รำลึก 100 วัน สวรรคต ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึงพระองค์ท่าน
ท้องสนามหลวงยังคงมีผู้คนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย แม้ว่า ในวันที่20 ม.ค. 2560 ทางสำนักพระราชวังได้แจ้งปิดไม่ให้เข้าสักการะพระบรมศพ
โดย ศิริกัญญา โกษากุล ,เพชรลักษมณ์ สุ่มมาตย์
ท้องสนามหลวงยังคงมีผู้คนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย แม้ว่า ในวันที่20 มกราคม 2560 ทางสำนักพระราชวังได้แจ้งปิดไม่ให้เข้าสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระบรมมหาราชวัง เพื่อจัดพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ทว่า พสกนิกรชาวไทยได้เดินทางกราบสักการะพระบรมศพ บริเวณรอบกำแพงพระบรมมหาราชวังด้วยความศรัทธาและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ ในหลวงรัชกาลที่9 ทรงมีต่อชาวไทย
โพสต์ทูเดย์ สอบถามความเห็นประชาชนที่เดินทางมาที่ท้องสนามหลวงในวันนี้ถึงความรู้สึกที่มีต่อพระองค์ท่านเนื่องในวัน "สตมวาร 100 วันสวรรคต"
นส.ธัณธนัฐ นาคกัญหา พนักงานบริษัทเอกชน อายุ 44 ปี กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับการจากไปของพระองค์ท่าน เคยมีโอกาสไปกราบพระบรมศพ ในช่วงวันแรกที่พระองค์ท่านจากไปที่โรงพยาบาลศิริราชพร้อมกับครอบครัว ตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบันก็ยังมีความเสียใจอยู่ และที่ผ่านมาพยายามที่จะทำความดีเพื่อเจริญรอยตามพระองค์ และสานต่อความดีนั้นต่อไป และรอว่า หากการก่อสร้างพระเมรุมาศเสร็จและเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปกราบพระบรมศพได้ก็อยากจะไปเพราะต้องการระลึกถึงพระองค์ท่านในทุกเรื่อง
นส.กุลธิดา สาธร นักศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม อายุ 22 ปี กล่าวว่า ยังไม่มีโอกาสไปกราบพระบรมศพเพราะเรียนอยู่ต่างจังหวัด แต่ตอนนี้ได้มาฝึกงานที่กรุงเทพฯคิดว่าถ้ามีโอกาสจะไปสักครั้ง และชวนเพื่อนๆ ที่มาฝึกงานไปด้วย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายังรู้สึกเหมือนเดิมจากวันแรกที่ได้รู้ข่าว พระองค์ท่านจากไป ยังคงคิดเสมอว่าพระองค์ท่านยังไม่ได้จากไปไหน
"เวลาที่ผ่านมาได้พยายามจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการทำความดี เพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน ทำในสิ่งที่สามารถทำได้" นส.กุลธิดา กล่าว
นายอนุชาติ ประสิทธิ์ ข้าราชการ จากจังหวัดปัตตานี อายุ 58 ปี กล่าวว่า ความรู้สึกที่ผ่านมาตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ที่ครบ100วัน รู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยในช่วงเกือบสามเดือนมานี้ เป็นเหมือนสถานการณ์พิเศษที่ทำให้คนไทยเป็นหนึ่งเดียวกันในการร่วมกันทำความดีเพื่อถวายพระองค์ท่าน
