posttoday

ทีวีดิจิทัลวิ่งสู้ฟัด ชูละคร-ออนไลน์หารายได้

07 มกราคม 2559

ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา ถือว่าผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลทุกรายสู้กันสุดชีวิต

ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา ถือว่าผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลทุกรายสู้กันสุดชีวิต

เพราะนอกจากจะเจอความไม่พร้อมจากการเปลี่ยนผ่านการออกอากาศในระบบอะนาล็อกสู่ระบบดิจิทัล ที่ยังมีความบกพร่องในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายการส่งสัญญาณ การแจกแลกติดตั้งคูปองกล่องเซตท็อปบ็อกซ์  การโฆษณาประชาสัมพันธ์ หรือปัจจัยควบคุมไม่ได้จากเศรษฐกิจชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังกัดฟันเดินหน้าต่อ แม้ว่าตอนนี้มีบางราย เช่นกลุ่มทีวีพูล ถอดใจไปแล้ว 2 ช่อง และในเดือน ก.พ.ที่จะถึงนี้ ทุกรายต้องจ่ายเงินค่าใบอนุญาตงวดที่ 3 ดังนั้นปีนี้จึงเป็นการวัดโมเดลธุรกิจของทีวีดิจิทัล ว่าค่ายไหนจะพบทางรอดหรือร่วง จะไปทางแมสละครตบจูบ วาไรตี้ เกมโชว์ ปั้นข่าวสาระบันเทิงขึ้นมาเป็นรายได้อีกขา หรือเจาะเซ็กเมนต์ เช่น ช่องกีฬา ช่องเพลง

มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจทีวีดิจิทัลในปี 2559 หลายช่องยังคงต้องทำงานหนัก เนื่องจากการแข่งขันจะมีความดุเดือดมากขึ้น ซึ่งหลายช่องหันมาชูคอนเทนต์เรื่องละครเป็นจุดขาย ตามด้วยรายการวาไรตี้ ส่วนคอนเทนต์ข่าวมองว่ายังคงแข่งขันรุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากแนวโน้มของคอนเทนต์ละครที่จะแข่งขันรุนแรงมากขึ้น ปีนี้จึงจะเห็นละครรีเมกของทีวีดิจิทัลแต่ละช่องมากขึ้น ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลหันมาให้ความสนใจกับการผลิตคอนเทนต์ละครออกอากาศ เพราะมั่นใจว่าคนไทยยังคงให้ความสนใจคอนเทนต์ละครมากกว่าคอนเทนต์อื่นๆ

ด้วยเหตุนี้แต่ละช่องเลยพยายามสร้างดาราตัวแม่ขึ้นมาเป็นจุดขายให้กับช่อง แต่งบประมาณในการลงทุนไม่น่าจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลยังคงต้องประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ เพราะโฆษณายังเข้าไม่มาก เพราะเจ้าของสินค้ายังระมัดระวังการใช้งบต่อเนื่องจากปีที่แล้ว

จากสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้รูปแบบของการทำการตลาดของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลและผู้ประกอบการสินค้าจะมีการเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมจะซื้อสื่อโฆษณาหลักเพียงอย่างเดียว แต่ปี 2559 จะมีไทอินสินค้าหรือโฆษณาแฝงในละคร และรายการวาไรตี้มากขึ้น ส่วนรูปแบบการขายโฆษณาก็จะขายพ่วงมากขึ้น

อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจะเห็นในปีนี้ คือ ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะหันมาหารายได้จากจอที่ 2 หรือเซคันสกรีนมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ดูรายการทีวีผ่านหน้าจอทีวีลดลง ด้วยเหตุนี้ในปี 2559 น่าจะเห็นผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลออกมาทำกิจกรรมการตลาดผ่านหน้าจอมือถือ หรือแอพพลิเคชั่น มากขึ้น หารายได้เสริมผ่านคอนเทนต์ละครทุกรูปแบบ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจมากขึ้น

มานะ กล่าวว่า  ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่น่าเป็นห่วงในปี 2559  คือ กลุ่ม 5 ช่องที่เรตติ้งอยู่อันดับสุดท้าย เป็นกลุ่มที่มีโฆษณาเข้าน้อย เมื่อมีรายได้เข้าน้อยผู้ประกอบการก็จะหันมาประหยัดค่าใช้จ่าย  และถ้าไม่ไหวจริงๆ อาจมีการเลิกจ้างพนักงานบางส่วน  เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการซื้อตัวพนักงานมาในราคาที่ค่อนข้างสูง

ด้าน สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3  กล่าวว่า พฤติกรรมการรับชมรายการทีวีของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไป คือหันมาดูผ่านช่องทางออนไลน์เยอะขึ้น  จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องเร่งปรับตัวตามให้ทัน

นอกจากนี้  การที่คอนเทนต์รายการต่างๆ ของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลไม่ค่อยมีความแตกต่างกัน ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 ยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว เชื่อว่าผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะต้องทำการตลาดแบบวิ่งสู้ฟัด  เนื่องจากงบโฆษณาในปี 2559 น่าจะยังไม่แตกต่างจากปี 2558 เห็นได้จากงบโฆษณาเดือน ธ.ค. ยังลดลง เพราะหลายสินค้ายังระวังการใช้งบ

แม้ว่าครึ่งปีแรกสถานการณ์ของทีวีดิจิทัลและอุตสาหกรรมโฆษณาจะยังอยู่ในทิศทางที่ชะลอตัว แต่ธุรกิจทีวีดิจิทัลคงแข่งขันในเรื่องของคอนเทนต์รายการ  และด้วยความที่คอนเทนต์ส่วนใหญ่จะมีความเหมือนกัน จึงทำให้ผู้ชนะและอยู่ต่อไปได้ต้องเป็นช่องที่แข็งแกร่งเท่านั้น

ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ยังคงรุมเร้า ส่งผลให้ปี 2559 ยังคงเป็นปีที่ยากลำบากในการทำธุรกิจ  โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกซึ่งเอกชนมองว่าเป็นช่วงที่น่าเป็นห่วง ขณะที่ทีวีดิจิทัล หากใครผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ ก็น่าจะพบทางที่ไปต่อจนครบสัญญาสัมปทาน 15 ปี

ข่าวล่าสุด

ทองคำพุ่ง 550 บาท นิวไฮต่อเนื่อง รับศึกการค้าสหรัฐฯ-ยุโรป