posttoday
สมณศักดิ์ หรือ ยศช้าง ขุนนางพระ

สมณศักดิ์ หรือ ยศช้าง ขุนนางพระ

12 มีนาคม 2560

หลังจากพระราชโองการให้ถอดสมณศักดิ์ พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย สิทธิผล) เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2560

โดย... สมาน สุดโต

หลังจากพระราชโองการให้ถอดสมณศักดิ์ พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย สิทธิผล) เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2560 (วันที่ 7 มี.ค. มีพระราชโองการให้ถอดทตฺตชีโว (เผด็จ) อดีตรองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ออกจากสมณศักดิ์ เป็นพระอันดับอีกรูปหนึ่ง) เพื่อประโยชน์ในการศึกษา จึงจะขอเล่าเรื่องสมณศักดิ์ พอสังเขปดังนี้

สมณศักดิ์ คือยศของพระสงฆ์ที่มีมานาน ถ้านับกรุงสุโขทัยเป็นเบื้องต้นของประเทศไทย สมณศักดิ์ก็มีมาแต่สมัยนั้น ถ้ามองรอบๆ บ้านเราที่นับถือเถรวาท พระทุกประเทศมีสมณศักดิ์ ยกเว้น สปป.ลาว ส่วนกัมพูชาก็มีสมณศักดิ์คล้ายกับประเทศไทย พระเถระรูปใดที่ได้รับแต่งตั้งหรือเลื่อนสมณศักดิ์ จะมีชื่อใหม่และเปลี่ยนไปตามลำดับชั้น จากชั้นพระครูสัญญาบัตร ถึงชั้นสมเด็จพระสังฆราช

แต่ละปีพระมหากษัตริย์จะพระราชทานสมณศักดิ์แด่พระสงฆ์ที่มีสีลาจารวัตร มีความประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อส่งเสริมให้มีอุตสาหวิริยะในการบำเพ็ญสมณธรรม อันจะเป็นประโยชน์ต่อพระศาสนาสืบไป

ประเภทสมณศักดิ์

แสวง อุดมศรี เล่าในเรื่องสมณศักดิ์ 2530 ว่าสมณศักดิ์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.สมณศักดิ์เกี่ยวกับความรู้ สมณศักดิ์ประเภทนี้ทรงตั้งถวายเฉพาะพระภิกษุสามเณรผู้สอบได้เปรียญธรรมตั้งแต่ 3-9 ประโยค เรียกว่าทรงตั้งเปรียญ แต่ละประโยคมีพัดยศ ประกาศนียบัตรกำกับ โดยเฉพาะพระภิกษุสามเณรผู้สอบได้เปรียญธรรม 6 และ 9 ประโยคนั้น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (แต่ก่อนเป็นหน้าที่กรมการศาสนา) จะนิมนต์ให้เข้ารับพัดยศและประกาศนียบัตรจากองค์พระประมุขของชาติ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในวันวิสาขบูชา เป็นประจำทุกปี ส่วนที่เป็นเปรียญชั้นอื่นๆ จะพระราชทานให้สมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธานมอบให้ในภาคนั้นๆ แล้วแต่กรณี

2.สมณศักดิ์เกี่ยวกับผลงาน สมณศักดิ์ประเภทนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.พระครูสัญญาบัตร (พระครูชั้นตรี, ชั้นโท, ชั้นเอกและชั้นพิเศษ) และ 2.พระราชาคณะซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ชั้น คือ พระราชาคณะชั้นสามัญ, พระราชาคณะชั้นราช, พระราชาคณะชั้นเทพ, พระราชาคณะชั้นธรรม, พระราชาคณะชั้นหิรัญบัฏ (รองสมเด็จพระราชาคณะ) และพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ (สมเด็จพระราชาคณะ)

สมณศักดิ์เกี่ยวกับผลงานนั้น (ยกเว้นพระครูสัญญาบัตร) มหาเถรสมาคมจะทำการพิจารณาความเหมาะสม ก่อนลงมติให้เป็นพระราชาคณะ หรือเจ้าคุณ หรือเลื่อนให้สูงขึ้น แล้วขอพระราชทานเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หรือเลื่อน

ถ้าจะเทียบสมณศักดิ์ กับฐานันดรศักดิ์ของคฤหัสถ์ (ที่เลิกไปหลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครอง ) จะได้ดังนี้

