posttoday
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดแห่งสังฆราชา

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดแห่งสังฆราชา

27 กุมภาพันธ์ 2560

ไม่เพียงเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ถึง 3 พระองค์

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

ไม่เพียงเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ถึง 3 พระองค์ หากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามยังได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ให้ทรงสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติตามโบราณราชประเพณี ถือเป็นวัดประจำรัชกาล ความยิ่งใหญ่ยังหมายรวมถึงลักษณะผสมระหว่างสถาปัตยกรรมไทยและยุโรปที่โดดเด่นเป็นเอก หนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ทรงบันดาลใจจากการเสด็จประพาสยุโรป

ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นที่ตั้งของสุสานหลวง ต้นแบบของประเพณีการสร้างสถูปบรรจุพระอัฐิและพระอังคารของพระบรมวงศานุวงศ์ มีการจำหลักหินอ่อนตามแบบศิลปะตะวันตกที่จารึกประวัติผู้วายชนม์ขึ้นครั้งแรกที่นี่ หนึ่งในนั้นได้รับการยกย่องว่าไพเราะที่สุด ฉันท์และโคลงจารึกอนุสาวรีย์ที่แต่งดีที่สุดในกลอนไทย เช่นนี้แล้วก็สมควรหรือไม่ ที่เราชาวไทยจะได้ไปสักการะ
สักครั้งหนึ่งในชีวิต

วัดราชบพิธฯ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ฝ่ายธรรมยุต ตั้งอยู่ที่เขตพระนคร สร้างขึ้นในปี 2412 โดยนำเอาสถาปัตยกรรมแบบไทยและยุโรปสร้างประยุกต์เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ใช้ระยะเวลาในการสร้างทั้งสิ้นยาวนานถึง 20 ปีเศษ วัดแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน คือ เขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส และเขตสุสานหลวง

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดแห่งสังฆราชา

 

เขตพุทธาวาส

ฐานไพทีปูด้วยหินอ่อน ประกอบด้วย พระอุโบสถ พระเจดีย์ พระวิหาร วิหารมุข วิหารคด และศาลาราย ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วประดับกระเบื้องเคลือบลายเบญจรงค์ สูง 1 เมตร กระเบื้องเคลือบนี้เป็นฝีมือการออกแบบของพระอาจารย์แดง ช่างพระภิกษุที่มีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น สำหรับพระอุโบสถ รูปทรงภายนอกเป็นแบบสถาปัตยกรรมไทยประเพณี หากภายในเป็นแบบศิลปะทางตะวันตก ฝีพระหัตถ์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ ผนังด้านนอกประดับกระเบื้องสีและมุก เป็นลายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 5 ดวง ของ 5 สกุล ซึ่งถือเป็นเครื่องมุขชุดใหญ่ชุดสุดท้ายที่ทำขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์

พระประธานหล่อขึ้นปลายสมัยรัชกาลที่ 4 ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีหินอ่อนที่สั่งนำเข้ามาจากอิตาลี พระนาม “พระพุทธอังคีรส” หมายถึง มีรัศมีซ่านออกจากพระวรกาย กะไหล่ด้วยทองเนื้อแปดหนัก 180 บาท ภายในพระอุโบสถโปรดให้มีการออกแบบและการให้สีสันคล้ายพระที่นั่งองค์หนึ่งในพระราชวังแวร์ซายส์ ประเทศฝรั่งเศส ทั้งในส่วนของเพดาน เสา และลวดลายที่ผนัง  ฝีพระหัตถ์ของ ม.จ.ประวิช ชุมสาย

เขตสังฆาวาส

เป็นที่ตั้งของหอระฆัง หอกลอง ตำหนักพระอรุณ และพระที่นั่งสีตลาภิรมย์ หอระฆังเป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นล่างก่ออิฐถือปูน ชั้นบนเป็นซุ้มโปร่ง ย่อมุมไม้สิบสอง ยอดทรงพระเกี้ยว ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบลายเบญจรงค์ ส่วนหอกลองมีลักษณะเหมือนหอระฆัง ตำหนักพระอรุณและพระที่นั่งสีตลาภิรมย์เดิมอยู่ในพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ 5 โปรดให้รื้อและนำมาสร้างใหม่เพื่อเป็นที่ประทับของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรุณนิภาคุณากร เจ้าอาวาสองค์แรก ตำหนักพระอรุณสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 และเคยใช้เป็นที่พระราชสมภพของรัชกาลที่ 5

