posttoday

"พระราชดำรัสที่ไม่มีวันลืม" บันทึกพล.อ.เปรมถึงในหลวง

21 พฤศจิกายน 2559

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยในทุกเรื่อง ที่มีผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน ที่มีผลกระทบต่อประเทศ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

จากหนังสือเรื่อง “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับคณะองคมนตรี” ซึ่งจัดพิมพ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธ.ค. 2554 พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 14 ได้ถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์ในฐานะองคมนตรีนับตั้งแต่เมื่อครั้งที่ สัญญา ธรรมศักดิ์ ประธานองคมนตรีขณะนั้น ได้นำเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่องคมนตรี ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2531 มีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้

คณะองคมนตรีมีความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ว่า ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธ.ค. 2554 องคมนตรีจะทำหนังสือทูลเกล้าฯ ถวาย คือ หนังสือเรื่อง “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับคณะองคมนตรี” ในหนังสือเล่มนี้ นอกจากจะประกอบด้วยสาระสำคัญต่างๆ แล้ว องคมนตรีแต่ละคนจะเขียนถึงความรู้สึกประทับใจในการทำงานสนองพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ผู้เขียนขอเรียนว่า การกล่าวถึงพระเมตตาและพระมหากรุณาที่แผ่ไพศาลนั้นมีมากมายเหลือคณานับ เป็นที่ประทับใจของปวงชนชาวสยามทั่วกัน จะเขียนให้ครบถ้วนไม่ได้ ผู้เขียนจะเขียนบางเรื่องที่เห็นว่าควรจะปรากฏในหนังสือเล่มนี้เท่านั้น ขอเริ่มดังนี้

ผู้เขียนและชาวสยามทุกคนต่างก็มีบุญวาสนา มีโชคดีเท่าเทียมกัน ที่ประเทศ ไทยของเรามีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐพระองค์นี้ ผู้เขียนมีโอกาสทำงานถวายเป็นครั้งคราว ตั้งแต่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นราชองครักษ์เวร เมื่อ 14 เม.ย. 2512 และขออนุญาตใช้คำว่า “รับใช้บ่อยขึ้น” ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2513 คือ ตั้งแต่ผู้เขียนดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 จนกระทั่งเป็นนายกรัฐมนตรี จวบจนปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 5 พ.ค. 2493 ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

ทรงเสียสละเพื่อปวงชน

นับแต่วันนั้นถึงวันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยึดมั่นในพระปฐมบรมราชโองการในการทรงครองแผ่นดิน “เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เป็นผลประจักษ์ชัดว่า ประชาชนของพระองค์มีความปลื้มปีติโสมนัสอย่างยิ่ง ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น มีความผาสุกมากขึ้น คนในชนบทมีความรู้ความเข้าใจในการทำมาหาเลี้ยงชีพดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น เข้าใจใช้ชีวิตอย่าง “พอเพียง” ประชาชนสำนึกรู้เองว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานสิ่งใด พระราชทานเพื่ออะไร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงเป็นที่รักเคารพและบูชาของประชาชนชาวสยามทุกหมู่เหล่า และประชาชนทราบดีว่า การทรงเสียสละพระราชกิจส่วนพระองค์เพื่อความผาสุกของประชาชน คือ “ความสุขพระราชหฤทัย” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ไม่เพียงแต่ “คน” เท่านั้น ที่ได้รับพระราชทานพระเมตตา พระมหากรุณาและน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “สัตว์ ภูเขา สิ่งแวดล้อม ฯลฯ” ก็ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาเช่นเดียวกัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัยในทุกเรื่อง ที่มีผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน ที่มีผลกระทบต่อประเทศ ได้รับพระราชทานพระราชดำริ และพระราชดำรัสแนะนำเจ้าหน้าที่ให้ลองไปปฏิบัติ ทรงรับความคิดเห็น ข้อเสนอของเจ้าหน้าที่ ทรงร่วมพิจารณา และมีพระบรมราชวินิจฉัยแก้ไขให้นำไปใช้ได้ ทั้งทรงใส่พระราชหฤทัยและทรงติดตามผลงานเป็นเนืองนิจ

นอกจาก “ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม” แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังมีพระราชหฤทัยอันประเสริฐ เปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระมหากรุณา ในรอบ 24 ชั่วโมง เว้นแต่เวลาเสวยและทรงพระบรรทม เวลาที่เหลือจะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่เพื่อประโยชน์สุขของราษฎร ทรงพระราชดำริ ทรงวางแผนที่จะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อราษฎร ในขณะเดียวกัน พสกนิกรชาวสยามทั่วราชอาณาจักรล้วนตระหนักเสมอว่า การทรงงานหนักเพื่อราษฎรนั้น จะทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเบิกบานพระราชหฤทัย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความรู้ความเข้าพระราชหฤทัยในแขนงวิชาต่างๆ แทบทุกแขนง ทรงศึกษาด้วยพระองค์เอง ทรงแนะนำและทรงสนทนากับผู้เข้าเฝ้าฯ ได้ดีและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อชาติบ้านเมือง ยิ่งกว่านั้น ยังพระราชทานกำลังใจแก่ข้าราชการ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งใหญ่ และเป็นความซาบซึ้งในน้ำพระราชหฤทัยที่ทุกคนได้รับพระราชทาน การทรงวางพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการทรงปฏิบัติพระราชกิจต่างๆ เป็นสิ่งงดงามประเสริฐยิ่ง ทรงเป็น “ต้นแบบของแผ่นดิน”

คนไทยปวงชนชาวสยามทั่วหน้ารู้สึกประทับใจและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวอย่างไร ผู้เขียนซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวน 65 ล้านคน และเป็นข้าราชบริพาร ขอร่วมความรู้สึกประทับใจต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างนั้นเช่นเดียวกัน

น้ำพระราชหฤทัยสุดประเสริฐ

ในส่วนของผู้เขียน มีเรื่องสำคัญที่ควรบันทึกไว้ ดังนี้

เมื่อผู้เขียนดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2

ไม่สามารถอ้างอิงวันเดือนได้ แต่เป็นปลายปี 2517 พล.ต.เทียนชัย จั่นมุกดา หัวหน้านายทหารรักษาความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปตรวจภูมิประเทศเพื่อวางแผนในการถวายอารักขา เรานัดพบกันบนภูผาเหล็ก เวลา 10.30 น. พอถึงเวลาอาหารกลางวัน ผู้เขียนชวนคุณเทียนชัยให้รับประทานข้าวห่อที่กองทัพเตรียมไป คุณเทียนชัยบอกว่า เตรียมข้าวห่อมาจากกรุงเทพฯ ด้วยแล้ว คุณเทียนชัยเล่าต่อว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งให้เตรียมข้าวห่อไปด้วยจะได้ไม่เป็นภาระของกองทัพ กองทัพเขามีภาระมากอยู่แล้ว

นี่คือน้ำพระราชหฤทัยสุดประเสริฐของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ 13-16 ต.ค. 2518 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรภาคอีสาน ประทับแรกที่เขื่อนน้ำอูนของกรมชลประทาน ขณะนั้นยังไม่มีพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ก่อนเสด็จฯ กลับกรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำแก่หน้าที่ผู้ถวายงานและรับเสด็จผู้เขียนได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณาให้ประทับต่อไปอีก 2-3 วัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า “ฉันมีความจำเป็นต้องกลับ แต่ถ้าแม่ทัพอยากให้ฉันมาอีกเมื่อใด ให้บอกไป ฉันจะมา”

ผู้เขียนไม่มีเอกสารอ้างอิง แต่ขอยืนยันว่า เป็นพระราชดำรัสที่ผู้เขียนได้ยินและจะไม่มีวันลืม และไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายถึงสิ่งที่มีอยู่ในพระราชหฤทัย

เวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรตามจังหวัดต่างๆ จะทรงเตรียมพระองค์พร้อมเสมอ โปรดที่จะทรงขับรถยนต์พระที่นั่งด้วยพระองค์เอง และทรงใช้แผนที่โดยตลอด ทรงเชี่ยวชาญในการใช้แผนที่อย่างยิ่ง นายทหารแผนที่ยอมรับว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวิชาแผนที่ดีกว่าพวกเขา (นายทหารแผนที่) ในการเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎร จะทรงทราบว่า บางระวางในแผนที่ที่ทรงใช้ ผิดจากภูมิประเทศจริง จะทรงอธิบาย และมีพระราชดำรัสกับนายทหารแผนที่ที่ตามเสด็จให้รับไปแก้ไข

ข้าราชการและผู้ตามเสด็จต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะกราบบังคมทูลตอบพระราชดำรัสถาม และส่วนมากจะทรงถามที่ผู้ถูกถามมักจะไม่ได้เตรียมมาก่อน

ข้าราชการและผู้ตามเสด็จต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงงานนานหลายชั่วโมงโดยไม่ทรงพัก ไม่เสวยเมื่อถึงเวลาเสวย และไม่ทรงใช้ห้องสรงเป็นเวลานาน

วิธีการทรงงานของพระองค์

ผู้เขียนได้รับพระราชทานพระมหากรุณาให้ตามเสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ห่างไกลเป็นสิบๆ ครั้ง ได้ทราบ ได้เห็น ถึงวิธีการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พอสรุปได้ว่า

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งพระราชหฤทัยมั่น ทรงแน่วแน่ที่จะได้ทอดพระเนตรของจริง ความจริง เพื่อทรงนำไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับรายงานที่องค์กรต่างๆ ทูลเกล้าฯ ถวาย

พระองค์มีพระวิริยะ พระอุตสาหะ พระขันติ แม้จะทรงเหน็ดเหนื่อยพระวรกาย ก็ไม่ทรงท้อถอย

เมื่อทรงทราบข้อมูลโดยละเอียด ถูกต้อง และครบถ้วนแล้ว จึงจะทรงพระราชดำริพระราชทานแก่หน่วยงานต่างๆ

ไม่ทรงมีกฎเกณฑ์และกำหนดการแต่งกายของราษฎรที่เข้าเฝ้าฯ บางคนไม่สวมเสื้อ ไม่ทรงรังเกียจแต่อย่างใด

ทรงวางพระองค์เรียบง่าย ประทับกับพื้นดินบ่อยๆ

ในการเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรแต่ละครั้ง จะทรงงานจนเสร็จตามที่ทรงตั้งพระราชหฤทัย จึงจะทรงหยุด ไม่ว่าจะทรงใช้เวลานานเท่าใด

จะไม่ทรงตำหนิใด แม้จะกราบบังคมทูลรายงานไม่ถูก ไม่ครบถ้วน ไม่ใช้ราชาศัพท์ หรือใช้ราชาศัพท์ไม่ถูก

ปวงชนชาวสยามมีบุญยิ่งใหญ่ที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นหลักชัยของประเทศ มีการกล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนในชาติ ทรงเป็นมิ่งขวัญ ทรงเป็นที่เคารพ ทรงเป็นที่บูชา และทรงเป็น “พ่อ” ของคนในแผ่นดิน คำกล่าวเหล่านี้หลั่งออกมาจากใจทั้งของคนไทยและชาวต่างชาติในประเทศของเรา เป็นคำกล่าวที่แสดงถึงความรู้สึกของคนไทยของปวงชนชาวสยามที่มีต่อในหลวงพระองค์นี้ ความรู้สึกที่จะดำรงอยู่ตลอดไปไม่มีวันสลาย

เท่าที่เคยได้ยินมา มีชาวต่างประเทศประเทศหนึ่งพูดว่า ประเทศของเขาโชคดีน้อยกว่าประเทศไทย เขาไม่มีคิง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปรารภถึงคำสามคำ คือ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ทรงพระราชดำริว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุข มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย น่าจะนำคำสามคำนี้ไปใช้ประโยชน์ บัดนี้ เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ใช้คำสามคำนื้ เป็นปัจจัยในการกำหนดนโยบายในการปฏิบัติต่อราษฎรแพร่หลายมาก โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐในสามจังหวัดภาคใต้ และได้ผลดีระดับหนึ่งภาคเอกชนก็เข้าใจคำเหล่านี้ และได้นำไปปรับใช้ในธุรกิจ

