posttoday

เก้าอี้ประธานกฎหมายกกต. ชนวนร้าวฉานในสนช.

27 เมษายน 2560

ถนนสายการเมืองเวลานี้ต่างมุ่งตรงมาที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)เนื่องจากมีกฎหมายสำคัญหลายฉบับเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.กันอย่างคึกคัก

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ถนนสายการเมืองเวลานี้ต่างมุ่งตรงมาที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เนื่องจากมีกฎหมายสำคัญหลายฉบับเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.กันอย่างคึกคัก

เริ่มตั้งแต่ร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ซึ่งมีสาระสำคัญอยู่ที่การตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศเพื่อดำเนินการอย่างเป็นกิจจะลักษณะในแต่ละด้าน

ร่างกฎหมายกำหนดให้ต้องมีแผนการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมาย ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณสุข ด้านสื่อสารมวลชนเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านสังคม และด้านอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด โดยจะมีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละด้านเพื่อทำหน้าที่จัดทำร่างแผนการปฏิรูปประเทศ

หรือจะเป็นร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ โดยกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่า 20 ปี การประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติให้ทำเป็นประกาศพระบรมราชโองการและเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ และหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ การกำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีก่อนจะเข้าบริหารราชการแผ่นดิน ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ

ขณะเดียวกัน ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งก็เข้าสู่ สนช.เช่นกัน นำร่องโดยร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่ง สนช.รับหลักการในวาระที่ 1 แล้ว และอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ

ไฮไลต์สำคัญของร่างกฎหมายเลือกตั้งเวลานี้ไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาของร่างกฎหมาย แต่กลับอยู่ที่ความร้าวฉานที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ในสภา โดยกับเลือกตำแหน่ง "ประธานคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต."

เดิมทีในสภาตกลงกันเป็นการภายในแล้วว่า “นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์” จะทำหน้าที่ดังกล่าว เนื่องจากเป็นบุคคลที่ได้รับมอบหมายจาก “พรเพชร วิชิตชลชัย” ประธาน สนช.ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการศึกษากฎหมาย กกต.มาตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2560 ยังไม่ประกาศใช้

อีกทั้งหมอเจตน์ยังเป็นคนที่ทำหน้าที่ประสานงานรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิก สนช.ในเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย กกต.ตลอด จึงทำให้หมอเจตน์เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกับการขึ้นเป็นผู้ควบคุมกฎหมาย กกต.

ทว่า ทำไมจึงมาเกิดการเปลี่ยนตัวกันกลางอากาศด้วยวิธีการพิเศษก่อนที่เก้าอี้ประธานคณะ กมธ.วิสามัญฯ จะตกเป็นของ “ตวง อันทะไชย” ไปแบบคาดไม่ถึง

เรื่องของเรื่องมาจากการประชุมคณะ กมธ.วิสามัญฯ นัดแรก เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเลือกประธาน รองประธาน เลขานุการ โฆษกคณะ กมธ. ซึ่งวินาทีก่อนจะเปิดประชุมนั้นชื่อประธานคณะ กมธ.ยังเป็นชื่อ "นพ.เจตน์" แต่เมื่อถึงเวลาประชุมกลับมีการอ้างคำพูดจากผู้ใหญ่ในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าจะมีการเปลี่ยนตัวประธานคณะ กมธ.วิสามัญฯ มาเป็น “ตวง”

การดำเนินการในลักษณะฉุกละหุกเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะตามปกติแล้วหาก คสช.จะมีนโยบายอะไรลงมายัง สนช. จะดำเนินการประสานมายังประธาน สนช.ก่อนที่จะส่งต่อข้อความของ คสช.มาถึงคณะกรรมการประสานงานกิจการ สนช.(วิป สนช.) เพื่อกระจายมาถึงสมาชิก สนช.ต่อไป

ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่ประหลาดอย่างมาก

หากจะวิเคราะห์ถึงเหตุผลในการเปลี่ยนตัวขุนศึกครั้งนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องความหวาดระแวงสมาชิก สนช.ใน "กลุ่ม 40 สว." ซึ่งหมอเจตน์เองก็อยู่ในกลุ่มดังกล่าว แม้ตวงเมื่อครั้งเคยเป็น สว.ก็อยู่ในกลุ่มทำงานร่วมกับ 40 สว.มาก่อน แต่มาระยะหลังก็ห่างไปพอสมพอควร

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าสมาชิก สนช.ที่อยู่ในกลุ่ม 40 สว.เป็นกลุ่มสมาชิก สนช.ที่ค่อนข้างมีความเป็นเอกเทศไม่ได้ขึ้นตรงกับ คสช.มากนัก

โดยมีหลายครั้งที่กลุ่ม 40 สว.แสดงอาการดื้อกับ คสช.หลายครั้ง อาทิ การสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินที่คนของ คสช.พยายามดันคนที่ไม่ผ่านคัดเลือกในรอบแรกให้มาสมัครอีกครั้ง ไปจนถึงกรณีร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ซึ่งกลุ่ม 40 สว.ออกไปในทางสนับสนุนกลุ่มภาคประชาชน

ด้วยเหตุผลต่างๆ เหล่านี้ คสช.จึงไม่วางใจให้สมาชิก สนช.กลุ่ม 40 สว.เท่าไรนัก เพราะ คสช.ยอมให้ “พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม” สมาชิก สนช.กลุ่ม 40 สว.เป็นประธานคณะ กมธ.วิสามัญฯ กฎหมายพรรคการเมืองแล้ว หากให้หมอเจตน์อีกอาจทำให้ คสช.คุมการออกแบบกติกาการเลือกตั้งได้ยากขึ้น

เมื่อ คสช.เองให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งในอนาคต จึงจำเป็นต้องเอาคนที่ไว้ใจได้มาทำงานใหญ่ เพื่อให้สะดวกต่อการติดต่อประสานงานกันในระยะยาว 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นไทยปิดพุ่ง 14.21 จุด รับ Election Rally ต่างชาติซื้อ 3,355 ล้าน