จีนหว่านเงินผูกมิตรอาเซียน นับถอยหลังเปิดศึก ‘ทะเลจีนใต้’
"ไม่มีหลักฐานอ้างอิงตามกฎหมายที่จีนสามารถใช้อ้างสิทธิทางประวัติศาสตร์เหนือทรัพยากรภายในอาณาเขตที่จีนกำหนดไว้ในแผ่นที่เส้นประ 9 เส้น (Nine-Dash-Line) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดของทะเลจีนใต้”
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
“ไม่มีหลักฐานอ้างอิงตามกฎหมายที่จีนสามารถใช้อ้างสิทธิทางประวัติศาสตร์เหนือทรัพยากรภายในอาณาเขตที่จีนกำหนดไว้ในแผ่นที่เส้นประ 9 เส้น (Nine-Dash-Line) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดของทะเลจีนใต้”
คือตอนหนึ่งในคำวินิจฉัยของศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (พีซีเอ) ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งปฏิเสธการกล่าวอ้างกรรมสิทธิ์ของจีนเหนือพื้นที่ 3.5 ล้านตารางกิโลเมตร ในน่านน้ำทะเลจีนใต้
คำวินิจฉัยดังกล่าวมีขึ้นภายหลังรัฐบาลฟิลิปปินส์สมัยประธานาธิบดี เบนิกโน อากีโน ตัดสินใจยื่นฟ้องท้าทายจีนไปในปี 2556 ว่าแผนที่เส้นประ 9 เส้น ซึ่งจีนอ้างว่าประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2491 นั้น ไม่เป็นไปตามอนุสัญญาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) ที่ทั้งฟิลิปปินส์และจีนต่างลงนามเอาไว้
แน่นอนว่าคำตัดสินที่ออกมาย่อมเป็นผลดีกับฟิลิปปินส์ แต่ที่มากไปกว่านั้นก็คือยังส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อเวียดนาม มาเลเซีย ไต้หวัน รวมถึงบรูไน ซึ่งมีกรณีพิพาทเรื่องการอ้างสิทธิทับซ้อนในพื้นที่กับจีนด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี แม้ว่ารัฐบาลจีนได้กร้าวประกาศเอาไว้ว่าตั้งแต่เริ่มแรกแล้วว่า “ไม่ยอมรับ” อำนาจศาล และยืนกรานที่จะไม่ปฏิบัติตามคำตัดสิน หากแต่ผลพวงจากคำวินิจฉัยได้เร้าให้อุณหภูมิในทะเลจีนใต้ระอุอุ่นขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
งานสัมมนาวิชาการเรื่อง ทะเลจีนใต้หลังคำตัดสินของศาลโลก : สงบหรือปั่นป่วน ซึ่งจัดโดยศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้รวบยอดความน่าจะเป็นของสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยฉายภาพผ่านท่าทีของแต่ละประเทศ
รศ.สีดา สอนศรี คณบดีวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ภาพฟิลิปปินส์ในฐานะประเทศเล็กๆ ที่ลุกขึ้นมาต่อกรกับมหาอำนาจอย่างจีนว่า เหตุผลของการต่อสู้คือต้องการพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติทั้งในเชิงความมั่นคงและเศรษฐกิจ
เนื่องด้วยฟิลิปปินส์มีเส้นทางการเดินเรือ การค้าขาย การขนส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใหญ่มาก เชื่อมโยงเอเชียตะวันออกกับยุโรปและตะวันออกกลางมีมูลค่าถึง 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ/ปี รวมทั้งมีแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีน้ำมันก๊าดจำนวนมหาศาล
“ถามว่าฟิลิปปินส์จะรักษาผลประโยชน์ของชาติได้อย่างไร ก็ต้องเอาสหรัฐเข้ามาถ่วงดุล” รศ.สีดา ระบุและอธิบายเพิ่มว่า ฟิลิปปินส์มีกองทัพที่ไม่เข้มแข็งแต่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐมายาวนาน และมีข้อตกลง Balikatan ซึ่งอนุญาตให้มีเรือและเครื่องบินเข้ามาลาดตระเวนได้เป็นครั้งคราว จึงได้ชักชวนสหรัฐเข้ามาถ่วงดุลไม่ให้จีนมีบทบาทในน่านน้ำที่มีทรัพยากรมหาศาล ซึ่งถือเป็นประโยชน์กับสหรัฐเองด้วย
