ชาวพุทธหนุน "ไพบูลย์" ทำคดีเบนซ์ "สมเด็จช่วง" ตามกฎหมาย
เครือข่ายชาวพุทธยื่นหนังสือหนุน "บิ๊กต็อก" ทำคดีรถสมเด็จช่วงตามกฎหมาย ขณะดีเอสไอระบุรอผลประชุมร่วมอัยการออกหมายเรียกสมเด็จช่วงหรือไม่
เครือข่ายชาวพุทธยื่นหนังสือหนุน "บิ๊กต็อก" ทำคดีรถสมเด็จช่วงตามกฎหมาย ขณะดีเอสไอระบุรอผลประชุมร่วมอัยการออกหมายเรียกสมเด็จช่วงหรือไม่
เมื่อวันที่ 22 มี.ค. น.ส.กัญจนชรัศน์ ศริญญาวัจน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวพุทธ 10 เครือข่าย นำสมาชิกเครือข่ายยื่นหนังสือถึงพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอสนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมาย กรณีรถเบนซ์ผิดกฎหมายของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยมีพ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นตัวแทนรับเรื่อง
น.ส.กัญจนชรัศน์ กล่าวว่า ต้องการแสดงเจตนารมณ์ของชาวพุทธ 10 เครือข่าย ที่สนับสนุนการทำงานของพล.อ.ไพบูลย์ กรณีที่รับผิดชอบหน่วยงานในสังกัดคือดีเอสไอซึ่งอยู่ระหว่างทำการสอบสวนคดีครอบครองรถเบนซ์ ภายหลังพบว่ามีกลุ่มพระบางกลุ่ม เช่น เครือข่ายธรรมจาริกแห่งประเทศไทย กลุ่มพระสงฆ์เพื่อสันติภาพชายแดนใต้ออกแถลงการณ์พาดพิงการทำหน้าที่ของรมว.ยุติธรรม โดยกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช พร้อมขอให้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งจากการติดตามการทำงานของเครือข่ายมองว่าที่ผ่านมารมว.ยุติธรรมได้ให้เกียรติกับสมเด็จช่วงอย่างดีแล้ว แต่มีปัญหาที่ทนายความที่พยายามบิดเบือนกฎหมาย ทำให้ประชาชนเข้าในผิดเกี่ยวกับการทำหน้าที่ตามกฎหมาย
ด้านพ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างการสอบสวนคดีดังกล่าวตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม กรณีการออกหมายเรียกสมเด็จช่วงเพื่อเข้าให้ปากคำในคดีนั้น ยังต้องรอการประชุมของคณะพนักงานสอบสวนที่มีอัยการเข้าร่วมพิจารณาก่อน ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะออกหมายเรียกหรือไม่ และออกในสถานะใด ส่วนการเข้าสอบปากคำพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ และเลขานุการของสมเด็จช่วง วานนี้( 21 มี.ค.) เป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน ซึ่งหลวงพี่แป๊ะยอมให้ปากคำ และบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งต้องขอเวลาให้พนักงานสอบสวนทำงานก่อน
พ.ต.ท.วีรวัชร์ เดชบุญภา รองบัญชาการสำนักคดีภาษีอากร ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนที่สอบปากคำหลวงพี่แป๊ะ เมื่อคืนนี้ (21 มี.ค.)กล่าวว่า หลวงพี่แป๊ะให้การตามเดิมที่เคยให้การไว้ในชั้นสืบสวน โดยการสอบครั้งนี้เป็นการสอบปากคำในชั้นสอบสวน ซึ่งหลวงพี่แป๊ะยืนยันซื้อรถมาจากอู่วิชาญโดยไม่รู้เรื่องการจดประกอบผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ดีเอสไอได้สอบปากคำผู้บริจาคไปพร้อมกันด้วย 1 ราย เป็นฆราวาสที่บริจาคเงินให้กับสมเด็จช่วงเป็นเงิน 1 ล้านบาท เพื่อใช้ในการซื้อรถเบนซ์ดังกล่าว โดยเป็นการบริจาคตรงให้สมเด็จช่วง จึงไม่มีใบเสร็จมาแสดง ส่วนการออกหมายเรียกขณะนี้ ยังไม่มีการพิจารณา เพราะยังมีพยานอีกหลายปากที่ต้องสอบสวน จึงจะเร่งสอบพยานปากอื่นให้ครบก่อน ส่วนหลวงพี่แป๊ะ หากมีข้อมูลเพิ่มเติมต้องสอบถามเพิ่ม ก็อาจมีการนัดหมายเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม


