ตีกลับกฎหมายเขตเศรษฐกิจ
ครม.ตีกลับกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ชี้อำนาจทับซ้อนผู้ว่าฯ พร้อมแก้ พ.ร.ก.นำเข้าแรงงานต่างด้าว เปิดช่องใช้มาตรา 44
ครม.ตีกลับกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ชี้อำนาจทับซ้อนผู้ว่าฯ พร้อมแก้ พ.ร.ก.นำเข้าแรงงานต่างด้าว เปิดช่องใช้มาตรา 44
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2559 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมนำร่างพระราชบัญญัติ เขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. ... ที่เสนอครม.กลับไปปรับปรุง เนื่องจากในที่ประชุมตั้งข้อสังเกตในส่วนของอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าการเขตเศรษฐกิจพิเศษที่อาจจะไปทับซ้อนกับอำนาจหน้าที่กับผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในพื้นที่ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยอยากให้กฎหมายแยกหน้าที่ระหว่างผู้ว่าการเขตเศรษฐกิจพิเศษกับการบริหารราชการในพื้นที่ให้ชัดเจนแล้วนำกลับมาเสนอต่อ ครม.อีกครั้ง
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม รายงานว่าร่าง พ.ร.บ.นี้มีสาระสำคัญที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดตั้งและบริหารจัดการเขตพื้นที่ที่กำหนดขึ้นเป็นการเฉพาะ รวมทั้งให้สิทธิประโยชน์ บางประการภายใต้เขตพื้นที่นั้นเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการด้านต่างๆทั้งอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว บริการซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายประกอบด้วยหลายด้าน เช่น การกำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษ ให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่เป็นหน่วยงานรัฐ แต่ไม่เป็นส่วนราชการและไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ กลไกในการทำงานนั้นจะมีคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีอำนาจในการกำหนดนโยบายต่างๆ มีคณะกรรมการบริหารที่ประกอบด้วยประธาน ผู้ว่าการเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีอำนาจหน้าที่ กำหนดแนวทางการบริหารงาน ควบคุมการบริหารงาน
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้ให้กระทรวงแรงงานนำร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กำหนดการนำเข้าคนต่างด้าวเข้ามาทำงานกับนายจ้างในประเทศไทย พ.ศ. ... ตามที่ได้เสนอต่อ ครม.กลับไปปรับปรุง เนื่องจากมีข้อสังเกตจากที่ประชุม ว่าการที่ร่าง พ.ร.ก.บัญญัติในมาตรา 2 ว่า ให้กฎหมายนี้มีผลใช้บังคับใน 180 วันนับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แสดงให้เห็นว่ากฎหมายอาจไม่ได้มีความเร่งรีบจริง และในมาตรา 8 ได้บัญญัติไว้ค่อนข้างกว้างหากมีกรณีพิเศษเกิดขึ้นรัฐมนตรีสามารถยกเว้นการต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีก 5 ฉบับได้ การกำหนดไว้กว้างเกินไปอาจจะทำให้มีปัญหาตามมาในภายหลัง
“ครม.เห็นว่าให้กระทรวงแรงงานนำกฎหมายกลับไปดูในชั้นของกฤษฎีกาใหม่ว่ายังคงจำเป็นที่ต้องออกเป็น พ.ร.ก.หรือไม่ถ้ายังจำเป็นก็ค่อยกลับไปปรับตามข้อสังเกต
แล้วนำกลับเข้ามาเสนอใหม่ แต่ถ้าไม่จำเป็นส่วนไหนที่เร่งด่วนก็ให้แยกออกมาแล้วเสนอใช้มาตรา 44 ส่วนที่เหลือก็ออกเป็น พ.ร.บ.แทน” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว


