posttoday

ประกาศใช้ รธน. นับถอยหลังสู่เลือกตั้ง

05 เมษายน 2560

ในที่สุดการเมืองไทยก็มาถึงหลักกิโลเมตรที่สำคัญ คือ การประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจะเริ่มนับหนึ่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 เม.ย.นี้

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ในที่สุดการเมืองไทยก็มาถึงหลักกิโลเมตรที่สำคัญ คือ การประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจะเริ่มนับหนึ่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 เม.ย.นี้

การประกาศใช้กฎหมายสูงสุดของประเทศครั้งนี้ มีลักษณะพิเศษกว่าเมื่อครั้งการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยครั้งนั้นไม่มีงานพระราชพิธี ต่างจากปัจจุบันที่มีพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

"ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว พระราชทานแก่นายกรัฐมนตรี เจ้าพนักงานอาลักษณ์กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ประทับพระราชลัญจกรแล้วเชิญไปประดิษฐานบนพานทองที่เสาบัวหน้ามหาสมาคม

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านกระแสพระราชปรารภประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จบแล้ว ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร ดุริยางค์ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ ทหารบกทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่ฝ่ายละ 21 นัด และวัดทั่วราชอาณาจักรย่ำระฆังและกลอง" ส่วนหนึ่งของหมายกำหนดการพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ประกาศใช้ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 3 เม.ย.

เมื่อพระราชพิธีสิ้นดังกล่าวสิ้นสุดลง เท่ากับว่านับจากนี้เป็นต้นไปการเมืองไทยจะนับถอยหลังเข้าสู่การเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

การเลือกตั้งนั้นดูเผินๆ เหมือนง่ายประหนึ่งนับนิ้วมือ แต่ถ้ามองลงในรายละเอียดของขั้นตอนในการเปลี่ยนผ่านแล้ว ต้องยอมรับว่าเส้นทางสู่การเลือกตั้งยังมีรายละเอียดอีกพอสมควร โดยเฉพาะขั้นตอนของการตราร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญจำนวน 10 ฉบับ

กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวประกอบด้วย 1.การเลือกตั้ง สส. 2.การได้มาซึ่ง สว. 3.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 4.พรรคการเมือง 5.การป้องกันและปราบปรามการทุจริต 6.ศาลรัฐธรรมนูญ 7.คณะกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติ 8.วิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 9.การตรวจเงินแผ่นดิน และ 10.ผู้ตรวจการแผ่นดิน

เมื่อพลิกดูร่างรัฐธรรมนูญจะพบว่านับจากวันที่ 6 เม.ย.ต้องใช้เวลาอีก 600 วันโดยประมาณหรือราว 20 เดือน ซึ่งมีรายละเอียดแต่ละขั้นตอนตามลำดับดังนี้

1.คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดทำร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 240 วัน เพื่อส่งต่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

2.สนช.มีเวลาพิจารณา 60 วัน

3.สนช.ส่งกฎหมายลูกให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องพิจารณา และ กรธ.พิจารณา หากไม่เห็นด้วยกับกับการแก้ไขของ สนช.ต้องแจ้งไปยังประธาน สนช.ภายใน 10 วัน และให้ สนช.ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 11 คนตามสัดส่วนของ สนช. องค์กรอิสระหรือศาลรัฐธรรมนูญและ กรธ. และพิจารณาให้เสร็จภายใน 15 วัน

4.หาก สนช.มีมติเห็นชอบกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ จะส่งร่างกฎหมายไปให้นายกรัฐมนตรี โดยนายกฯ ต้องรอไว้ 5 วันก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายใน 20 วัน

5.กระบวนการให้ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ มีเวลาสูงสุดที่ 120 วัน ตามมาตรา 81 มาตรา 145 และมาตรา 146 ของร่างรัฐธรรมนูญ

6.เมื่อร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับมีผลบังคับใช้แล้ว จะมีการเลือกตั้งภายใน 150 วันต่อไป

ทั้ง 6 ขั้นตอนที่ว่ามานี้เป็นกำหนดเวลาสูงสุดที่ร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้ ถ้าเป็นไปตามนี้เท่ากับว่าการเลือกตั้ง สส.ของไทยจะไปเกิดขึ้นในช่วงเดือน ธ.ค. 2561

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติแล้วอาจไม่ได้ใช้เวลาเต็มที่ 600 วัน เพราะถ้าทำแบบนั้นก็จะเป็นการทำงานที่คาบลูกคาบดอกจนเกินไป และอาจนำมาซึ่งปัญหาทางในกฎหมายตามมาได้ ดังจะเห็นได้จากท่าทีของ "มีชัย ฤชุพันธุ์" ประธาน กรธ. ซึ่งได้สั่งให้ กรธ.จัดทำร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดสภาพไฟลนก้นในช่วงท้าย

แม้เรื่องเวลาในการทำงานอาจจะไม่ใช่ปัญหาในการเปลี่ยนผ่านสู่การเลือกตั้ง แต่ถ้าพิเคราะห์ลงไปในรายละเอียดส่วนอื่นๆ แล้ว จะพบว่ามีบางขั้นตอนที่จะสร้างปัญหาสำคัญในระยะยาว ถึงขั้นที่จะส่งผลให้ไม่สามารถกำหนดวันเลือกตั้งได้ หรือเรียกว่า "สุญญากาศทางรัฐธรรมนูญ"

กล่าวคือ  ในขั้นตอนภายหลังคณะกรรมาธิการวิสามัญ หาก สนช.มีมติเกินสองในสามไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการวิสามัญ จะมีผลให้ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญตกไปตามมาตรา 267 ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้บอกว่าจะต้องทำอย่างไรต่อหากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้

บางฝ่ายบอกว่าจะต้องกลับไปให้ กรธ.จัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้ง แต่ กรธ.บางคนก็มีความเห็นว่า กรธ.ไม่มีอำนาจดำเนินการดังกล่าวในสถานการณ์แบบนั้น

ดังนั้น กระบวนการเปลี่ยนผ่านที่ดูเหมือนง่ายและไร้ปัญหา เอาเข้าจริงอาจจะไม่เป็นเช่นนั้นก็ได้ 

ข่าวล่าสุด

ตามรอยไปอีกราย! ฝรั่งเศสเตรียมชงกฎหมายแบนโซเชียลอายุต่ำกว่า 15