แวดวงสงฆ์
เสียงสะท้อนจากเสวนาความเสื่อมพุทธบริษัทและแนวทางแก้ไข ที่ ตึกไทยนครพัฒนา ถนนงามวงศ์วาน จ.นนทบุรี
โดย...สมาน สุดโต
ผู้นับถือศาสนาพุทธทั่วโลกติดลบ ร้อยละ 0.3
เสียงสะท้อนจากเสวนาความเสื่อมพุทธบริษัทและแนวทางแก้ไข ที่ ตึกไทยนครพัฒนา ถนนงามวงศ์วาน จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2559 จัดโดยสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 มีทั้งชอบและชัง เพราะความเห็นวิทยากรที่แสดงออกมีหลายแบบทั้งแรงและกลางๆ แต่ก็มาจากใจที่รักพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น
สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 บอกว่า ทำงานเพื่อพระพุทธศาสนามาอย่างน้อย 9 ปี ได้พบได้เห็นทั้งเรื่องที่ศรัทธาเพิ่ม และศรัทธาถอย จึงจัดเสวนาเพื่อหาแนวทางแก้ไข และต้องการให้สื่อมวลชนทราบสมณสารูปของสงฆ์ ถ้าพุทธบริษัทตั้งมั่นในพระธรรมวินัย พระพุทธศาสนาจะยั่งยืนอีก 2,500 ปีแน่นอน
พระเมธีวรญาณ (สายเพชร ป.ธ.9) ผู้ช่วยอธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กล่าวว่า ความเสื่อมพุทธบริษัทนั้น มาจากความเชื่อไม่ถูกต้อง แล้วนำไปขยายความกันผิดๆ ยิ่งในยุคสื่อไร้พรมแดน การกระจายข่าวไปรวดเร็วแบบไม่มีเหตุผล แต่่ถ้าเชื่อในพระพุทธศาสนาต้องหาเหตุและผล ก่อน ท่านพูดตามอนิจจลักษณะว่า ความเสื่อมมันเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา ดังที่ปรากฏในมหาปรินิพพานสูตร เพราะหลักพระพุทธศาสนาว่า เกิดมา ตั้งอยู่ และดับไปเป็นธรรมดา เราต้องหาวิธีการชะลอความเสื่อม โดยใช้หลักอปริหานิยธรรม เช่น ประชุมก็พร้อมเพรียงกันประชุม เป็นต้น ดังที่สถาบันโพธิคยาจัดประชุมวันนี้
พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดด่านใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา รองผู้อำนวยการหลักสูตร สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กล่าวว่า จากการทำงานในหน้าที่ของพระสงฆ์อาตมามองว่าศาสนาในไทยไม่ได้เสื่อมจนน่าตกใจ ดังนั้นจึงขอฝากพุทธษริษัทให้อยู่กับความเป็นจริง มองทุกสิ่งเป็นบวก หูหนวกบางโอกาส ฉลาดเลือกสรร แบ่งปันสังคม ส่วนแนวทางแก้ไขความเสื่อมนั้น ท่านเสนอให้แก้ไที่ตัวเราก่อน และช่วยอธิบายให้คนในครอบครัว ขยายไปสู่ญาติและบุคคลรอบข้าง ถ้าทำได้ ศาสนาไปรอดแน่นอน
ผู้เขียนได้ยกตัวเลขจากสำนักวิจัย PEW Research Center ที่วิจัยเมื่อปี 2015 ในหัวข้อ The Future of the World Religions : Population Growth Project 2010-2050 : ที่ผู้เข้าประชุม พ.ส.ล. เสนอที่กรุงโซล เกาหลีใต้วันที่ 28 ก.ย. 2559 มาเสนอเพื่อให้มองเห็นภาพความเป็นไปของประชากรโลกที่นับถือศาสนา ดังนี้
การประมาณการเติบโตประชากรของโลก ระหว่างปี 2010-2050 พบว่า ประชากรที่เป็นมุสลิมเติบโตรวดเร็วมากกว่าการเพิ่มของประชากรของโลกโดยรวม ที่ทั้งโลกเติบโตประมาณร้อยละ 35
มุสลิมเติบโตร้้อยละ 73 คริสเตียนร้อยละ 35 ฮินดูร้อยละ 34 ยิวร้อยละ 16 ศาสนาประจำถิ่นร้อยละ 11 ผู้ที่ไม่นับถือศาสนาร้อยละ 9 ศาสนาย่อยๆ อื่นๆ ร้อยละ 6
ผู้นับถือศาสนาพุทธติดลบร้อยละ 0.3
นอกจากนั้น เพื่อนชาวพุทธในมาเลยเซียส่งข้อมูลมาให้ศึกษา ดังนี้
เมื่อปี 1970 ชาวจีนในมาเลเซียที่เป็นชาวพุทธมีมากถึงร้อยละ 92 เป็นคริสเตียนร้อยละ 4 เมื่อมาถึงปี 2000 ชาวจีนที่เป็นชาวพุทธเหลือร้อยละ 86 ชาวจีนคริสเตียนเพิ่มเป็นร้อยละ 10
หนังสือพิมพ์มาเลเซียรายงาน โดยอ้างนักวิจัยคนหนึ่งในสิงคโปร์ว่าผู้มีอาชีพเป็นครูในสิงคโปร์นับถือศาสนาคริสต์ร้อยละ 40 โดยบอกว่าจำนวนชาวจีนสิงคโปร์นับถือคริสต์ร้อยละ 2.4 ในปี 1920 ผ่านมา 80 ปี หรือปี 2000 จำนวนชาวจีนนับถือคริสต์เพิ่มร้อยละ 17
สำหรับประเทศไทย องค์กรคริสเตียน ชื่อ OMF รายงานว่าเมื่อปี 1952 ประเทศไทยมีประชากรชาวคริสต์ 1.4 แสนคน ณ วันนี้ ประชากรชาวคริสต์เพิ่มเป็น 4.08 แสนคน ผู้ที่เพิ่มเป็นคนที่เปลี่ยนศาสนาหรือเข้ารีตทั้งสิ้น จึงคาดว่าอีก 60 ปี ประเทศไทยจะมีประชากรชาวคริสต์ร้อยละ 10
PEW Research รายงานว่า ประชากรชาวพุทธทั่วโลกจะมีประมาณ 490 ล้านคน ในปี 2010 เมื่อถึง 2050 ตัวเลขไม่เปลี่ยน แต่จะลดจากร้อยละ 7.1 เหลือร้อยละ 5.9 ประชากรคริสเตียนจะเพิ่มจาก 2,170 ล้านคน เป็น 2,920 ล้านคน หรือเติบโตร้อยละ 31.4
ประชากรมุสลิมจะเพิ่มจาก 1,600 ล้านคน เป็น 2,760 ล้านคน หรือเติบโตจากร้อยละ 23.2 เป็น 29.7


