posttoday

สู้ดีๆ วิศวะมีสิทธิหลุด

10 กุมภาพันธ์ 2560

"คดีนี้สู้ดีๆ วิศวกรรายนี้หลุดคดีได้ง่ายดาย หากว่ากันในเรื่องของป้องกันตัว รวมถึงทรัพย์สิน"

โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ

ในเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างวิศวกรหนุ่มใหญ่กับกลุ่มวัยรุ่น จนนำไปสู่การลั่นไกยิงปืนจากมือวิศวกรเข้าใส่กลุ่มคนที่กำลังมีเรื่อง ผลลัพธ์ออกมาคือหนึ่งศพในกลุ่มวัยรุ่นที่นอนกองเสียชีวิตบนท้องถนนย่านอ่างศิลา จ.ชลบุรี

เหตุการณ์ครึกโครมขึ้นมาทันควัน ต่างฝ่ายต่างมาเที่ยวพักผ่อน แต่เกิดผิดใจทะเลาะกันด้วยเรื่องการจอดรถกีดขวาง ผลร้ายนำไปสู่การสูญเสีย

ในแง่ของเหตุการณ์วิศวกรอ้างว่าทำไปเพื่อป้องกันตัว และครอบครัวที่ยังนั่งอยู่ในรถ เพราะกลุ่มวัยรุ่นก็กรูเข้ามาทำร้ายชกต่อย ฟากกลุ่มวัยรุ่นเองก็อ้างว่าถูกวิศวกรหาเรื่องและจะเข้าทำร้ายด้วยเช่นกัน
 
วันชัย สอนศิริ
สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และยังเป็นทนายความชื่อดัง วิพากษ์เรื่องนี้ว่า กฎหมายอาญามาตรา 68 ระบุว่า ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนเอง หรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตราย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การ กระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด แต่หากทำเกินกว่าเหตุ ศาลจะกำหนดโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเพียงใดก็ได้

อย่างไรก็ตาม กรณีของวิศวกรรายนี้ เมื่อดูจากพฤติการณ์ทั้งหมดแล้ว เชื่อว่าวิญญูชนคนทั่วไปที่เจอเหตุการณ์เช่นนี้ ก็ต้องกระทำเยี่ยงวิศวกรรายนี้ได้ทำ เพราะเด็กวัยรุ่นลงมาจากรถตู้คู่กรณีเกือบ 10 คน มาพร้อมกับพฤติการณ์ที่ไม่เป็นมิตร พร้อมจะมีเรื่อง นั่นแปลได้ว่ากลุ่มวัยรุ่นกำลังละเมิดต่อกฎหมาย และทำผิดต่อวิศวกรคู่กรณี

"คิดดูว่าคนเป็นสิบคนกรูเข้า มาหา ใช้คนละหมัด วิศวกรก็อ่วมแล้ว" วันชัย ให้ความเห็น

วันชัย เชื่อว่า สิ่งที่วิศวกรได้กระทำไปด้วยการลั่นไกปืนออกไปหนึ่งนัดนั้น สมควรแก่เหตุแล้ว เพราะหากไม่ทำเช่นนั้นเหตุการณ์ข้างหน้าจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น หรือกลุ่มวัยรุ่นอาจเข้าทำร้ายครอบครัวของวิศวกรที่อยู่ภายในรถยนต์ ดังนั้น กระสุนที่ออกจากปืนของวิศวกรคือการยับยั่งเหตุ ไม่ให้เหตุมันเกิดขึ้นอีกต่อไป

"ยิงนัดเดียวก็สมควรแก่เหตุแล้ว เพราะไม่ได้ยิงซ้ำ อีกอย่างหากไม่ยิงก็ไม่รู้จะเกิดอะไรตามมา" วันชัย ย้ำ

