posttoday

ยกสุดท้ายธรรมกาย เดิมพันความเชื่อมั่น คสช.

24 กุมภาพันธ์ 2560

ต้องถือว่าเป็น “ยกสุดท้าย” กับการบุกค้นวัดพระธรรมกายเพื่อติดตามตัว พระธัมมชโย มาดำเนินคดีซึ่งรัฐบาล คสช. ส่งสัญญาณ เอาจริงหวัง “ปิดเกม” ให้ได้โดยเร็ว หลังจากดึงเกมยื้อมานานพอสมควร

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ต้องถือว่าเป็น “ยกสุดท้าย” กับการบุกค้นวัดพระธรรมกายเพื่อติดตามตัว พระเทพญาณมหามุนี หรือธัมมชโย มาดำเนินคดีรอบนี้​ ​ซึ่งรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่งสัญญาณ เอาจริงหวัง “ปิดเกม” ให้ได้โดยเร็ว หลังจากดึงเกมยื้อมานานพอสมควร

ครั้งนี้ถึงขั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.​ออกคำสั่งอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ประกาศให้พื้นที่วัดพระธรรมกายเป็นเขตพื้นที่ควบคุมอำนวยความสะดวกให้เข้าไปตรวจค้น พร้อมประกาศว่าจะไม่ยกเลิก​คำสั่งจนกว่าจะนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี

ปัญหาส่วนหนึ่งอยู่ตรงที่บรรดาศิษยานุศิษย์ที่ออกมาแสดงพลังปกป้องขัดขวางเข้าตรวจค้นของเจ้าพนักงาน จนนำไปสู่การปะทะทำให้เจ้าหน้าที่ไม่อาจผลีผลามเข้าไปปูพรมตรวจค้นในพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ได้อย่างที่ควรจะเป็น  ​

ทางฝั่งเจ้าหน้าที่รัฐเข้าใจความสุ่มเสี่ยงพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งที่จะไปเข้าทางผู้ที่ต้องการให้ความรุนแรง เพื่อลดทอนความชอบธรรมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทำให้ที่ผ่านมาพยายามลดความสุ่มเสี่ยงได้ แต่ปักหลักอยู่บริเวณพื้นที่นอกวัด

ไม่ต่างจากช่วงก่อนหน้านี้ที่ได้แต่ดูเชิงขอหมายค้น หมายจับ นวดกันอยู่หลายรอบ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่กับการบังคับใช้กฎหมายจนไม่อาจ “ยื้อ” ต่อไปได้อีก ​

กลายเป็นแรงบีบให้ภาครัฐต้องออกมาเร่งปิดเกมและนำมาสู่การปฏิบัติการบุกค้นครั้งนี้

แน่นอนว่าการดำเนินการครั้งนี้​ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะมีสัญญาณไฟเขียวพร้อมอำนาจพิเศษเรียบร้อย เพราะบรรดาศิษยานุศิษย์ทั้งที่ปักหลักคอยทำหน้าที่เป็นโล่มนุษย์อยู่ภายในวัดและยังมีความพยายามระดมเข้ามาเสริมทีมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเวลานี้กำลังเปิดหน้าเรียงแท่งปูนตั้งแนวรับอย่างขันแข็ง

ทางเจ้าหน้าที่เองย่อมปฏิบัติการตามหลักสากลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เริ่มจากการเจรจาเพื่อเข้าไปตรวจค้นอย่างละเอียด ซึ่งผลการเจรจาก็ออกมาอย่างที่คาด พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ประกาศชัดเจนไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปภายในวัดอีก เนื่องจากตรวจค้นวัดเสร็จสิ้นแล้ว

“วัดให้ความร่วมมือมาตลอด แต่เนื่องจากวัดนี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยมือญาติโยม หากจะบอกว่าพวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางวัด และจะให้ออกนอกพื้นที่ พวกเขาจึงมองว่าไม่ถูกนัก ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่เองก็เข้าตรวจค้นในทุกพื้นที่แล้ว ถือว่าเสร็จสิ้นแล้วก็ควรจะยกเลิกมาตรา 44 ได้แล้ว” พระสนิทวงศ์ กล่าว

