
"สมคิด"งัด5ภารกิจเร่งเครื่องยนต์ดันจีดีพีโต3.5%
“สมคิด” แจง 5 ภารกิจฝ่ามรสุมเศรษฐกิจโลก เร่งทุกเครื่องยนต์ลุ้นเติบโตสูงกว่า 3.5%
“สมคิด” แจง 5 ภารกิจฝ่ามรสุมเศรษฐกิจโลก เร่งทุกเครื่องยนต์ลุ้นเติบโตสูงกว่า 3.5%
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษในงานสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่า เศรษฐกิจปี 2559 มีแนวโน้มจะไม่ดีเท่าที่ได้คาดการณ์เอาไว้ แม้แต่กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ยังใช้คำว่า น่าผิดหวัง ไม่ดีเท่าที่คาด
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หันกลับมามองไทย ประเด็นที่น่าห่วงคือราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ดังนั้นรัฐบาลต้องเน้นขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสำคัญ 5 ด้าน เพื่อทำให้เศรษฐกิจมีโมเมนตัมโตได้ 3.5%
ด้านแรก จะเน้นพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งจะใช้วิธีทำให้เกษตรกรยินยอมพร้อมใจที่จะปลูกพืชที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากข้าว โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย เป็นหัวหอกร่วมกับสหกรณ์ทั่วประเทศ ใช้กองทุนหมู่บ้าน ทำงานกับเอกชน ผลักดันให้เปลี่ยนแปลง
“ที่จะเห็นมากขึ้นคือการลงทุนโดยเงินกองทุนหมู่บ้าน ในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับชุมชน เช่น ฝาย แหล่งน้ำ ยุ้งฉาง โรงอบ ลานตาก ซึ่งตั้งแต่ 20 ม.ค.นี้ กองทุนหมู่บ้านจะต้องส่งสิ่งที่ชุมชนต้องการไอซีทีจะมีโครงการขยายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ 1 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้อี-คอมเมิร์ซในเศรษฐกิจฐานรากขยายตัวได้เร็วขึ้น” นายสมคิด กล่าว
ด้านที่สอง จะสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพให้เกิดมากๆ ขณะนี้กำลังคุยกับกระทรวงการคลังว่า จะให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้สนับสนุนสตาร์ทอัพ และหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อให้ธนาคารพาณิชย์มาสนับสนุนให้มากขึ้น
“แม้แต่กองทุนวายุภักษ์ที่เปิดให้ถือหุ้นนอกตลาดได้ 5% เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะนำออกมาลงทุนกับกลุ่มสตาร์ทอัพ” รองนายกฯ กล่าว
ด้านที่สาม จะส่งเสริมให้เอกชนไทยไปขายของ ไปลงทุนในอาเซียน ธุรกิจรายใหญ่ต้องพารายเล็กไปเปิดตลาด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนจะเป็นเจ้าภาพ
ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังออกกฎหมายเพื่อนำกำไรที่ไปลงทุนต่างประเทศเข้ามาโดยไม่เสียภาษี
ด้านที่สี่ คือ การลงทุนในโครงการรถไฟ ทั้งไทย-จีน ไทย-ญี่ปุ่น จะต้องเริ่มต้นให้ได้ในปีนี้ ขณะที่โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สัญญาไว้ปีนี้ต้องเกิดแน่นอน
นายสมคิด กล่าวว่า ด้านที่ห้าจะเกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง ซึ่งเรื่องภาษีมรดกเกิดแน่ แต่ต้องไม่ใช่รังแกคน ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะต้องมี แต่ไม่ใช่ไปทำให้คนมีรายได้น้อยลำบาก การปรับโครงสร้างภาษีต้องเกิดแน่นอน แต่ต้องดูแลคนมีรายได้น้อย







