posttoday

โดนัลด์ ทรัมป์ ผลกระทบโลก-อาเซียน

16 พฤศจิกายน 2559

หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง พร้อมเตรียมเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง

หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง พร้อมเตรียมเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และเป็นกระแสฮือฮาทั่วโลก โดยผู้เชี่ยวชาญรอบด้านต่างมองถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่กำลังจะตามมาภายใต้นโยบายของทรัมป์หลังจากนี้               

อนุชา จินตกานนท์ ตัวแทนจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวถึงการชนะการเลือกตั้งของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าชาวอเมริกันมากกว่า 50% ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในประเทศ และหากทรัมป์สามารถดำเนินตามนโยบายที่หาเสียงได้จริง จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอเมริกาครั้งใหญ่ โดยนโยบายหลักที่ทรัมป์ได้เคยหาเสียงไว้นั้น เช่น นโยบายลดภาษีคนรายได้สูงจาก 39% เป็น 25% อ้างว่าเมื่อคนรายได้สูงมีเงินออมมากขึ้น ทำให้กระตุ้นการลงทุนและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ

"การลดภาษีคนรายได้สูงส่งผลดีจริงหรือ เพราะการลงทุนที่เกิดขึ้นเป็นการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างพื้นฐาน และกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากนัก นโยบายต่อมา คือ การลดภาษีรายได้นิติบุคคล โดยเห็นด้วยกับนโยบายนี้ว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง เชื่อว่าการปรับรายได้ให้สูงขึ้นคือนโยบายที่ดี ซึ่งต้องดำเนินควบคู่กับการหยุดระบบอุปถัมภ์ในสังคมด้วย" อนุชา กล่าว

ประภัสสร์ เทพชาตรี ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ชัยชนะจากการเลือกตั้งของทรัมป์ แสดงให้เห็นว่าชาวอเมริกันไม่ได้สนใจประวัติผู้ลงเลือกตั้งและพฤติกรรมส่วนตัว  แต่ให้ความสนใจในด้านนโยบายเป็นหลัก โดยทรัมป์ไม่เห็นด้วยกับการเจรจาทางเศรษฐกิจแบบพหุภาคี แต่สนใจการเจรจาแบบทวิภาคีมากกว่า ดังนั้น ทรัมป์จึงต่อต้านนาฟต้า เอฟทีเอ ทีพีพี เพราะเชื่อว่าสหรัฐไม่ได้ประโยชน์จากข้อตกลงดังกล่าว

พร้อมวิเคราะห์ว่า การดำเนินนโยบายของทรัมป์เป็นไปได้ 3 ทาง ทางแรก คือ สามารถทำตามนโยบายได้ 100% ซึ่งมองว่าส่งผลเสียมากกว่าผลดี ทางที่ 2 คือไม่สามารถทำตามนโยบายได้เลย ข้อนี้จะทำให้ทรัมป์เสียภาพพจน์และขาดความน่าเชื่อถืออย่างมาก ทางที่ 3 คือสามารถทำตามนโยบายได้มากกว่า 50% ซึ่งคิดว่าสามารถเป็นจริงได้มากที่สุด แน่นอนว่าผลดีจะตกกับชาวสหรัฐส่วนใหญ่ ดังที่ทรัมป์กล่าวไว้ว่า เขาจะเข้ามาเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐ ไม่ใช่ประธานาธิบดีของโลก

ทั้งนี้ แน่นอนว่าบทบาทของอาเซียนถูกมองข้ามไป โดยทรัมป์ไม่ได้กล่าวถึงเลยในการหาเสียง ซึ่งหากวิเคราะห์จากการต่อต้านเอฟทีเอแล้ว คาดว่าทรัมป์ไม่เห็นด้วยกับอาเซียนเท่าใดนัก ยุทธศาสตร์ต่อไปของภูมิภาคอาเซียนคือ ต้องรวมตัวกันอย่างเข้มแข็งมากขึ้น ปรับยุทธศาสตร์พึ่งพิงสหรัฐให้น้อยลง เน้นการค้าในเอเชีย ส่วนไทยไม่ต่างกันที่เน้นการค้าระหว่างจีนและประเทศในเอเชีย สำหรับนโยบายด้านการเมืองในอาเซียน ทรัมป์วางแผนเสริมกำลังทหารในทะเลจีนใต้และตะวันออก ปิดล้อมจีน และเล่นงานจีนทางเศรษฐกิจ

ดังนั้น ผลกระทบต่อไทยและอาเซียนในทางตรง คือการค้าและการส่งออกไปยังสหรัฐอาจลดลง รวมทั้งการช่วยเหลือในด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนจากนักธุรกิจสหรัฐจะลดลงด้วย

โดยต้องติดตามสถานการณ์อีกครั้งในการแต่งตั้งรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ในสหรัฐ จะมีทิศทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด แมนซิตี้ พบ นิวคาสเซิ่ล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 21 ก.พ.69