posttoday

พุทธศาสนา... สู่ความสมภาพ...สมชีวี!!

05 กุมภาพันธ์ 2560

เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา... จากพระภาษิตที่ว่า กมฺมํ สตฺเต วิภชฺชติ ...ยทิทํ หีนปฺปณีตตาย

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา... จากพระภาษิตที่ว่า กมฺมํ สตฺเต วิภชฺชติ ...ยทิทํ หีนปฺปณีตตาย แปลว่า กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้ดีเลวต่างกัน... นับเป็นเรื่องที่ควรยกขึ้นมาพิจารณาในสังคมมนุษย์ไอทีปัจจุบันอย่างยิ่งพระพุทธศาสนา จึงกล่าวถึงเรื่อง หลักสมภาพ คือ ความเสมอกัน โดยมีหลักว่า มนุษย์สามารถทำให้เสมอกันได้ในสิ่งที่เป็นไปได้... และไม่สามารถทำให้เสมอกันได้ในสิ่งที่ไม่อาจทำได้...

หลายเรื่องราวมีผลมาจากกรรมที่ก่อในอดีต ก็ต้องรับผลที่สำเร็จแล้วนั้น โดยสภาพธรรมที่ปรากฏในปัจจุบัน ดังเช่น ผลทางกายภาพหรือจิตภาพ ที่ดี... ไม่ดี สมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์... แต่หลายๆ เรื่องราวในชีวิตก็สามารถเปลี่ยนแปลงพัฒนาให้เจริญเติบโตเท่าเทียมกันได้ โดยเฉพาะในความคิด... ความเห็น ความรู้ ความดี และคุณธรรม ความสามารถ... การประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นไปตามธรรม แม้จะมีผลแห่งกรรมเก่าที่เป็นอกุศลมาขวางกั้น แต่ก็มิใช่ว่าจะแก้ไขหรือพัฒนาเพื่อความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เป็นกุศลไม่ได้...

พระพุทธศาสนาจึงมุ่งเข้าสู่หลักสมชีวี... สมภาพ เพื่อการพัฒนาชีวิตเข้าสู่ภราดรภาพและเสรีภาพอย่างมีความเป็นอิสรภาพด้วยอำนาจธรรม ด้วยการกำหนดธรรมจริยา... ธรรมจรรยา เพื่อการเข้าถึงสมจริยาในพระพุทธศาสนา ที่มุ่งเน้นการประพฤติปฏิบัติตามกุศลกรรมบถทั้ง 10 ประการ เพื่อบรรลุความสมภาพ.. ภราดรภาพ... เสรีภาพ

พระพุทธศาสนาของเราจึงยกเรื่องกฎเกณฑ์กรรมมาเป็นพื้นฐานในการอบรมสั่งสอนให้ศาสนิกชนมีปสาทศรัทธา (เลื่อมใสศรัทธา) ในกรรมสัทธาวิปากสัทธา และกัมมัสสกตาสัทธา

การนำเรื่อง กฎเกณฑ์กรรม มาเป็นพื้นฐานการศึกษาเพื่อชีวิตในพุทธศาสนานั้น... เพื่อการสร้างความเห็นชอบขั้นพื้นฐาน อันจะชักนำไปสู่การสร้างสัมมาทิฏฐิขั้นอริยธรรม โดยการเชื่อมโยงความรู้ความเข้าใจอย่างมีเหตุ มีผล... ไปสู่กระบวนการเรียนรู้ที่ลุ่มลึก นอกเหตุ เหนือผล อันเป็นไปตามเหตุปัจจัยนั้นๆ ในสภาวธรรมทั้งปวงที่เกิดขึ้น-ดับไป เพื่อจะได้ประมวลความรู้ลงในอริยสัจ ที่เป็นที่สุดแห่งสัจธรรม ที่เรียกว่า หลักอริยสัจ ๔ ในพระพุทธศาสนา

ดังหลักฐานที่ทรงแสดงไว้ในเรื่องของกรรมที่ปรากฏในสฬายตนวรรค สังยุตตนิกายฯ ที่มีพระพุทธภาษิตว่า “เราจะแสดงกรรมเก่า กรรมใหม่ การดับกรรม และหนทางดับกรรม...”

โดยแจกแจงลงไปว่า กรรมเก่า คือ อายตนะภายใน ๖ ... กรรมใหม่ คือ การกระทำที่ทำอยู่ในปัจจุบัน การดับกรรม คือ การเข้าถึงวิมุตติ เพราะความดับแห่งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม นั่นชื่อว่า ความดับกรรมและหนทางดับกรรม คือ อริยมรรคอันมีองค์ธรรม ๘ ประการ

พระพุทธศาสนามุ่งเน้นหลักการพัฒนาเพื่อการเปลี่ยนแปลงชีวิต .. จึงทรงแสดงหลักอธิษฐานธรรมไว้ ๔ ประการ อันปรากฏอยู่ในธาตุวิภังคสูตร ที่ว่า ไม่พึงประมาทปัญญา... พึงอนุรักษ์สัจจะ... พึงเพิ่มพูนจาคะ และพึงตามศึกษาสันติ ที่สรุปลงที่ ปัญญา สัจจะ จาคะ และอุปสมะ อันสอดคล้องกับหลักธรรมสำหรับฆราวาส ๔ ประการ ได้แก่ สัจจะ ทมะ ขันติ และจาคะ ที่เป็นธรรมปฏิบัติเพื่อการพัฒนาชีวิตไปสู่จุดมุ่งหมายที่สูงสุด สู่ความเป็นกัลยาณชนและอริยบุคคล

ดังนั้น ความเชื่อมั่นที่ว่า “ชีวิตของสัตว์เราทั้งหลายต้องพัฒนาได้... จิตวิญญาณสามารถยกระดับได้สมฐานะสัตว์ประเสริฐ” จึงถูกปลูกฝังลงในจิตใจของพุทธศาสนิกชน... ด้วยการพัฒนาจิตตามหลักสติปัฏฐาน ๔ เพื่อคุณภาพ สมรรถภาพ ประสิทธิภาพในชีวิตที่มีดุลยธรรม... ด้วยความเชื่อที่เป็นสัจธรรมดังกล่าว พระพุทธองค์จึงทรงแสดงหลักสมชีวีธรรม คือ หลักธรรมของคู่ชีวิตที่สามารถทำให้เสมอกลมกลืนกันได้ เพื่อสันติภาพในการคบค้าสมาคมกันด้วยการมีสมสัทธา สมสีลา สมจาคา สมปัญญา หรือดังที่กล่าวไว้ในสาราณียธรรมที่ปรากฏคำว่า สีลสามัญญตา คือ มีศีลบริสุทธิ์เสมอกัน... ทิฏฐิสามัญญตา คือ มีทิฏฐิหรือความเห็นที่มีความเสมอกัน...

ฉะนั้น การเข้ามาสู่พระพุทธศาสนานี้ จึงจะไม่มีความแตกแยกแปลกออกไปโดยเด็ดขาด... หากทุกคนเคารพปฏิบัติตนตรงตามพระธรรมวินัยด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง...

เจริญพร

[email protected]

ข่าวล่าสุด

ทรูผนึก ปภ. ทดสอบ Cell Broadcast สำเร็จทั่วไทยแจ้งเตือนแม่นยำ