
SMEบุกเออีซียอดพุ่ง
สสว.ชี้ ยอดขายรายย่อยเข้าตลาดเออีซีโตเท่าตัวแตะ 8.6 หมื่นล้าน แนะเร่งสร้างมาตรฐานบุกตลาด
สสว.ชี้ ยอดขายรายย่อยเข้าตลาดเออีซีโตเท่าตัวแตะ 8.6 หมื่นล้าน แนะเร่งสร้างมาตรฐานบุกตลาด
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยภายในงานสัมมนาหัวข้อทายาทธุรกิจ พิชิตเออีซี จัดโดย “SME
ผู้จัดการ” ว่าจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถขายสินค้าได้มากขึ้น ซึ่งจากสถิติที่ สสว.รวบรวมไว้ พบว่ายอดขายในกลุ่มเอสเอ็มอีหลังเข้าเออีซีแล้วเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว จาก 4.5 หมื่นล้านบาท เป็น 8.6 หมื่นล้านบาท ในปี 2558
สำหรับตัวเลขการส่งออกของเอสเอ็มอีไทยในช่วงที่ผ่านมา อยู่ที่ประมาณ 2 ล้านล้านบาท จากตัวเลขดังกล่าวเห็นว่าอาเซียนยังเป็นตลาดที่น่าสนใจและมีการเติบโตสูง ซึ่งเอสเอ็มอีไทยจะต้องให้ความสำคัญ โดยทุกประเทศในอาเซียนมีความน่าสนใจ แต่หากเริ่มต้นควรเป็นกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีก่อน โดยหัวใจสำคัญของการทำตลาดเออีซี หรือการทำสินค้าขายที่ไหนก็ตาม อยู่ที่มาตรฐานสินค้าโดยเฉพาะมาตรฐานของอาหารและยา (อย.) และมาตรฐานด้านอื่นๆ
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานสัมมนาว่ากรมการค้าระหว่างประเทศมีหน้าที่ดูแลการค้าชายแดน ซึ่งหลังจากนี้มองตลาดอาเซียนเป็นหลัก เพราะตลาดอาเซียนจะเป็นพระเอกที่จะเข้ามาช่วยเหลือเอสเอ็มอี โดยมีโปรแกรมที่ช่วยเหลือหลายรายผ่านโครงการ YEN-D จากการนำผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่อายุไม่เกิน 45 ปี คัดมาจำนวน 30 ราย และคัดผู้ประกอบการจากประเทศเพื่อนบ้าน CLMV จำนวน 30 ราย มาอบรมร่วมกัน
นายเกษมสันต์ วีระกุล นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญอาเซียน กล่าวว่า ตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนว่า ปัจจุบันประเทศไทยถือว่าเป็นคนป่วยที่ต้องการรักษา เพราะมองว่าเศรษฐกิจโลกไม่ดี ส่งออกไม่ได้ แต่น่าสนใจว่าทำไมประเทศเพื่อนบ้าน หรือกลุ่มเออีซี มียอดส่งออกไม่ได้ลดลงมากเหมือนกับประเทศไทย และยังมองเห็นการเติบโตของประเทศกลุ่มอาเซียนและเพื่อนบ้าน โดยจีดีพียังมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 6-7% ในขณะที่จีดีพีไทยเพียง 3% ซึ่งไทยจะต้องรักษาอาการป่วยตรงนี้ให้ได้







