posttoday

ตั้งเลขาฯ สปสช.ไม่ง่าย ถึงเลือกได้ก็ยังวุ่นไม่จบ

13 มิถุนายน 2559

ต้องไม่ลืมว่า นาทีนี้รัฐบาล คสช.มีความพยายามอย่างสูงที่จะแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

จนถึงขณะนี้ สัญญาณน่าจะชัดเจนแล้วว่าคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1 จะตีความให้ นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ผู้สมัครชิงเก้าอี้เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ไม่ผ่านคุณสมบัติการสมัครเลขาธิการคนใหม่

นั่นเพราะเคยเป็น “คู่สัญญา” กับ สปสช. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

นั่นหมายความว่า นพ.วันชัย ปิดประตูคว้าเก้าอี้เลขาธิการ สปสช.

ตัดคู่แข่งคนสำคัญซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวแทนจาก “กระทรวงหมอ” ที่จะเข้ามายึดครอง สปสช.ออกไป คงเหลือผู้สมัครเพียง 1 ราย นั่นคือ นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ อดีตรองเลขาธิการฯ ตัวเต็งตั้งแต่แรกเริ่ม

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า นพ.ประทีป จะเข้าวินได้โดยราบรื่น

ขั้นตอนต่อจากนี้คือส่งรายชื่อ “นพ.ประทีป” ให้บอร์ดชุดใหญ่ ซึ่งมี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน เพื่อลงมติโหวตกันว่าจะ “รับรอง” นพ.ประทีป หรือที่ประชุมจะตีตกรายชื่อบุคคลนี้ทิ้งไป

ในขั้นตอนนี้ หาก นพ.ประทีป ผ่านการรับรองได้ ทุกอย่างก็จบไม่มีปัญหา แต่ในทางตรงกันข้าม หากบอร์ด สปสช.ไม่รับรอง นพ.ประทีป นั่นจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

นั่นเพราะต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่อีกรอบ ซึ่งคาดว่าจะกินเวลาไม่ต่ำกว่า 2-3 เดือน

ความวุ่นวายจะตีกลับไปยังฝ่ายภาคประชาชน-หมอชนบท และเจ้าหน้าที่ สปสช.กลุ่มเดิม ที่คงต้องเร่งหาตัวตายตัวแทนใหม่ นั่นเพราะ นพ.ประทีป มีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ และที่สำคัญคือคงไม่สามารถผลักดันรายชื่อเดิมเข้าสู่การพิจารณาได้อีกแล้ว

คนที่จะเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันคนใหม่ก็หายาก แทบจะมองไม่เห็นใครใน สปสช. ที่มีหน่วยก้านเทียบเท่าหมอประทีป มิหนำซ้ำในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นใหญ่ ก็มีแนวโน้มสูงที่ สปสช.จะต้องเปิดโหมด “รุก” มากกว่าโหมด “รับ”

ต้องไม่ลืมว่า นาทีนี้รัฐบาล คสช.มีความพยายามอย่างสูงที่จะแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในประเด็นหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินกองทุนเหมาจ่ายรายหัว มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท รวมทั้งอาจจะเปลี่ยนโครงสร้างบอร์ด เพิ่มสัดส่วนตัวแทนกระทรวงเข้าไป ตามที่ สธ.ทำข้อเสนอไปก่อนหน้า โดยกระทรวงยุติธรรมได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก

มิหนำซ้ำ ยังมีเรื่องการร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ โดยให้ “กระทรวงสาธารณสุข” และปลัดกระทรวง เข้ามามีบทบาทในการ “ร่วมตัดสินใจ” กับ สปสช. กองทุนสุขภาพอื่นๆ รวมถึงองค์กรอิสระในสังกัด สธ.ทั้งหมด เนื่องจากที่ผ่านมาการตัดสินใจหลายอย่างไปคนละทิศละทาง สร้างความไม่เข้าใจกันระหว่าง สธ.และ สปสช. จนเกือบจะเกิด “ม็อบ” มาแล้ว

นอกจากนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าบรรดาโรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์-โรงพยาบาลทั่วไป สะสมความไม่พอใจการบริหารงานของผู้บริหาร สปสช.
ชุดนี้มาเป็นเวลาร่วม 10 ปีแล้ว ทั้งในประเด็นเงินเหมาจ่ายรายหัวตกถึงโรงพยาบาลไม่พอ เพราะต้องแบ่งให้กองทุนย่อย ทั้งเรื่องการเบิกจ่ายอย่างยากลำบาก จนคำขวัญการทำงานกับ สปสช. คือการ “ทำงานแลกเงิน” สามารถจุดติดมาตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ส่งผลให้แนวทางการทำงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเป็นไปในทางเดียวกัน คือลดอำนาจองค์กรตระกูล ส. และหากลไกให้กระทรวงหมอเข้ามามีส่วนร่วมบริหารกองทุนมากขึ้น

ด้วยเหตุดังกล่าว จึงเป็นไปได้สูงที่หวยจะออกในเชิง “ลดอำนาจ” ของ สปสช. เพราะการปฏิรูปในยุค คสช. ได้สะท้อนให้เห็นแล้วว่าเชื่อใจการจัดการของระบบ “รัฐราชการ” มากกว่า รวมถึงคิดเสมอว่าไว้ใจองค์กรของรัฐที่บริหารจัดการตัวเองอย่างอิสระ

ยิ่ง สปสช.มีทิศทางที่ซบอิงกับ “ภาคประชาชน” และ “เอ็นจีโอ” มากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อออกเสียงสกัดเลขาธิการจากกระทรวงหมอชัดเจน ยิ่งทำให้รัฐบาลอยากเอาอำนาจกลับมาจัดการด้วยตัวเองมากขึ้น

ฉะนั้น เลขาธิการ สปสช.คนใหม่จึงต้องมีคุณสมบัติเป็น “แม่ทัพ” พิทักษ์เจตนารมณ์ขององค์กร

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเหตุปัจจัยทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าจะในอนาคตอันใกล้เลขาธิการ สปสช.จะเป็น “หมอประทีป” หรือจะมีการลากยาวการสรรหาออกไปอีกไม่ต่ำกว่า 2-3 เดือน

หน่วยงานที่ดูแลสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประชาชนก็หืดขึ้นคออยู่ดี

ข่าวล่าสุด

ซีอีโอ Instagram เผยเทรนปี 2026 สู่ยุคที่คนโหยหาความสมจริง