เขตสุสานหลวง

ตั้งอยู่ติดกำแพงวัดด้านตะวันตก มีพระบรมราชโองการพระราชทานกัปปิยภูมิอุปจาร อันหมายถึงบริเวณรอบๆ เพื่อสร้างเป็นอนุสรณ์สถานตามพระราชประสงค์ ภายในมีอนุสาวรีย์ต่างๆ เป็นรูปพระเจดีย์ รูปปรางค์ อาคารแบบไทย แบบขอม แบบกอธิก สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระสรีรางคารของพระบรมราชเทวี
พระราชเทวี เจ้าจอมมารดา และพระราชโอรส พระราชธิดา เป็นต้น

มีการสันนิษฐานว่า น่าจะได้ทรงนำคติการบรรจุอัฐิของถูปารหบุคคลตามนัยแห่งพระพุทธศาสนา ผสานเข้ากับการสร้างสุสานหลวงอย่างนานาอารยประเทศ โดยเฉพาะในทวีปยุโรป ซึ่งจะมีลักษณะทางศิลปกรรมงดงาม สร้างด้วยศิลา จำพวกหินอ่อนสลักเสลาตามศิลปะแบบตะวันตก พร้อมจารึกประวัติผู้วายชนม์และคำอาลัยอันไพเราะ

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดแห่งสังฆราชา

 

สุสานหลวง วัดราชบพิธฯ มีลักษณะสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมเลียนอย่างอนุสาวรีย์ที่บรรจุพระศพของเจ้านายยุโรป จะต่างกันก็แต่ว่า สิ่งบรรจุในสุสานหลวงของไทยคือ อัฐิ หรือ อังคาร มิใช่ศพ โดย 4 องค์แรกถือเป็นอนุสาวรีย์สำคัญ สถูปทรงลังกาบุโมเสกทอง 4 องค์ ประดิษฐานเรียงระนาบเป็นแนวประธาน พระราชทานพระบรมราชูทิศแก่พระบรมราชเทวีและพระราชเทวี ประกอบด้วย สุนันทานุสาวรีย์ รังษีวัฒนา เสาวภาประดิษฐาน และสุขุมาลนฤมิตร์ ด้วยทรงยกย่องว่า พระมเหสีทั้ง 4 พระองค์ ล้วนเป็น “ลูกหลวง” พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วยกันทั้งสิ้น

การบรรจุพระอัฐิ ณ สุสานหลวง มีขึ้นคราวแรก เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2448 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระอัฐิของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์ ผู้สิ้นพระชนม์พร้อมกันโดยอุปัทวเหตุเรือพระประเทียบล่ม มาบรรจุไว้ ณ สุนันทานุสาวรีย์เป็นปฐม โดยอนุสาวรีย์ทุกองค์ล้วนงดงามและมีความหมายลึกซึ้ง รวมทั้งเป็นที่เคารพบูชา เช่น ในวิหารน้อย เป็นที่บรรจุพระอังคารของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตร
อุดมศักดิ์

ณ วัดราชบพิธฯ ขอเชิญเยี่ยมชมความงาม และเสพสุนทรีย์แห่งศิลปะจารึกบนอนุสาวรีย์ เชื่อว่าจะสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของวัดและสุสานหลวงแห่งสำคัญ ที่ได้ชื่อว่าทรงคุณค่าและมีความงดงามทางศิลปะที่สุดแห่งหนึ่งแห่งรัตนโกสินทร์สมัย

ที่ประทับ 3 สมเด็จพระสังฆราชา

วัดราชบพิธฯ เป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชถึงปัจจุบัน 3 พระองค์ คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 11 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 18 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 และเป็นองค์ที่ 3 ของวัดราชบพิธฯ

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดแห่งสังฆราชา

 

บทกวีเอกแห่งสุสานหลวง

สุสานหลวง หามีความสำคัญแต่เพียงเป็นที่บรรจุพระอัฐิและพระอังคารของเจ้านายเท่านั้น หากยังเป็นภูมิสถานที่ก่อให้เกิดบทกวีชิ้นเอกที่ไพเราะจับใจ นั่นคือถ้อยกวีที่พรรณนาความอาลัยรักของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อพระราชธิดาแฝดพระองค์น้อย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประไพพรรณพิลาศ ผู้ด่วนเสด็จสิ้นพระชนม์ไปเสียแต่พระชนมายุ 1 พรรษาเศษ คำประพันธ์เป็นภุชงคประยาตฉันท์และโคลงสี่สุภาพ จารึกบนแผ่นหินอ่อน ผนึกบนเสาอนุสาวรีย์ศิลปะกอธิก “สรีรนิธาน” ดำเนินความว่า

