การเมืองปี’60 เดินหน้าสู่เลือกตั้ง
ต้องจับตากันตลอดทั้งปีว่า คสช.จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบโรดแมป
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ในที่สุดการเมืองไทยก็เดินทางมาถึงปี 2560 ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นปีที่คนไทยทั้งประเทศจับตามองอยู่พอสมควร เนื่องจากเป็นปีสุดท้ายในการทำงานของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
นับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ทำการรัฐประหารล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 คำถามหนึ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตอบแก่สังคมมากที่สุด คือ “ประเทศจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่” ซึ่งทุกครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จะตอบย้ำเสมอว่าทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมป
“ในส่วนของผม ในฐานะที่ต้องรับผิดชอบในภาพรวม ได้สั่งการว่าเรื่องทั้งหมดจะต้องเป็นไปตามโรดแมปที่วางไว้ โรดแมปว่าอย่างไรก็จะว่าไปตามนั้น คือมีการเลือกตั้งในปี 2560 และกระบวนการเลือกตั้งผมก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากเดิม คือเดือน ก.ค. 2560”
เป็นคำยืนยันของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2559 ว่าอย่างไรเสียในปี 2560 จะต้องมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และยิ่งตอกย้ำเข้าไปอีกภายหลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ อันเป็นการทำให้กำหนดการเลือกตั้งไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง
ปัจจัยลบกระทบโรดแมป
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในแง่ของข้อกฎหมายและเงื่อนไขทางการเมืองแล้ว จะพบว่ามีความเป็นไปได้พอสมควรที่การเลือกตั้งอาจถูกขยับออกไปจากปี 2560 ไปเป็นกลางปี 2561 หรือนานกว่านั้น
พลิกดูขั้นตอนของการเปลี่ยนผ่านตามที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เพิ่งผ่านประชามติพบว่ามีกระบวนการสลับซับซ้อนพอสมควรระหว่างคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
กล่าวคือ ทันทีที่ร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ กรธ.ต้องทยอยส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญจำนวน 10 ฉบับให้กับ สนช.ภายใน 240 วัน โดยที่ สนช.มีเวลาพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญจาก กรธ.
สำหรับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับ ประกอบด้วย 1.การเลือกตั้ง สส. 2.การได้มาซึ่ง สว. 3.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 4.พรรคการเมือง 5.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 6.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 7.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง 8.ผู้ตรวจการแผ่นดิน 9.การตรวจเงินแผ่นดิน และ 10.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับแรกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะเป็นกฎหมายที่จะมีผลต่อการกำหนดการเลือกตั้ง โดยร่างรัฐธรรมนูญกำหนดว่าเมื่อร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับมีผลบังคับใช้ จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน
แม้ร่างรัฐธรรมนูญจะล็อกกรอบเวลาของการเลือกตั้งไว้ค่อนข้างชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติแล้วกรอบเวลาดังกล่าวอาจไม่มีความหมายหากเกิดอุบัติเหตุใน สนช.ขึ้นมา
จับตา สนช.รื้อกฎหมายลูก
ตามขั้นตอนปกติ สนช.ในฐานะองค์กรผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติมีสิทธิในการแก้ไขเนื้อหาในร่างกฎหมายที่ กรธ.ส่งมาทุกมาตรา และถ้าการแก้ไขของ สนช.ทุกฝ่าย ทั้ง กรธ.และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องเห็นด้วย ทุกอย่างก็จบ แต่หากไม่เป็นเช่นนั้นจะต้องมีกระบวนการที่อีนุงตุงนังกันอีกรอบ คือ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ
คณะกรรมาธิการวิสามัญ ประกอบด้วยประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือประธานองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง และสมาชิก สนช. และ กรธ. ฝ่ายละ 5 คน เพื่อพิจารณาแล้วเสนอต่อ สนช. ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง เพื่อให้ความเห็นชอบ
โดยในกรณีที่ถ้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติเห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขทุกอย่างจะเดินหน้า แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น เพราะ สนช.มีมติไม่เห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเกิน 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิก สนช.เท่าที่มีอยู่ของ สนช. จะมีผลให้ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนั้น เป็นอันตกไป
ไร้ทางออกรับมือปัญหา
ตรงนี้กำลังกลายเป็นปัญหาสำคัญ เนื่องจากในร่างรัฐธรรมนูญไม่บอกทางออกไว้ว่าหากร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญต้องมามีอันเป็นไปในสภาจะต้องดำเนินการอย่างไร ซึ่งในประเด็นนี้มีการพยายามเสนอทางออกเป็น 2 แนวทางด้วยกัน
1.ให้คณะรัฐมนตรีเสนอร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเข้ามาให้ สนช.พิจารณาใหม่ เทียบกับการเสนอร่าง พ.ร.บ.เข้าสภาตามขั้นตอนปกติ ซึ่งการใช้แนวทางนี้นั้นย่อมมีผลให้โรดแมปต้องถูกเลื่อนออกไปจากกำหนดการในปี 2560 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2.ให้คณะ กรธ.เป็นฝ่ายเสนอร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเข้ามาใหม่ โดยใช้วิธีการแบบเดิมที่เสนอเข้ามา แต่แนวทางนี้มีหลายฝ่ายแสดงความเห็นว่าไม่น่าจะดำเนินการได้ เพราะในเมื่อ สนช.ไม่เห็นชอบกับร่างกฎหมายของ กรธ.แล้ว ก็ไม่ควรให้ กรธ.ได้มีสิทธิเสนอกฎหมายอีก
ขณะเดียวกัน การปฏิรูปประเทศที่ยังไม่ค่อยมีความคืบหน้าเท่าไหร่นัก อาจเป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ คสช.จำเป็นต้องชะลอการเลือกตั้งออกไปก่อน เพราะรัฐบาลมีแผนในการเสนอกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศเข้า สนช.ตลอดปี 2560 ค่อนข้างมากรวมแล้วกว่า 200 ฉบับ
ด้วยเหตุนี้เองจึงอย่าได้แปลกใจว่า ทำไมล่าสุด สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 ถึงออกมาส่งสัญญาณว่าโรดแมปการเลือกตั้งอาจต้องเลื่อนไปถึงกลางปี 2561
ดังนั้น ทำให้ต้องจับตากันตลอดทั้งปีว่า คสช.จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบโรดแมป อันเป็นหนึ่งในนโยบายคืนความสุขให้กับประชาชน


