"นักวิชาการ-เอ็นจีโอ" เตือน สร้างโรงไฟฟ้าต้องปรองดอง
รัฐบาลและสังคมไทยควรใช้เรื่องนี้เป็นกรณีตัวอย่างของการจัดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งร่วมกัน
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
กลุ่มองค์กรภาคประชาชน 36 องค์กร และนักวิชาการจำนวน 49 คน รวม 85 ราย ร่วมกันออกแถลงการณ์เพื่อขอให้รัฐบาลทบทวนการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
จากกรณีที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2560 เห็นชอบการเดินหน้าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใน จ.กระบี่ ซึ่งนำไปสู่การชุมนุมคัดค้านของเครือข่ายปกป้องอันดามันและประชาชนจาก จ.กระบี่ รวมทั้งประชาชนจากพื้นที่ใกล้เคียงที่ต้องการปกป้องสิทธิชุมชนของตนเองที่ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าวบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลมาตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ความขัดแย้งนำไปสู่การเผชิญหน้ารุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน และเพื่อเป็นการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งอย่างสันติวิธี ที่จำเป็นยิ่งในห้วงเวลาของการเริ่มต้นกระบวนการปรองดองในสังคมไทยอย่างแท้จริง
องค์กรและผู้ที่มีรายชื่อแนบท้ายคำแถลงฉบับนี้ มีข้อเรียกร้อง เสนอแนะและสื่อสารต่อรัฐบาล และประชาชนทั้งประเทศในฐานะที่เป็นผู้ใช้พลังงาน เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการตัดสินใจกำหนดนโยบายในเรื่องดังกล่าว ดังนี้
1.กรณีเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ รวมทั้งในพื้นที่อื่นๆ เป็นกรณีรูปธรรมที่สะท้อนถึงปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยที่ยังคงดำรงอยู่ อันเนื่องมาจากเรื่องแนวคิดการพัฒนาประเทศ เรื่องทิศทางการพัฒนาด้านพลังงาน เรื่องกระบวนการตัดสินใจนโยบายสาธารณะ เรื่องความแตกต่างของข้อมูลด้านพลังงาน เรื่องระบบการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องปฏิรูปเป็นประเด็นที่เกี่ยวโยงกับการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติระยะยาวและเป็นโจทย์ท้าทายต่อการสร้างความปรองดอง
รัฐบาลและสังคมไทยควรใช้เรื่องนี้เป็นกรณีตัวอย่างของการจัดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ หาทางเลือกทางออกโดยใช้สันติวิธีทำให้เป็นจุดเริ่มต้นและผลลัพธ์รูปธรรมของการปฏิรูป การสร้างความสามัคคีปรองดองอย่างแท้จริง และการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลตามที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ (มาตรา 65) และเป็นภารกิจหลักของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)
2.รัฐบาลควรจัดเวทีสาธารณะที่เป็นกลางที่เป็นที่ยอมรับโดยทุกฝ่าย เพื่อให้ทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้าน โรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ รวมทั้งในพื้นที่อื่นๆ ได้ถกแถลงเหตุผลและข้อมูลของทั้งสองฝ่าย และเพื่อให้ประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นผู้ใช้พลังงานไฟฟ้าได้รับทราบข้อมูลอย่างรอบด้าน เป็นโอกาสของการสร้างการเรียนรู้เรื่องพลังงานแก่สังคมไทยให้มีส่วนร่วมรับรู้ข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจ รับรู้ภาระ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
ไม่ว่ารัฐบาลจะตัดสินใจเลือกกำหนดนโยบายอย่างไร ทั้งนี้อาจให้สถาบันอุดมศึกษาอย่างน้อยจำนวน 3 สถาบันที่จัดการเรียนการสอนเรื่องพลังงานและเรื่องสิ่งแวดล้อม ร่วมกันเป็นองค์กรเจ้าภาพจัดเวทีและกระบวนการดังกล่าว และเป็นผู้จัดทำรายงานสรุปผลการจัดเวทีสาธารณะเสนอต่อรัฐบาลและเผยแพร่ต่อสาธารณะ และให้รัฐบาลนำรายงานดังกล่าวเป็นฐานในการกำหนดตัดสินใจทางนโยบายต่อไป
3.การจัดเวทีสาธารณะและการตัดสินใจทางนโยบายในกรณีโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ รวมทั้งในพื้นที่อื่นๆ ควรมีประเด็นที่ครอบคลุมอย่างน้อยใน 4 เรื่องดังนี้
(1) การพิจารณาถึงความสอดคล้องกับเป้าหมาย เป้าประสงค์ และตัวชี้วัดเรื่องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่ประเทศไทยมีข้อผูกพันทางการเมืองในการมุ่งมั่นดำเนินการให้บรรลุผลตั้งแต่ปี 2558
(2) การพิจารณาถึงความสอดคล้องกับพันธสัญญาภายใต้ความตกลงปารีส ที่ประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 20-25 จากอัตราการปล่อยปกติให้ได้ภายในปี 2573 และต้องมีการทบทวนเป้าหมายดังกล่าวให้มีระดับก้าวหน้าขึ้นทุก 5 ปีนับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป
(3) การพิจารณาถึงเป้าหมายความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
(4) การพิจารณาถึงทางเลือกของการจัดหาพลังงานอย่างรอบด้าน ทั้งที่เป็นพลังงานฟอสซิล พลังงานหมุนเวียน โดยมีการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนโดยรวมของแต่ละทางเลือก ทั้งที่เป็นต้นทุนด้านเศรษฐกิจ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และด้านสุขภาพ
สำหรับองค์กรภาคเอกชนและนักวิชาการที่ร่วมลงนาม อาทิ สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เครือข่ายชาวเลอันดามัน เครือข่ายชนเผ่าฯ ภาคใต้ เครือข่ายชุมชนจัดการภัยพิบัติ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ขณะที่ในส่วนของนักวิชาการ นำโดย ศ.สุริชัย หวันแก้ว ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการ สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม


