posttoday
ก้าวสู่ปีที่ 4 คสช.  เส้นทางวิบาก สาหัส และเปราะบาง

ก้าวสู่ปีที่ 4 คสช. เส้นทางวิบาก สาหัส และเปราะบาง

23 พฤษภาคม 2560

ครบรอบ 3 ปีของคสช. กับภารกิจที่ขันอาสาพาประเทศก้าวพ้นหล่มความขัดแย้ง พร้อมกับปฏิบัติการ “คืนความสุข”ให้แก่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมาดูจะยังไม่เข้าเป้า​​

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ครบรอบ 3 ปีของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับภารกิจที่ขันอาสาพาประเทศก้าวพ้นหล่มความขัดแย้ง พร้อมกับปฏิบัติการ “คืนความสุข” ให้แก่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมาดูจะยังไม่เข้าเป้า​​

ล่าสุด ผลสำรวจ “นิด้าโพล” เรื่อง “3 ปี คสช.กับการคืนความสุขให้คนในชาติ” ประชาชนส่วนใหญ่ ​42% มีความสุขเท่าเดิม  32.64%  ระบุว่ามีความสุขเพิ่มขึ้น และ 21.76% ระบุว่ามีความสุขลดลง เพราะปัญหาปากท้องแย่ลง ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ ขาดความมั่นคงทางประชาธิปไตย

หากพิจารณาเทียบกับผลการสำรวจ  2 ปี คสช. เมื่อเดือน พ.ค. 2559 พบว่าสัดส่วนของผู้ที่มีความสุขเพิ่มขึ้น ​ลดลงจากเดิม 37.68% เป็น 32.64% เช่นเดียวกับสัดส่วนของผู้ที่มีความสุขเท่าเดิมมีสัดส่วนลดลงจากเดิม 43.28% เป็น 42% และสัดส่วนของผู้ที่มีความสุขลดลงเพิ่มขึ้นจากเดิม ​18.24% เป็น 21.76%

สอดรับไปกับความเชื่อมั่นในรัฐบาล คสช.ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากผลงานที่ยังไม่เข้าตาและปัญหาที่รุมเร้าเพิ่มเติมต่อเนื่องจนสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาล คสช.

ส่งผลให้เส้นทางตามโรดแมป คสช.นับจากนี้ต่อไป​อาจไม่ราบเรียบอย่างที่คาดหวัง แต่ต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคนานัปการท่ามกลางความเชื่อมั่นของประชาชนที่ลดน้อยลงไป ซึ่งมีแต่จะยิ่งฉุดให้สถานการณ์โดยรวมย่ำแย่หนักมากขึ้น

ที่สำคัญการบริหารประเทศในช่วงก้าวสู่ปีที่ 4 ของ คสช.และแม่น้ำสายต่างๆ ล้วนแต่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายมากมายหลายเรื่อง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรับมือ

เริ่มตั้งแต่เรื่องแรกปัญหาเศรษฐกิจที่ถือเป็น “จุดอ่อน” ของรัฐบาล คสช.มาตั้งแต่แรก ​แม้จะพยายามกู้วิกฤต อัดฉีดเงินเข้าระบบ ผลักดันโครงการขนาดกลาง ขนาดใหญ่ เพื่อเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ แต่ผล ที่ออกมาก็ยังไม่เข้าเป้าอย่างที่ต้องการ

ทั้งปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ขณะที่ค่าแรงราคาพืชผลทางเกษตรตกต่ำฉุดให้ปัญหาเศรษฐกิจ​หนักขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น และย้อนกลับมาเป็นแรงกดดันรัฐบาล คสช. ที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องใน 3 ปีที่ผ่านมา

ดังจะเห็นจาก​นิด้าโพลที่ระบุว่า ปัจจัยเรื่องปัญหาปากท้องค่าครองชีพนั้นมีผลต่อความสุขของประชาชน

ไม่ต่างจาก “ดุสิตโพล” ที่ประชาชนส่วนใหญ่ฝากคำแนะนำข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับการก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบการตัดสินใจของรัฐบาล ในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่าจาก 10 เรื่อง ที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยสร้างความมั่นใจ อันดับที่ 1 คือ กระตุ้นเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน และอันดับ 2 แก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ดังนั้นปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจจึงยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้อย่างรวดเร็ว

เรื่องที่สองการเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง ซึ่งเป็นอีกงานหินของ คสช. แม้ทุกอย่างเหมือนจะเดินหน้าไปตามกรอบที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 แต่ในรายละเอียดปลีกย่อยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะทำให้กฎกติกาที่ออกมาเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และทำให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น

​ไล่เรียงมาตั้งแต่บรรดากฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับ ที่เริ่มต้นออกตัวไปแล้วนั้น เวลานี้ก็เริ่มมีเสียงทักท้วงไม่เห็นด้วยในบางแง่มุม โดยเฉพาะ กับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งตัวแทนจากพรรคการเมืองออกมาสะท้อนปัญหา ไม่เห็นด้วยในหลายประเด็น ที่จะนำไปสู่การถกเถียงกันอีกมาก และอาจเป็นชนวนไปสู่ความวุ่นวายในอนาคตได้

ยิ่งภายหลังจากมี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคคการเมืองและ คสช.ต้องเริ่มต้นพิจารณาผ่อนคลายคำสั่ง ​คสช. ให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมและเคลื่อนไหวได้ ซึ่งจะนำมาสู่แรงกระเพื่อมที่มากขึ้นหลังจากปิดกั้นการเคลื่อนไหวมานาน รวมทั้งอาจมีกลุ่มไม่หวังดีจ้องใช้โอกาสนี้ในการสร้างสถานการณ์

เรื่องสุดท้าย ทั้งเรื่อง “ปรองดอง” และ “ปฏิรูป” ที่เป็นงานหิน ซึ่งผ่านมา 3 ปียังไม่เห็นความคืบหน้าแบบเป็น รูปธรรมจับต้องได้ มีเพียงแค่การศึกษาวางแนวทางที่สรุปออกมาเป็นรายงานหลายเล่มแต่ยังไม่นำไปสู่การปฏิบัติ การขยับทั้งสองเรื่องนี้ต้องยอมรับว่าจะนำไปสู่แรงกระเพื่อมไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่ว่าจะเดินหน้าไปในแนวทางไหน

เส้นทางในปีที่ 4 ของ คสช. จึงดูยากลำบาก และหนักหนาสาหัสกว่าสามปีที่ผ่านมา ขึ้นอยู่กับ คสช. ว่าจะเตรียมตัวรับมืออย่างไร

ข่าวล่าสุด

อว. เปิด “Global Medical AI Summit 2026” ปั้น 44 ผู้ประกอบการ Medical AI ไทยสู่มาตรฐานสากล เชื่อมเครือข่าย–จับคู่ธุรกิจ

อว. เปิด “Global Medical AI Summit 2026” ปั้น 44 ผู้ประกอบการ Medical AI ไทยสู่มาตรฐานสากล เชื่อมเครือข่าย–จับคู่ธุรกิจ