รศ.สีดา ประเมินว่า ในอนาคตจะมีการสู้รบเกิดขึ้นในทะเลจีนใต้ เนื่องจากจีนรุกล้ำเขตของประเทศอื่นๆ และสหรัฐก็ได้เข้ามาลาดตระเวนตามคำร้องขอของฟิลิปปินส์ เมื่อสหรัฐเข้ามาก็เท่ากับเป็นการยั่วยุให้จีนโกรธมากขึ้น จึงเชื่อว่าจีนคงไม่ยอมหยุด เพราะต้องการเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและทหาร
ในส่วนของท่าทีประเทศเวียดนาม ผศ.ธีระ นุชเปี่ยม ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การเมืองในอินโดจีน ระบุว่า ข้อพิพาทเหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์ (Spratly Islands) และหมู่เกาะพาราเซล (Paracel Islands) ซึ่งทั้งจีน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไต้หวัน รวมถึงเวียดนามต่างอ้างสิทธิและเข้าไปจับจองผ่านรูปแบบของการตั้งสถานี ที่ตั้งทหาร แท่นขุดเจาะน้ำมัน แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ จนทำให้เกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อน
“พฤติกรรมของจีนในการอ้างสิทธิและจับจองเกาะต่างๆ โดยเฉพาะกับหมู่เกาะพาราเซล ซึ่งจีนได้ยึดเอาไปจากเวียดนามใต้เมื่อปี 1974 จึงทำให้เวียดนามยิ่งไม่พอใจและเกิดเป็นกระแสชาตินิยมขึ้นต่อต้านจีนขึ้น” ผศ.ธีระ ระบุ
อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงคือคงไม่มีใครสามารถไปแซะจีนออกจากการจับจองได้ เว้นสหรัฐจะใช้กำลังแต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ก็คือจีนก็จะอยู่ต่อไปเช่นนั้น แต่เชื่อว่าคงไม่ขยายการจับจองเพิ่มเติมหรือแสดงอำนาจบาตรใหญ่ไปกว่านี้
อาจารย์ธีระ บอกอีกว่า เวียดนามยอมรับคำตัดสิน แต่คงไม่แสดงออกถึงความยินดีได้อย่างออกนอกหน้า เพราะเกรงว่าจะกลายเป็นการยั่วยุ เนื่องจากท่าทีของจีนต่อเวียดนามชัดเจนว่าพร้อมใช้กำลังทหารตลอดเวลา
สำหรับท่าทีของไต้หวัน สมาน เหล่าดำรงชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านไต้หวัน สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ เป็นไปในลักษณะเดียวกับจีนคือ “ไม่ยอมรับ” คำตัดสินในประเด็นเส้นประ 9 เส้น โดยให้เหตุผลว่าจะสร้างความเสียหายให้กับสิทธิอำนาจของไต้หวันเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะเกาะไท่ผิง หรือเกาะอิตูอาบา
นอกจากนี้ รัฐบาลไต้หวันได้ส่งกองเรือรบออกไปยังเกาะไท่ผิง เพื่อปกป้องกรรมสิทธิ์ของตัวเองก่อนและหลังจะมีคำตัดสินออกมาเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด
อาจารย์สมาน วิเคราะห์ท่าทีของจีนในไตรมาสสุดท้ายว่า จีนกำลังใช้กลยุทธ์ทางการทูตและการสนับสนุนทางการเงินให้กับสมาชิกอาเซียน เพื่อดึงมาเป็นพันธมิตรในการตอบโต้ฝ่ายที่ขัดแย้งกับจีนโดยเฉพาะปัญหาทะจีนใต้ เนื่องจากจีนต้องการเดินหน้านโยบาย “China Dreams” ที่ต้องการเชื่อมโยงจีนเข้ากับภูมิภาคต่างๆ ทั้งทางบกและทะเล
พล.ร.ท.จุมพล ลุมพิกานนท์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการให้ความรู้เกี่ยวกับผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติทางทะเล สภาความมั่นคงแห่งชาติ แสดงความคิดเห็นว่าสิ่งที่เชื่อมโยงความขัดแย้งทั้งหมดคือผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล ซึ่งประเทศเล็กๆ ก็พยายามจะรักษาไว้ ส่วนจีนก็พยายามจะรุกเข้ามา
“จริงแล้วๆ เรื่องนี้เป็นความขัดแย้งระหว่างฟิลิปปินส์กับจีน บทบาทของไทยจึงควรมีระยะห่างและควรสนับสนุนให้สองประเทศเกิดการเจรจาในระดับทวิภาคี ขณะเดียวกันเราก็ควรหันกลับมาดูผลประโยชน์ทางทะเลของตัวเองด้วย” พล.ร.ท.จุมพล ระบุ