“อนุสาวรีย์นี้ บิดามีฤดีถวิล

สฤษฎ์ไว้จะไว้จิน ตนานุสร์คนึงถึง

ประไพพรรณพิลาศเลิศ ทวีเกิดทวีพึง

กมลพ่อแลพรากจึง ทวีทุกข์ทวีศัลย์

อุบัติมีจะมาดับ ก็รับรู้ฤแผกผัน

วิธีธาตุผสมกัน ก็จำแจกกระจายสลาย

กระนั้นรู้ก็ยังหวัง จะให้ยั้ง บ ด่วนดาย

อำนาจสาตรแลแรงกาย ประจนได้ก็ดูเอา

โอะโอ้ผู้จะอาจก่อ ชะลอเลื่อนนครเขา

แลขุดสร้างสมุทเอา ประเทศถ่อมก็ทำสม

บ สามารถจะปกปัก ธิดารักประคองชม

ฉลาดเล่ห์แลคำคม ฤ คำอ่อน บ วอนไหว

ฉนี้แล้ธิดาดวง สมรล่วงนิคาไลย

จะเหลือแต่เสน่ห์ใน อุราพ่อ บ แผกผัน

จะฦกรักฉลักโศก สถิตยไว้คนึงวัน

ธิดาจากบิดาจรัล ประจักษ์ไว้ประจำใจ

อุบัติแม่ก็มีมา ณ ราตรีกำหนดใน

พฤหัศสุกกะปักษไตร ดิถีสาวะนามี

สหัศโทสดาเสศ จตาฬีสเจดปี

รกาสัปตศกศรี สวัศดิสู่ประสูตรสมัย

ประไพพรรณพิลาศลับ ชีวาดับประลาศไป

ณ วันพุฒดิถีไทย คะรบสัตตะแรมปักษ

ณ เดือนกรรติกาพรรยะ จออัฐศักะ

ราชหนึ่งกะกึ่งพัก ณ โลกย์นี้แลลี้กษัย”

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดแห่งสังฆราชา

 

ผลงานประวัติศาสตร์ชิ้นนี้ ผู้ประพันธ์คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพิชิตปรีชากร พระราชอนุชาในรัชกาลที่ 5 ทรงพระนิพนธ์ทูลเกล้าฯ ถวายพระเชษฐา ผู้ทรงพระโทมนัสยิ่งจากการสูญเสีย โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ผู้เป็นพระอนุชา ทรงลงความเห็นเกี่ยวกับพระนิพนธ์อาลัยพระเจ้าลูกเธอแฝดพระองค์น้อยสำนวนนี้ความว่า

“ฉันท์และโคลงจารึกอนุสาวรีย์นี้ ใครได้อ่านมีความเห็นเป็นอันเดียวกันว่า แต่งดีที่สุดในกลอนไทย ไม่ว่ากวีคนใดที่ปรากฏมาแต่ก่อนแต่งดีกว่านี้ได้ มีคำกระซิบกล่าวกันว่า ในเวลานั้น กรมหลวงพิชิตฯ ทรงแต่งดีอย่างนี้ อาจจะร้อนพระทัยในภายหน้า เมื่อโปรดฯ ให้แต่งสำหรับจารึกอื่น ซึ่งสำคัญยิ่งขึ้นไป กรมหลวงพิชิตฯ จะไม่สามารถทรงแต่งได้ดีถึงอนุสาวรีย์นี้ คำกล่าวนี้ทราบถึงกรมหลวงพิชิตฯ ครั้นภายหลังมาก็เป็นจริงอย่างเขาว่า เคยตรัสแก่ข้าพเจ้าว่า ‘มันจริงของเขาเสียแล้วนะน้องเอ๋ย’...”

ข่าวล่าสุด

เอกนัฏ เปิดงาน Nova Expo 2026 ชูนวัตกรรมพลิกอาคารไทย สู่อนาคตพลังงานสะอาด

เอกนัฏ เปิดงาน Nova Expo 2026 ชูนวัตกรรมพลิกอาคารไทย สู่อนาคตพลังงานสะอาด