posttoday

รัฐธรรมนูญมีไว้กรุยทาง ให้ทหารใช้แทรกซึม

12 มีนาคม 2559

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ร่วมกับศูนย์ศึกษาสังคมและวัฒนธรรมร่วมสมัย คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาจัดเวทีเสวนาสาธารณะในหัวข้อ “รัฐธรรมนูญมีไว้ทำไม”

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ร่วมกับศูนย์ศึกษาสังคมและวัฒนธรรมร่วมสมัย คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดเวทีเสวนาสาธารณะในหัวข้อ “รัฐธรรมนูญมีไว้ทำไม” ณ ห้องประชุม ประกอบ หุตะสิงห์ ชั้น 3 อาคารอเนกประสงค์ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

วิโรจน์ อาลี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นหัวข้อ “มีไว้ให้ทหาร” โดยระบุว่า รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมีทหารไว้ทำไม คำตอบคือ ให้ถูกควบคุมภายใต้อำนาจประชาชนซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันทหารและประชาธิปไตยมีมาอย่างยาวนาน

โดยในระบบการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ทหารมีหน้าที่ปกป้องอำนาจอธิปไตย คือ ประชาชนแต่ต้องมีข้อตกลงควบคุมการใช้อำนาจของของสถาบันต่างๆ และสถาบันทหาร เพื่อไม่ให้ใช้อำนาจเกินตามการปกครองระบบประชาธิปไตย ทั้งนี้ประเทศกำลังพัฒนามีปัญหามากในเรื่องนี้ เพราะประชาธิปไตยไม่เข้มแข็ง เพราะรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งคิดเพียงจะประนีประนอมกองทัพอย่างไรไม่ให้ยึดอำนาจ

วิธีแก้ปัญหา 1.มีกระบวนการเลือกตั้งโปร่งใส ทำให้ผู้ถูกเลือกมีความชอบธรรม เพื่อเป็นเงื่อนไขไม่ให้ทหารเข้าแทรกแซง 2.รัฐบาลต้องมีนโยบายชัดเจนว่ากองทัพมีหน้าที่ทำอะไร แต่ก็ต้องรับฟังความเห็นกองทัพ รวมถึงให้ความเป็นธรรมกับกองทัพหากมีข้อสงสัยถามรัฐบาลด้วย โดยต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และ 3.ทหารมีหน้าที่สำคัญ คือ อยู่ข้างหลังประชาชน รวมถึงหยุดยั้งการเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองทุกมิติ

“ประเทศพัฒนาและกำลังพัฒนาต้องปฏิเสธอำนาจทหารที่จะเข้ามาทางการเมืองทุกรูปแบบ ทั้งเกษียณหรือยังไม่เกษียณ เพราะจะเอาความสัมพันธ์ระบบอุปถัมภ์ที่มีอยู่มาใช้ หน้าที่ทหารคือรักษาอธิปไตย ไม่ควรใช้อำนาจควบคุมเพื่อสร้างประชาธิปไตยตามที่คิด ขณะเดียวกันการเมืองและการปกครองประชาธิปไตยก็ต้องเปลี่ยนตัวเองหยุดยั้งการเอื้อให้พวกพ้อง ป้องกันทหารเข้ามามีบทบาททางการเมือง เพื่อให้ประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไป หากยังเป็นแบบเดิมรัฐประหารจะวนกลับมา”

นอกจากนี้ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ไม่อธิบายระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 2 ขยัก รวมถึงเรื่อง สว.สรรหาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยากให้เข้าไปเลือกนายกรัฐมนตรี ส่วนการคงอยู่ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) จะอยู่อีกนานแค่ไหนก็ไม่ชัด จะอยู่ดูแลยุทธศาสตร์ชาติทำหน้าควบคู่ คสช.ที่เป็น สว.จนสภาพกลายเป็นสภาคู่ขนานกับ สส.ที่มาจากการเลือกตั้ง ที่สุดแล้วสถาบันทหารจะเข้าไปอยู่ทุกมิติหรือไม่ ถ้าเป็นดังนี้ รัฐธรรมนูญก็มีไว้ให้ทหารแทรกซึม

ด้าน ปูนเทพ ศิรินุพงศ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในหัวข้อ “มีไว้ให้ศาล” ว่า เชื่อว่าร่างแรกของรัฐธรรมนูญกับร่างสุดท้ายที่จะเสร็จในวันที่ 29 มี.ค.นี้ จะไม่ใช่การแก้ไข แต่จะกลายเป็นคนละชุดกัน เพราะปีนี้ครบรอบ 10 ปี ตุลาการภิวัฒน์ ที่มีทั้งการล้มการเลือกตั้งและรัฐประหาร จนอาจทำให้คนสิ้นหวังกับตุลาการ ซึ่งเข้ามามีบทบาททางการเมืองมากขึ้น

ดังนั้น ในรัฐธรรมนูญศาลจึงต้องไม่ใช่เทพเจ้าที่ถูกฝากความหวังเอาไว้ว่าจะชี้ขาดปัญหา แต่ต้องเป็นองค์กรหนึ่งที่เท่ากับสถานบันอื่น ความอิสระของศาลต้องไม่ไร้ขอบเขต ต้องเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และหลักความเสมอภาค รวมถึงต้องตรวจสอบได้ง่าย ไม่ใช่อ่านคำแถลง 5 นาที แล้วล้มการเลือกตั้งทั้งประเทศ

ขณะที่ สุรพศ ทวีศักดิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน กล่าวในหัวข้อ“มีไว้ให้พระ” ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ในมาตรา 31 กำหนดเสรีภาพการนับถือศาสนาต้องเป็นหน้าที่ปวงชนชาวไทย และไม่ขัดต่อความมั่นคงของรัฐ

ทว่ามาตรา 63 กำหนดถึงการบ่อนทำลายศาสนาภาพรวมได้เปิดช่องให้มีการตีความที่ี่อาจก่อให้เกิดการกระทบต่อสิทธิเสรีภาพทางศาสนาได้มาก เสรีภาพทางการนับถือศาสนามีความคลุมเครือมากขึ้น ถ้าเขียนแบบนี้ลำพังรัฐไทยที่เป็นกึ่งรัฐศาสนาอยู่แล้วจะยิ่งเป็นแบบโบราณมากขึ้น

“สถานการณ์ของเราทุกวันนี้ต่างจากตะวันตก ที่รู้จักเจ็บปวดกับศาสนจักรในยุคกลาง จึงแยกศาสนาออกจากรัฐ แล้วปรับตัวให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย เนื้อหาเกี่ยวกับศาสนาควรมีแค่มาตราเดียวความว่า ‘รัฐไทยให้ความคุ้มครองสิทธิทุกศาสนาเท่าเทียมกัน โดยไม่ละเมิดสิทธิพลเมือง’ เพื่อแยกให้ศาสนาเป็นองค์กรเอกชนเอื้อต่อการปรับตัว”

ข่าวล่าสุด

ดร.ณัฏฐ์ ชี้คดี44อดีตสส.ก้าวไกล ฝ่ายอนุรักษ์นิยมครองอำนาจเต็มระบบ