posttoday

ประยุทธ์บุกอีสานสร้างคะแนน สกัดมวลชนเคลื่อนไหว

21 สิงหาคม 2560

พล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถหยิบฉวยโอกาสที่อยู่ตรงหน้า และใช้ประโยชน์ได้มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เริ่มต้นภารกิจสัปดาห์นี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่ จ.นครราชสีมา เพื่อตรวจเยี่ยมการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซากที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานอย่างหนักในเวลานี้

แน่นอนว่า การนำ ครม.ลงพื้นที่บ้านเกิดของนายกรัฐมนตรีรอบนี้ ถูกมองว่าเป็นการเรียกคะแนนจากชาวอีสาน รวมทั้งได้ฟื้นความเชื่อมั่นและศรัทธาที่ถดถอยลงไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา

เริ่มจากการลงไปตรวจเยี่ยมแก้ปัญหาน้ำท่วม รับฟังรายงานการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และการบริหารจัดการน้ำของ จ.นครราชสีมา และบ้านหนองขี้เหล็ก ต.วังหิน อ.โนนแดง ซึ่งเป็นหมู่บ้านประสบปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซาก

รวมทั้งเยี่ยมชมการดำเนินโครงการภายใต้แผนพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ประยุกต์ ตามพระราชดำริ โครงการตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล

ต่อเนื่องด้วยการเดินทางไปเทศบาลตำบลหัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อไปมอบเอกสารสิทธิที่ดินทำกินของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ปิดท้ายในวันที่ 22 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นประธานประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ที่ห้องสุรนารี อาคารสุรสัมมนาคาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ทั้งหมดล้วนเป็นกระบวนการทำงานที่ตั้งใจทำอย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง ไปจนถึงเรื่องการมอบเอกสารสิทธิ และการประชุม ครม.

ที่สำคัญจากกระแสข่าว พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เชิญสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ร่วมติดตามทำรายงานเกาะติดการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีแบบรายตัว เพื่อไม่ให้เป้าความสนใจตกไปอยู่ที่นายกรัฐมนตรีจนกลายเป็น “วันแมนโชว์” นั้น

ตอกย้ำให้เห็นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นอย่างมาก ถึงขั้นวางเป้าให้รัฐมนตรีแต่ละคนกระจายไปลงพื้นที่ในแต่ละส่วน ตามยุทธศาสตร์ที่ถูกวางแผนมาเป็นอย่างดี

ทว่า เป้าหมายที่อาจสำคัญกว่าการเร่งสร้างคะแนน ฟื้นความเชื่อมั่น จากชาวอีสานแล้ว

อีกด้านหนึ่งยังมองว่า การขยับของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังหวังผลไปถึงการสกัดการเคลื่อนไหวปลุกปั่นของมวลชนในพื้นที่เพื่อออกมารวมตัวให้กำลังใจ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำตัดสินคดีปล่อยปละให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว วันที่ 25 ส.ค.นี้

ดังจะเห็นว่า ที่ผ่านมาเริ่มเห็นการขยับของมวลชนที่ออกมา “หยั่งเชิง” รวมตัวให้กำลังใจในช่วงการแถลงปิดคดีด้วยวาจาไปแล้วเมื่อต้นเดือน

คู่ขนานไปกับการส่งสัญญาณปลุกมวลชนให้ออกมาให้กำลังใจ อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ของบรรดาคนใกล้ตัว ทั้งจากในพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดง

จนทำให้รัฐบาล คสช.พยายามตัดไฟแต่ต้นลม หาทางสกัดการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะทางตรงทางอ้อม

ไล่เรียงมาตั้งแต่การเรียกตัวบรรดาแกนนำที่ออกมาเคลื่อนไหว อย่าง วัฒนา เมืองสุข แกนนำเพื่อไทย ให้มาชี้แจงกรณีการยุยงปลุกปั่นมวลชน ไปจนถึงการไล่เอาผิดบรรดาผู้ให้บริการรถรับส่งสาธารณะ กับการเอาผิดรถตู้ที่นำมวลชนมาครั้งที่แล้ว

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการสั่งการไปยังแต่ละพื้นที่ไม่ให้ระดมมวลชนมายังกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาดังกล่าว คล้ายกับกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)​ ออกมาเตือนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่อง การใช้งบแอบแฝงไปกับการขนมวลชนมาเชียร์อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์

​​สะท้อนให้เห็นความวิตกกังวลต่อการเคลื่อนไหวปลุกระดมมวลชนรอบนี้ จนต้องหาทางสกัดไม่ให้เหตุการณ์ความสุ่มเสี่ยงทั้งหลายเกิดขึ้นบานปลาย กลายเป็นเรื่องใหญ่ควบคุมไม่อยู่

ยิ่งรอบนี้ถือเป็นการตัดสินครั้งสำคัญของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ยิ่งทำให้ห่วงว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมทั้งจากบรรดากองเชียร์ แฟนคลับ ไปจนถึงกลุ่มมือที่ 3 ที่จ้องรอจังหวะหวังอาศัยสถานการณ์นี้ออกมาเคลื่อนไหวสร้างความปั่นป่วนให้รัฐบาล คสช.

การลงพื้นที่อีสานของ พล.อ.ประยุทธ์ รอบนี้จึงถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญ ทั้งการเรียกคะแนนนิยมให้กลับคืนมาในช่วงปลายโรดแมป และกำลังจะเดินหน้าสู่โหมดเลือกตั้ง ที่มีกระแสผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย

ยิ่งฐานเสียงภาคอีสานถือเป็นฐานเสียงอันเหนียวแน่นของพรรคเพื่อไทย การลงไปสร้างคะแนนนิยมในพื้นที่ย่อมถือเป็นโอกาส ในวันที่พรรคเพื่อไทยกำลังระส่ำระสาย และมวลชนคนเสื้อแดงกำลังอ่อนแรง

ยังไม่รวมกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่จำเป็นต้องรีบตัดกระแสไม่ให้มวลชนออกมาเคลื่อนไหวให้กำลังในอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ในช่วงที่อุณหภูมิการเมืองกำลังร้อนแรงเวลานี้

เมื่อบางฝ่ายประเมินว่า นี่อาจเป็นจังหวะที่สุกงอมเพียงพอกับการออกมาเริ่มต้นเคลื่อนไหว เรียกความเป็นธรรมให้กับอดีตนายกฯ ที่ถูกกลั่นแกล้ง

อยู่ที่ว่าสุดท้ายแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถหยิบฉวยโอกาสที่อยู่ตรงหน้า และใช้ประโยชน์ได้มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน ​ทั้งการสร้างคะแนนให้ตัวเอง ลบกระแสความนิยมของขั้วอำนาจเก่า

ข่าวล่าสุด

ACSC ทลาย “คอกม้าพูลวิลล่า” รวบทีมการเงิน "แก๊งสแกมเมอร์"