สัญญาณตรงนี้​ทำให้เชื่อได้ว่าปฏิบัติการนับจากนี้คงจะเต็มไปด้วยความยากลำบากและเปราะบาง

ดังจะเห็นจากรัฐบาลพยายามใช้มาตรการกดดันด้านอื่นๆ ทั้งแนวคิดที่เตรียมจะตัดน้ำตัดไฟ ​ไปจนถึงกรณี สุรชัย ขันอาสา ผวจ.ปทุมธานี มีหนังสือด่วนอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. และมาตรา 44 เรียกนายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี เมืองท่าโขลง อ.คลองหลวง นายก อบต.คลองส​าม สมาชิก อบต.คลองสาม กำนันตำบลคลองสาม และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 มาเป็นทีมเสริม

ทางด้าน พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมาระบุว่าอาจเข้าตรวจค้นภายในพื้นที่วัดบริเวณโซนเอและบีอีกครั้ง แต่คงไม่เสร็จภายในวันเดียว

ปฏิบัติการครั้งนี้จึงมีแนวโน้มยืดเยื้อและใช้เวลาอีกพอสมควร แต่ทั้งหลายทั้งปวงนี่ถือเป็นเดิมพันและบทพิสูจน์ฝีมือครั้งสำคัญของ คสช.ว่าจะสามารถติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้อย่างที่สังคมคาดหวังและกำลังจับตาหรือไม่

ประการแรกเพราะ​ครั้งนี้รัฐบาล คสช.ประกาศเอาจริงถึงขั้นใช้มาตรา 44 เข้ามาอำนวยความสะดวก พร้อมส่งกำลังเจ้าหน้าที่หลายร้อยคนเข้าร่วมปฏิบัติการติดตามตัว

ต่างจากที่ผ่านมาที่มีความเป็นห่วงกลัวการกระทบกระทั่งจนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กลัวจะเป็นมวยล้มต้มคนดูเสียมากกว่า

ประการต่อมาหากไม่สามารถจับกุมตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดีได้ย่อมสั่นคลอนกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ตอกย้ำปัญหาที่เรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

เมื่อเวลานี้รัฐบาล คสช.มีอำนาจเต็มอยู่ในมือ การดำเนินการจัดการย่อมได้เปรียบกว่าทุกรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นอำนาจ เครื่องไม้เครื่องมือรวมไปถึงเจ้าหน้าที่

ดังนั้น หากปฏิบัติการครั้งนี้ไม่สำเร็จย่อมต้องโดนถล่มไปตามลำดับตั้งแต่ คสช.ไล่มาจนถึงหน่วยข่าวขาดประสิทธิภาพ ไม่อาจติดตามตัวคนคนเดียวมาดำเนินคดี ซึ่งเป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จัก ยากจะหลบหนีไปกลบดานที่ไหน หรือหนีออกนอกประเทศ

สอดรับกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องแผนการ ซึ่งต้องการเปิดช่องให้การหลบหนีหลีกเลี่ยงการปะทะ หรือลุกฮือของลูกศิษย์ที่จะออกมาเคลื่อนไหวกดดันให้เกิดการปล่อยตัวในอนาคต

แถมยังอาจใช้โอกาสอึมครึมระหว่างการติดตามตัวพระธัมมชโยเข้าไปตรวจค้นภายในวัด และสลายเครือข่ายที่มาการจัดตั้งเหนียวแน่นให้อ่อนกำลังลงไปจนไม่อาจกลับมาสร้างแรงเสียดทานให้ คสช.ในอนาคต

ผลของการติดตามตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดีในรอบนี้ จึงถือเป็น “เดิมพัน” สำคัญที่จะชี้วัดความเชื่อมั่นที่มีต่อ คสช.ในเวลานี้ที่จะส่งผลไปถึงอนาคต

ข่าวล่าสุด

หนิง ปัทมา ศิลปินลูกทุ่ง ตัวเต็งคว้ามงกุฏ Miss Grand Thailand 2026