูงที่สุดในสหรัฐ จากข้อมูลที่ปรากฏในรายงานถึงคณะกรรมาธิการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ โดยยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอทีเชื้อสายอินเดียรายนี้ มีรายได้จากหุ้นที่ถือไว้ถึง 199 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 7,056 ล้านบาท

พิไชรับตำแหน่งซีอีโอของบริษัทเมื่อวันที่ 5 ต.ค. หลังจากมีการปรับโครงสร้างใหม่โดยก่อตั้งบริษัทอัลฟาเบ็ท เข้ามาดูแลกิจการในเครือกูเกิลทั้งหมดเมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว และเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา เขาได้รับหุ้นจากบริษัทจำนวน 273,328 หุ้น คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 199 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อรวมกับสินทรัพย์ของเขาที่มีอยู่เดิม ทำให้มีมูลค่าสูงถึง 650 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 23,048 ล้านบาท

ผู้บริหารของกูเกิลจะได้รับหุ้นเป็นส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกไตรมาส จนกระทั่งถึงปี 2019 ซึ่งหมายความว่า เขาจะได้มีสิทธิ์ถือครองหุ้นที่ได้รับมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกระทั่งได้รับสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ในหุ้นทั้งหมดในอีก 3 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ผู้ก่อตั้งกูเกิลทั้งสองคน คือ แลร์รี่ เพจ กับ เซอร์เกย์ บริน ต่างก็ครอบครองสินทรัพย์เป็นเงินมหาศาลถึง 34,600 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 33,900 ล้านเหรียญสหรัฐตามลำดับ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อัลฟาเบ็ทได้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกแซงหน้าแอปเปิล (Apple) และมีแนวโน้มที่รายได้จะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจากโฆษณาออนไลน์

สำหรับผู้บริหารที่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำที่สุด 5 อันดับแรกของสหรัฐประจำปี 2015 ยังรวมถึง จอห์น แฮมเมอร์เกรม แห่งบริษัทเวชภัณฑ์แมคเคสสัน (McKesson) มีรายได้ 131.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วย ราเลฟ ลอเรน แห่งแบรนด์แฟชั่นชื่อดัง มีรายได้ 66.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ไมเคิล ฟาสชิเทลลี แห่งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ Vornado Realty มีรายได้ 64.4 ล้านเหรียญสหรัฐ และริชาร์ด คินเดอร์ แห่ง Kinder Morgan บริษัทด้านพลังงานมีรายได้ 60.9 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา www.m2fnews.com

ภาพ...เอเอฟพี

ข่าวล่าสุด

สรุปมาตรการ 3 ระยะ หากเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง "ไวรัสนิปาห์"