
คัดเอสเอ็มอีเข้ากองทุนพันล.
สสว.กระทุ้งแบงก์รัฐส่งรายชื่อเอสเอ็มอีเข้ากองทุนพลิกฟื้น 1,000 ล้านบาท
สสว.กระทุ้งแบงก์รัฐส่งรายชื่อเอสเอ็มอีเข้ากองทุนพลิกฟื้น 1,000 ล้านบาท
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ครั้งที่ 1/2559 ได้อนุมัติจัดตั้งกองทุนพลิกฟื้นเอสเอ็มอี วงเงิน 1,000 ล้านบาทแล้ว สสว.ได้จัดทำหนังสือถึงธนาคารรัฐ 7-8 แห่ง เพื่อให้ส่งรายชื่อลูกค้าเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหาทางธุรกิจเข้ามา โดยเบื้องต้นธนาคารได้ส่งรายชื่อแล้ว 4,000 ราย เน้นเอสเอ็มอีรายเล็กที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท
สำหรับลูกค้าหลักของธนาคารรัฐที่เข้าร่วมโครงการได้ ต้องจดทะเบียนธุรกิจเป็นนิติบุคคลให้ถูกต้อง เมื่อเข้ามาร่วมโครงการแล้ว สสว.จะส่งเจ้าหน้าที่ไปวินิจฉัยธุรกิจ หลังจากนั้นจะเข้าไปแก้ปัญหาในธุรกิจด้านต่างๆ ก่อนเข้ามากู้เงินในกองทุนพลิกฟื้นเอสเอ็มอี ซึ่งให้ระยะเวลาการกู้ 5-7 ปี และไม่คิดอัตราดอกเบี้ย คาดว่าจะช่วยเหลือเอสเอ็มอี ภาคการค้าและบริการที่สสว.ดูแลประมาณ 1 หมื่นราย และเป็นเอสเอ็มอีที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ดูแลในภาคการผลิตประมาณ 7,000 ราย
นางสาลินี กล่าวต่อว่า สสว.ยังได้จัดทำโครงการสนับสนุนเครือข่ายเอสเอ็มอีในปี 2559 ต่อเนื่องจากปี 2558 เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์และการสร้างเครือข่ายของผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยในปีนี้วางเป้าจะเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ผู้ประกอบการจำนวน 1 หมื่นราย สร้างโอกาสทางการตลาดประมาณ 1,000 ราย และทำให้เกิดการลดต้นทุนทางธุรกิจประมาณ 150 ล้านบาท ซึ่งในปี 2558 ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการและสร้างธุรกิจให้เติบโตมากขึ้นประมาณ 3,000 ราย
ทั้งนี้ อยากกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเร่งเข้ามาจดทะเบียนธุรกิจเป็นนิติบุคคลให้มากขึ้น เพราะโครงการรัฐต่างๆ ที่จะออกมาจะส่งเสริมเอสเอ็มอีที่จดทะเบียนถูกต้อง โดยประเมินว่าในปี 2559 จะมีการจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่ประมาณ 2 หมื่นราย ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้านี้ ส่วนจำนวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในระบบมีจำนวน 2.7 ล้านราย และมีการจดทะบียนนิติบุคคล 6 แสนราย มีการส่งงบอย่างสม่ำเสมอ 4.2 แสนราย
นอกจากนี้ สสว.มีแผนนำ ผู้ประกอบการไปบุกตลาดจีนเพื่อจับคู่ธุรกิจ โดยเฉพาะเมืองรอง เช่น ซินเจียง ซึ่งยังขยายตัวดี แม้ในภาพรวมเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัว รวมทั้งเชื่อว่าตลาดในประเทศจะกลับมาคึกคัก ซึ่งจะผลักดันการขยายตัวของจีดีพีเอสเอ็มอีในปีนี้ให้เติบโตสูงกว่าปี 2558 ที่ผ่านมา