พระราชาคณะชั้นสามัญ เท่ากับ ท่านขุน พระราชาคณะชั้นราช เท่ากับ คุณหลวง พระราชาคณะชั้นเทพ เท่ากับ คุณพระ พระราชาคณะชั้นธรรม เท่ากับ พระยา (มรณภาพได้รับพระราชทานโกศ) พระราชาคณะชั้นหิรัญบัฏ (รองสมเด็จพระราชาคณะ) เท่ากับ เจ้าพระยา พระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ (สมเด็จพระราชาคณะ) เท่ากับ สมเด็จเจ้าพระยา

แต่งตั้งได้ ก็ถอดถอนได้

แต่ตั้งได้ก็ถอดถอนได้ แต่ถอดถอนนั้นนานๆ มีครั้ง เช่นสมัยรัชกาลที่ 6 โปรดให้ถอนจากตำแหน่งหน้าที่ และถอดสมณศักดิ์ 2 รูป คือ 1.พระพิมลธรรม (ม.ร.ว.เจริญ อิศรางกูร) เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม และผู้บัญชาการคณะสงฆ์มณฑลนครสวรรค์แสดงกิริยา อคารวะต่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สกลมหาสังฆปริณายก ต่อหน้าพระพักตร์ ความทราบถึงพระกรรณพระเจ้าอยู่หัว จึงโปรดฯ ให้ดำเนินการ 1 ตัดนิตยภัต (เงินเดือน)เหลือเท่ากับพระราชาคณะชั้นสามัญ 2 ให้พระพิมลธรรมขอขมาโทษสมเด็จพระมหาสมณเจ้าต่อหน้าที่ประชุมมหาเถรสมาคม และ 3.ให้ถอดจากผู้บัญชาการคณะสงฆ์มณฑลนครสวรรค์ เหตุเกิด พ.ศ. 2457 หลังจากนั้น 7 ปี โปรดให้เลื่อนสมณศักดิ์ พระพิมลธรรม องค์นั้น เป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (แถลงการณ์ คณะสงฆ์ พ.ศ. 2464)

2.พระเทพโมลี (จันทร์ สิริจนฺโท) วัดบรมนิวาสราชวิหาร กรุงเทพฯ ถูกถอดถอนสมณศักดิ์ลงเป็นพระอันดับ ฐานแสดงพระธรรมเทศนาในบท ทุวิชาโน ปราภโว ไม่สนองพระราโชบายในการสร้างเรือรบหลวงพระร่วง เหตุเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2458 แต่ถึง พ.ศ. 2459 โปรดให้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระธรรมธีรราชมหามุนี

3.ในรัชกาลที่ 9 โปรดให้ถอดพระพิมลธรรม(อาจ อาสภเถร) วัดมหาธาตุ และพระศาสนโสภณ (ปลอด) วัดราชาธิวาส ลงเป็นพระอันดับ เมื่อ พ.ศ. 2503 แต่โปรดฯ ให้คืนสมณศักดิ์เมื่อ พ.ศ. 2518 ทั้งสองรูป

4.รัชกาลที่ 10 โปรดให้ถอดสมณศักดิ์พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์) วัดพระธรรมกาย เป็นพระอันดับ เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2560 และวันที่ 7 มี.ค. ให้ถอดสมณศักดิ์พระราชภาวนาจารย์ ทตฺตชีโว วัดพระธรรมกาย เป็นพระอันดับอีกรูปหนึ่ง อนาคตจะได้คืนสมณศักดิ์เหมือนรูปก่อนๆ ดูจะมืดมน เพราะ 3-4 รูปก่อนเป็นเรื่องพระราชอำนาจ และการเมือง

ส่วนไชยบูลย์และเผด็จ นั้นถูกกล่าวหาหลายกระทง ทำให้มองเห็นสัจธรรมว่าเคยมีอำนาจก็หมดอำนาจ ตรงกับโลกธรรม คือ มีลาภ ก็มีเสื่อมลาภ มียศ ก็มีเสื่อมยศ มีสรรเสริญ ก็มีนินทา และมีสุข ก็ต้องมีทุกข์

เพราะฉะนั้นอย่ายึดติด ยศช้าง ขุนนางพระ

ข่าวล่าสุด

เปิดจุดอ่อน Wellness ไทย นโยบายเดินหน้า แต่เอกชนบอก “ยังไปไม่ถึงไหน”

เปิดจุดอ่อน Wellness ไทย นโยบายเดินหน้า แต่เอกชนบอก “ยังไปไม่ถึงไหน”