posttoday

'ลานินญา'มาแล้วใต้ยังเสี่ยงฝนถล่มถึงต้นก.พ.

12 มกราคม 2560

อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งประเมินกันว่าหนักสุดในรอบ 50 ปี คำถามที่ตามมาคือเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเกิดน้ำท่วมในช่วงเดือน ม.ค. ถือเป็นช่วงปลายฤดูฝนแล้ว

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งประเมินกันว่าหนักสุดในรอบ 50 ปี คำถามที่ตามมาคือเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเกิดน้ำท่วมในช่วงเดือน ม.ค. ถือเป็นช่วงปลายฤดูฝนแล้ว

สุจริต คูณธนกุลวงศ์ อาจารย์ประจำหน่วยปฏิบัติการวิจัย ระบบการจัดการแหล่งน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ฝนในพื้นที่ภาคใต้อาจจะตกยาวไปจนถึงช่วงต้น ก.พ. จากอิทธิพลของปรากฏการณ์ "ลานินญา"

"ฝนที่ตกลงมานั้นเกิดจากกระแสลมจากประเทศจีนที่ต้องผ่านไออุ่นจากทะเลจีนใต้พัดผ่านเข้ามายังประเทศไทยและปะทะกับเนกาทีฟอินเดีย กระแสลมจากประเทศไทยที่กำลังพัดไปทางทวีปแอฟริกา จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ลมหมุนอยู่เหนือพื้นที่ภาคใต้ อิทธิพลจากการปะทะกันดังกล่าวทำให้บางพื้นที่มีฝนตกหนักมากกว่า 300 มิลลิเมตร มากที่สุดในรอบ 20 ปี เป็นปรากฏการณ์ที่เกินคาดว่าจะเกิดขึ้นได้"
  
ขณะที่ อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจิสด้า กล่าวว่า ช่วงวันที่ 12-15 ม.ค.นี้ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างมีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้น และมีโอกาสเคลื่อนตัวกลับเข้ามาสู่อ่าวไทยได้ จึงต้องจับตาว่าจะทวีความรุนแรงถึงขั้นเป็นพายุดีเปรสชั่นหรือไม่ ช่วงเวลาดังกล่าวหลายพื้นที่ของประเทศได้รับอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนที่พัดผ่านพื้นที่ภาคเหนือทำให้เกิดอากาศหนาว ส่วนที่พัดผ่านภาคใต้จะทำให้เกิดฝนตกหนัก

นอกจากสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นปัจจัยหลักแล้ว สภาพภูมิศาสตร์ในพื้นที่ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงมากขึ้น หาญณรงค์ เยาวเลิศประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ (ประเทศไทย) กล่าวว่า น้ำระบายช้าเนื่องจากการบุกรุกพื้นที่ป่าพรุ แก้มลิงรับน้ำตามธรรมชาติ

"ป่าพรุตั้งแต่ จ.ชุมพร-นราธิวาส ถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง เช่น ป่าพรุคันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี มีนายทุนซื้อที่ดินจากชาวบ้านเพื่อปลูกปาล์มแล้วขุดคันกั้นไม่ให้น้ำท่วมในพื้นที่ตัวเอง รวมถึงมีสิ่งก่อสร้างที่เปลี่ยนแปลงเส้นทางน้ำไหลระบายออกไปสู่ทะเล ทำให้ปริมาณน้ำฝนสะสมระบายไม่ทันจนน้ำท่วมสูงกว่าในอดีต ทั้งๆ ที่ปริมาณฝนตกหนักนั้นเป็นเรื่องปกติของภาคใต้"

เมื่อการเกษตร โดยเฉพาะการ ปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ยางพารา และปาล์มน้ำมัน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลกระทบจากภัยธรรมชาตินั้นหนักหน่วงขึ้น จึงจำเป็นต้องเร่งหาวิธีแก้ไขและป้องกัน

ชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ในอนาคตจะพิจารณาออกกฎหมายไม่อนุญาตให้ปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะยางพารา ในพื้นที่สูงชันที่อยู่ในเขตป่าไม้ จะมีการควบคุมให้ปลูกไม้ยืนต้นชนิดอื่นแซมเข้าไปด้วย ในลักษณะสวนเกษตรผสมผสาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดหน้าดิน เนื่องจากยางพาราไม่มีรากแก้วคอยยึดเกาะดินจนเกิดปัญหาดินถล่มตามมาในหลายพื้นที่

"ระเบียบดังกล่าวจะอยู่ในร่างการแก้ไขที่ดินทำกินในเขตพื้นที่ป่า 30 มิ.ย. 2541 โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ไขปัญหาระบบนิเวศเสื่อมโทรมในพื้นที่ป่า และให้ประชาชนอยู่ในพื้นที่ป่าอย่างยั่งยืนได้ ทั้งนี้ ในพื้นที่แต่ละภาคจะมีกฎระเบียบแตกต่างกัน เช่น ภาคเหนือจะงดการปลูกข้าวโพดอย่างเดียว แต่ต้องมีการเพิ่มพื้นที่ป่า 45% ของพื้นที่ โดยยึดแนวทาง พระราชดำริปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ส่วนภาคใต้จะเน้นการปลูกป่าผสมผสาน"

ด้านสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เริ่มคลี่คลายแล้ว การติดตั้งสะพานแบริ่งเชื่อมเส้นทางถนนเพชรเกษมสัญจรได้ทั้งขาขึ้นและขาล่อง แต่ยังคงระบายรถได้ช้า ส่งผลให้การจราจรบริเวณ อ.บางสะพาน ติดขัด รถติดยาวร่วม 20 กิโลเมตร

ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก็เร่งซ่อมแซมเส้นทาง คาดว่าในวันที่ 12 ม.ค.นี้ จะเปิดเดินรถได้จนถึงสถานีชุมทางทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

ขณะที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชก็ประกาศปิดทำการบินเพิ่มอีก 2 วัน คือ 12-13 ม.ค. หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยจะต้องทดสอบระบบในสนามบินบริเวณรันเวย์ และการตรวจสอบความแข็งแรงของผิวทางวิ่ง หากการตรวจสอบระบบความปลอดภัยรันเวย์สนามบินแล้วเสร็จ ก็คาดว่าจะสามารถเปิดสนามบินนครศรีธรรมราชในวันที่ 14 ม.ค.นี้

รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า พายุฝนที่จะเข้ามาในพื้นที่ภาคใต้ช่วง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถึงนครศรีธรรมราช ช่วงวันที่ 15-16 ม.ค.นี้ เป็นรอบที่ 3 แต่ปริมาณฝนไม่มากเท่ากับที่ผ่านมา
 
"พายุฝนเที่ยวนี้ไม่ถึง กทม. จะอยู่แค่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เท่านั้น เพราะความกดอากาศจากอันดามันไม่ได้แรงเหมือนช่วงต้นเดือน ม.ค. รวมถึงไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่แบบปี 2554 เพราะจะเกิดได้ต้องมีปัจจัยใหญ่ๆ เกิดขึ้นในทะเล เช่น ภาวะ ลานินญา และในปี 2554 มีพายุทั้งในอ่าวไทย อันดามัน ทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีน้ำท่วมตั้งแต่เดือน ก.ค. ซึ่งในปีนี้ยังไม่มีปัจจัย"

แม้นักวิชาการด้านทรัพยากรน้ำจะให้ความมั่นใจ แต่สถานการณ์น้ำในปีนี้ก็ยังเป็นประเด็นห่วงใยที่ต้องติดตามกันต่อไป

บรรยายภาพ - ไม้ซุงขนาดใหญ่และดินทรายที่ไหลเข้าทับถมพื้นที่บ้านหน้าเขาล่าง หมู่ 7 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ส่งผลให้บ้านเรือนเสียหายกว่า 10 หลัง พื้นที่เกษตรเสียหายเป็นวงกว้างประมาณ 100 ไร่

ข่าวล่าสุด

TRUE ปรับโครงสร้างใหญ่ จาก Telenor เป็น “Arise” จุดเปลี่ยนสู่กำไรยั่งยืน