"ผมมากราบพระบรมศพแล้ว และครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม วันแรกที่ทราบข่าวการจากไปของพระองค์ท่านจนถึงตอนนี้ ก็ยังรู้สึกใจหายกับสิ่งที่คนไทยเราได้สูญเสียไป เมื่อเกิดมาก็ได้ซึบซับถึงความดีของพระองค์ท่านมาตลอดเวลา แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อไปและสิ่งที่สามารถทำได้เพื่อพระองค์ก็คือการเป็นคนดี อย่างข้าราชการก็ต้องทำตัวให้เป็นข้าราชการที่ดี ยินดีรับใช้ประชาชนให้ดีที่สุด เพื่อเป็นการตอบแทนความเมตตาที่ท่านได้ประทานให้ ต้องรับใช้ประชาชนต่อไปให้ดีที่สุด" ข้าราชการจากจ.ปัตตานี กล่าว
นายสุรพล ธีรนันทน์ ฝ่ายบริการสำนักพระราชวัง อายุ 59 ปี กล่าวว่า รู้สึกเสียใจ เพราะอยากให้พระองค์ท่านอยู่เป็นมิ่งขวัญกับประเทศไทยไปนานๆ ส่วนตัวได้รับรู้และเห็นพระองค์ท่านมาตั้งแต่เด็กจนอายุ 59ปี สิ่งที่พระองค์ท่านได้สอน คือ การใช้ชีวิตอยู่อย่างพอเพียง จึงสานต่อความพอเพียงที่พระองค์ท่านสอนชาวไทยมาและยิ่งได้ทำงานตรงนี้ได้เห็นผู้คนมากมายมากราบไหว้พระบรมศพ ก็รู้สึกตื้นตันใจ เห็นคนที่เดินทางเข้ามาเหมือนน้ำไหล ทำให้รู้สึกไม่เหนื่อยในการปฏิบัติหน้าที่เพราะว่าทุกคนมาเพื่อพระองค์ท่าน ต้องตั้งใจทำงานเพิ่มมากขึ้นเพื่อพระองค์ท่านและประชาชน
นางเปรมวดี สารีกะวณิช พนักงานบริษัทเอกชน อายุ 56 ปี กล่าวว่า ความรู้สึกวันนี้ก็ยังคงเหมือนเดิมในวันแรกที่ได้รู้ข่าวการจากไปของพระองค์ท่าน ทุกครั้งต้องร้องไห้ แต่พยายามคิดว่าพระองค์ท่านไม่ได้จากไปไหน ท่านยังคงอยู่ในทุกๆวัน เช่นเดิม แม้ว่ายังไม่ได้มีโอกาสได้เข้าไปกราบพระบรมศพพระองค์ เพราะไม่มีเวลา แต่ทางบริษัทก็จะเป็นเจ้าภาพสวดในวันที่ 5 ก.พ.ที่ใกล้จะถึงนี้ สิ่งใดที่ทำเพื่อพระองค์ได้ก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะทำ ถึงจะไม่ได้เข้าไปกราบแต่ว่าพระองค์ท่านยังอยู่ในใจเสมอ จะตั้งใจทำความดีเป็นคนดีของสังคมเพื่อถวายแด่พระองค์ต่อไปเรื่อยๆ
นส.บุศยมาศ พิศลยบุตร นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ อายุ 21 ปี กล่าวว่า รู้สึกถึงพระองค์ท่าน เสมอมา นึกถึงความดีที่พระองค์ได้ทำตลอดมาเพื่อปวงชนชาวไทย ยิ่งเมื่อครบ 100 วัน ความรู้สึกก็ยังคงไม่เปลี่ยนไป คิดถึง แต่สิ่งที่พระองค์ได้ทำไว้ และจะเป็นเยาวชนคนหนึ่งที่จะทำความดีเพื่อพระองค์ต่อไปเรื่อยๆ ถึงจะเป็นส่วนน้อยแต่ก็ยินดีที่ได้ทำ
เธอบอกว่า แม้จะ รู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถเข้าไปกราบพระบรมศพพระองค์กับครอบครัว ทำได้แค่กราบกำแพง เพราะมีคนมาสักการะพระบรมศพจำนวนมาก แต่ก็ไม่เป็นไร
ดญ. ปิยาพร ดอนเด่นปิ่น อายุ 11 ปี จากโรงเรียนเทศบาลวัดเหมืองแดง จังหวัดแพร่ กล่าวว่า ยังไม่มีโอกาสได้เข้าไปกราบพระบรมศพพระองค์เพราะอยู่ไกลและเดินทางลำบาก ทางโรงเรียนพามาได้เข้าชมแค่ในส่วนของวัดพระแก้ว ถ้าทางสำนักพระราชวังเปิดให้เข้าไปกราบพระบรมศพพระองค์ได้อีกครั้ง ก็อยากพาครอบครัวมากราบพระบรมศพ
ด้านดญ.อัญมณี ส่วนบุญ จากโรงเรียนเดียวกัน กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้เสียใจกับการจากไปของพระองค์ อยากให้พระองค์อยู่กับคนไทยไปนานๆ และจะทำความดีตามคำสอนของพระองค์เพื่อเป็นคนดีของสังคมต่อไป
นี่คือส่วนหนึ่งในความรู้สึกของพสกนิกรที่ยังคงระลึกถึงสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อยู่ทุกเวลา มิมีวันเสื่อมคลายและต่างยึดมั่นจะทำความดีเพื่อเดินตามรอยพระองค์ตลอดไป