พระราชทานคำแนะนำรัฐบาล

เมื่อผู้เขียนดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก และนายกรัฐมนตรี

ในบางประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะมีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือเป็นจารีตประเพณีว่า พระมหากษัตริย์ทรงมีหน้าที่ต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลอย่างไร รัฐธรรมนูญของเรามิได้กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจหลายอย่างที่ทรงเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผ่านรัฐบาลนายกรัฐมนตรีของประเทศ เราจะขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสเฝ้าฯ ตามระยะเวลา เพื่อกราบบังคมทูลรายงานการปฏิบัติหน้าที่ และ/หรือ เรื่องอื่นๆ เช่น ขอพระราชทานพระราชดำรัสแนะนำ ขอพระราชทานพระราชดำริ ฯลฯ ผู้เขียนก็ปฏิบัติเช่นนั้น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตามที่กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณทุกครั้งอย่างเต็มพระราชหฤทัย ในบางครั้งจะทรงเตือนในเรื่องต่างๆ ที่ทรงเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาล เพื่อความผาสุกของราษฎร อันเป็นผลให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบแนวทางบริหารราชการแผ่นดินจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกทางหนึ่ง

การที่นายกรัฐมนตรีได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณให้เฝ้าฯ มีผลพลอยได้ที่ดีมากอีกประการหนึ่งคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบการปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของรัฐบาลทุกรัฐบาล ฉะนั้น ทรงสามารถพระราชทานพระราชดำริ พระราชทานพระราชดำรัสแนะนำ หรือพระราชทานพระราชดำรัสเตือนแก่รัฐบาลที่ผลัดเปลี่ยนเข้ามาบริหารประเทศได้ในทุกเรื่อง ทำให้นโยบายของรัฐบาลที่มีระยะเวลายาวนานมีความต่อเนื่องกันไปโดยตลอด เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลนั้นๆ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม

ในประเทศของเรา ผู้ไม่ชอบและตำหนิพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็มีอยู่บ้าง แต่ประชาชนเกือบทั้งประเทศล้วนแต่รัก เคารพ บูชา เทิดทูน และจงรักภักดี ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนชาวสยามทราบดีว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้ทรงเป็นในหลวงของเราที่สะอาด บริสุทธิ์ ทั้งกาย วาจา และใจ ทรงดำรงเคร่งครัดในทศพิธราชธรรม ทรงตั้งพระราชหฤทัยแน่วแน่มั่นคงที่จะทรงครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองแผ่นดินของเรา ตั้งแต่ปี 2489 ประชาชนได้รู้ ได้เห็น ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งทางตรงและทรงอ้อม ให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุข ความอบอุ่น และความกินดีอยู่ดีทั่วหน้ากันสิ่งต่างๆ มากมายมหาศาลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่พสกนิกรนำไปสู่ความรัก ความสามัคคีของคนในชาติด้วยความจงรักภักดีชั่วนิรันดร์

ไม่เพียงแต่ปวงชนชาวสยามเท่านั้น แม้ชาวต่างประเทศที่พำนักอยู่ในประเทศของเราเป็นการถาวรก็ดี เป็นการชั่วคราวก็ดี ล้วนแต่สรรเสริญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้เขียนเป็นองคมนตรีเมื่อ 23 ส.ค. 2531 ได้เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อ 26 ส.ค. 2531 คณะองคมนตรีได้รับความไว้วางใจพระราชหฤทัยสูง องคมนตรีทุกคนสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง และภูมิใจที่สุดที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้ทำงานถวายสนองพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐพระองค์นี้

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วูล์ฟ พบ นิวคาสเซิ่ล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 18 ม.ค.69