ไพรมารีโหวต ปัญหาเยอะปฏิบัติยาก
ระบบไพรมารีโหวตเป็นระบบที่ดีอย่างหนึ่ง ทว่าสิ่งที่ต้องยอมรับตามมา คือ การแตกแยกในพรรคการเมือง
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ภายหลังร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.... ได้ผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวาระ 3 ไปเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา อย่างเป็นเอกฉันท์ 180 เสียง แต่ยังมีประเด็นให้คงวิตกกังวล
โดยเฉพาะเรื่องระบบไพรมารีโหวตที่กำหนดให้สมาชิกพรรคการเมืองคัดผู้สมัคร สส.ลงเลือกตั้งในระดับเขต ทำให้กรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จึงได้นัดหารือร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อหารือประเด็นดังกล่าว เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา
นรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. ระบุว่า ตัวแทน กกต.ยืนยันต่อคณะอนุกรรมการ กรธ. ว่า กกต.เห็นว่าร่างดังกล่าวที่ สนช.ได้แก้ไขไม่ได้สร้างปัญหาในทางปฏิบัติแก่ กกต.
ทั้งนี้ นรชิต ระบุว่า กรธ.ยังไม่พิจารณาหรือได้ข้อสรุปว่าจะส่งความเห็นแย้งกลับไปยัง สนช.หรือไม่ เพราะขณะนี้ กรธ.ยังไม่ได้รับร่างฉบับสมบูรณ์ที่ผ่านความเห็นชอบจาก สนช.เช่นกัน
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้ความเห็นถึงปมปัญหาระบบไพรมารีโหวต ว่า การที่แสดงความห่วงใยหรือท้วงติงเกี่ยวกับระบบดังกล่าว ไม่ใช่ว่าไม่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพียงแต่การปฏิบัติอาจไม่เป็นไปอย่างที่คาดคิด เพราะกำหนดการเก็บค่าสมาชิกบำรุงพรรค ซึ่งเป็นของใหม่สำหรับคนไทยจำนวนมาก อีกทั้งการจัดเลือกตั้งไพรมารีจะต้องมีหน่วยเลือกตั้งเหมือนเวลาเลือกตั้งระดับประเทศ จุดนี้พรรคต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
"ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองยังมีความสับสนอยู่มาก เช่น กำหนดให้มีสาขาพรรคประจำเขตเลือกตั้ง แต่หากจังหวัดใดไม่มีสาขาพรรคอนุโลมให้มีตัวแทนพรรคประจำจังหวัดได้ ปัญหาคือ ถ้าจังหวัดนั้นๆ มีหลายเขตเลือกตั้งจะต้องมีตัวแทนพรรคหลายคนหรือไม่ และการลงคะแนนเป็นอย่างไร ซึ่งคงต้องสอบถามเพื่อความชัดเจนอีกครั้ง"
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะมีการปฏิวัติเคยทดลองในบางจังหวัดมาแล้ว ซึ่งขณะนั้นสมาชิกยังไม่ต้องจ่ายค่าบำรุงพรรค ผลปรากฏว่ามีคนเลือกตั้งหลักร้อยไม่ได้ช่วยให้เกิดการมีส่วนร่วมหรือกลั่นกรองผู้สมัครได้ดีขึ้น
"คนสร้างกฎหมายพรรคการเมืองนี้ คิดว่าพรรคการเมืองสั่งได้ ซ้ายหัน ขวาหัน แต่อย่าลืมพรรคการเมืองเป็นผู้บริหารประเทศ โดยพรรคจะเลือกคนไปบริหาร ดังนั้น การบริหารพรรคจึงยากกว่าการบริหารสินทรัพย์ เพราะพรรคการเมืองมีปฏิสัมพันธ์กับคน ไม่ใช่ดูเชิงประสิทธิภาพในการบริหาร หรือเศรษฐกิจอย่างเดียว ต้องดูทุกบริบท"
"คนที่คิดว่าทำอย่างนี้ถูกต้องแล้ว ทำไปเถอะ เราให้ความเห็นยาก เพราะเราเป็นผู้เล่น เขากำหนดกติกา พอเราโต้แย้งก็หาว่าเห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่ประเทศชาติ คุณไม่พัฒนา ไม่ปฏิรูป จะว่าเราอีกว่าล้าหลัง แต่กติกาออกมาทำให้พรรคการเมืองถอยหลัง และหากทำอย่างนี้มันจะได้ระบบทายาท ครอบครัว เข้าสู่การเมือง ซึ่งเราก็ปฏิเสธเรื่องนี้มาตลอดในอดีต"
อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญ 2540-2550 ได้พยายามทำเรื่องดังกล่าว แต่เมื่อให้สาขาเลือกผู้สมัครต้องถามกลับว่าสาขาอยู่ไหน เพราะในทางปฏิบัติจริงๆ คือ อยู่ในบ้าน สส. ไม่ได้บริหารเอกเทศ เพราะสาขามีค่าใช้จ่ายต่างๆ คนดูแลสาขา คือ สส.ในเขต สมมติผู้แทนคนนั้นจะไม่สมัคร สส. ให้ลูก เมีย ลงต่อ เพราะอ้างสุขภาพแย่ ใครจะกล้าขัด
ขณะที่ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ถามว่า ขณะนี้พรรคการเมืองยังทำกิจกรรมอะไรไม่ได้ และแต่ละเขตพรรคต้องมีสมาชิกตามกฎหมายกำหนด บางเขตไม่มีสมาชิก มีแต่ตัวผู้ลงสมัคร ส่วนปาร์ตี้ลิสต์เลือกกันได้ทั้งประเทศ
อย่างไรก็ดี ทั้งหมดล้วนเป็นข้อจำกัด และที่รับไม่ได้ คือ ห้ามคนถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นสมาชิก ถือว่าลิดรอนสิทธิเสรีภาพและละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วเช่นนั้นจะให้มีการหาสมาชิกทำไม ซึ่งมันขัดแย้งและผิด
ด้าน ชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อกฎหมายผ่านสภาแล้ว ทุกภาคส่วนก็ต้องปฏิบัติตาม จะยุ่งยากอย่างไรก็ต้องทำ แต่มีข้อสังเกตทุกพรรคการเมืองต้องการเป็นของประชาชน ต้องก้าวไปสู่จุดนั้นให้ได้