อนันต์ชัย ไชยเดช นักกฎหมายด้านคดีอาญาวิพากษ์ว่า หากดูตามพฤติการณ์ของวิศวกรหนุ่มใหญ่รายนี้ก็มีสิทธิจะอ้างว่าป้องกันตัว หรือจำเป็นต้องกระทำก็ได้ เพราะความจำเป็นคืออยู่ในเหตุการณ์ภายใต้การบังคับ ไม่อาจขัดขืน จึงนำไปสู่การป้องกันสิทธิของตนเอง หรืออ้างว่าป้องกันตัวตามสมควรแก่เหตุก็ได้ หรือแม้แต่หากกระทำเกินกว่าเหตุ ก็สามารถอ้างได้อีกว่าอยู่ในภาวะอาการตกใจ ซึ่งศาลสามารถพิจารณาตามดุลพินิจไม่ลงโทษ หรือลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดก็ได้

"คดีนี้สู้ดีๆ วิศวกรรายนี้หลุดคดีได้ง่ายดาย หากว่ากันในเรื่องของป้องกันตัว รวมถึงทรัพย์สิน" อนันต์ชัย เสริม แต่อีกกรณีคือการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ ซึ่งอาจจะผิดเต็มๆ

"เพราะกฎหมายกำหนดไว้อยู่แล้วว่าห้ามเด็ดขาดในการพกพาอาวุธในที่สาธารณะ ปืนต้องเก็บไว้ที่บ้าน หากจำเป็นจะพกก็ต้องให้แยกปืนและกระสุนออกจากกัน และต้องอยู่ในลักษณะที่ไม่พร้อมจะใช้งาน แต่ผมเข้าใจว่าจากเหตุการณ์นี้คือปืนพร้อมจะยิงได้เลย ก็แสดงได้ว่าการพกพาอาวุธไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว" อนันต์ชัย แยกกรณีทั้งการพกพาอาวุธและการป้องกันตัว

อย่างไรก็ตาม อนันต์ชัย มองว่า เมื่อถูกกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นลักษณะชายฉกรรจ์บุกเข้าทำร้าย และวิศวกรรายนี้ที่มีอายุพอควรจึงตัดสินใจป้องกันตนเอง ยิงออกไปโดยไม่ได้เล็งก็เข้าข่ายสมควรแก่เหตุได้ แต่หากเล็งและเลือกเป้า แน่นอนว่าจุดนี้คือเกินกว่าเหตุอันไม่สมควร

แต่อีกสิ่งที่อนันต์ชัยตั้งข้อสังเกตคือ ความสมดุลระหว่างอาวุธขณะที่มีเหตุทะเลาะวิวาท โดยอีกฝ่ายมีปืนอยู่ในมือ ขณะที่อีกฝ่ายมีเพียงกำปั้นเปล่า เมื่อถามว่ามีความสมดุลกันหรือไม่ คำตอบจากอนันต์ชัยคือแน่นอนว่ามันไม่สมดุลกัน ดังนั้น สิ่งที่วิศวกรต้องพิสูจน์คือกลุ่มวัยรุ่นมีอาวุธหรือไม่ หรือมีลักษณะจะมีอาวุธหรือไม่

อนันต์ชัย เสริมว่า คดีนี้ต้องสู้ให้ดีและชนวนมันไม่ได้มีแค่นี้เพราะมีเรื่องกันมาก่อนด้วย ต้องไปดูว่าก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้น เป็นไปได้หรือไม่ว่าฝ่ายวิศวกรไปด่าเขาก่อน กลุ่มวัยรุ่นเลยโมโหขับรถตาม จนนำไปสู่การเอาเรื่องเอาราว เรื่องนี้อยู่ที่ดุลพินิจศาล อย่างเดียว

"คู่ต่อสู้มีแค่มือ แต่จะรุมทำร้าย หรือทำร้ายครอบครัว ตรงนี้ศาลจะ เอามาพิจารณาด้วย แต่ถ้าสู้ไม่ดี วิศวกรก็มีสิทธิติดคุกเหมือนกัน เพราะเอาจริงก็ไม่สมดุลระหว่างปืนกับมือเปล่า มันคิดได้หลายแง่จริงๆ แต่ถามว่าจำเป็นมั้ย ก็จำเป็น แต่ถามว่าเกินกว่าเหตุมั้ย ก็เกิน แต่ก็อ้างได้ว่าเพราะ ตกใจกลัวก็ได้ ศาลไม่ลงโทษก็ได้" อนันต์ชัย ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ระบบชำระเงินดิจิทัล ตัวเร่งรายได้ยุคงานเสริมคือความจำเป็น