posttoday
ผ่าแนวคิดปรองดองสไตล์คสช.

ผ่าแนวคิดปรองดองสไตล์คสช.

14 มกราคม 2560

ถือเป็นความคืบหน้าที่น่าสนใจใน การสร้างความปรองดองทางการเมืองตลอดสองปีกว่าของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ด้วยการตั้งคณะกรรมการ ปยป.

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ถือเป็นความคืบหน้าที่น่าสนใจใน การสร้างความปรองดองทางการเมืองตลอดสองปีกว่าของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้วยการตั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ปยป.) พร้อมกับจัดตั้ง คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองโดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำกับดูแล "โมเดลปรองดอง" ทั้งหมด

เบื้องต้นได้กำหนดแนวทางการดำเนินการของคณะกรรมการและอนุกรรมการจัดทำความเห็นร่วมเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ โดยได้มอบหมายให้กระทรวงกลาโหมเป็นเจ้าภาพหลัก โดยตั้งคณะที่ปรึกษานำโดย พล.ท.เจิดวุธ คราประยูร ผู้บัญชาการวิทยาลัยเสนาธิการทหาร ซึ่ง พล.ท. เจิดวุธ เป็นบุตรชาย พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีต ผบ.ทบ. มาร่วมเป็นคณะกรรมการเจรจาฝ่ายการเมืองกับ ถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ร่วมกันกำหนดประเด็นคำถามในการสัมภาษณ์พิเศษพรรคการเมืองต่างๆ อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น หรือเชิญแกนนำผู้ชุมนุมทางการเมืองในอดีต อาทิ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

สำหรับงานปรองดองจะเกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหมเป็นหลัก โดยมีกระทรวงยุติธรรมเข้ามาร่วมทำงานด้วย ดังนั้นคณะทำงานชุดนี้จะมีการเตรียมการจัดทำประเด็นคำถาม ด้วยการเชิญกลุ่มการเมืองทุกกลุ่มเข้ามาแลกเปลี่ยนหารือ ทั้งในแบบสัมภาษณ์เดี่ยวเชิงลึกหรือเวทีสาธารณะ รวมถึงการกำหนดแนวทางหรือกลยุทธ์ของงานปรองดอง พร้อมข้อมูลและข้อเสนอแนะต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่องานปรองดองนำเสนอให้กับรองนายกรัฐมนตรีพิจารณา โดยมีการกำหนดปฏิทินการทำงานไว้ชัดเจน

เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ให้ความเห็นว่า การตั้งคำถามไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ การหาข้อยุติจากข้อเสนอจากฝ่ายต่างๆ ทั้งพรรคการเมือง แกนนำผู้ชุมนุม หรือประชาชนที่เดือดร้อนหรือได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมือง ดังนั้นการกำหนดเป้าหมาย กำหนดวิธีการเพราะการรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ ย่อมรับทราบกันดีว่าแต่ละฝ่ายหรือกลุ่มการเมืองล้วนคิดหรือต้องการอะไร อาทิ กลุ่มที่มีคดีความย่อมต้องการพ้นคดี ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบย่อมต้องการได้รับเงินเยียวยาหรือค่าชดเชย ซึ่งทุกฝ่ายย่อมต้องการนำเสนอในสิ่งที่ตัวเองได้ประโยชน์ทั้งสิ้น แต่สิ่งสำคัญ คือ การหาข้อยุติต่างหาก ดังนั้นรัฐบาลตามกรอบเวลาที่กำหนดออกมาต้องทำให้ชัดเจน เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในการสร้างความปรองดอง

เสรี กล่าวว่า ในการตั้งคำถามต้องระมัดระวังการใช้คำพูดต้องลดคำพูดที่กระทบต่อความรู้สึกของฝ่ายหนึ่ง หรือคำพูดที่ให้ร้ายหรือดูถูกอีกฝ่าย ดังนั้นความสำเร็จอยู่ที่ว่าทุกฝ่ายต้องลดทิฐิ เพื่อมาหาทางออกร่วมกันไม่ใช่มากล่าว หากันว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิดหรือถูก ต้องให้อภัยซึ่งกันและกัน เพราะความสำเร็จของการสร้างความสามัคคีปรองดองขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้

"เอาฝ่ายไหนมาก็รู้ว่าเขาจะตอบคำถามว่าอย่างไร แต่ละกลุ่มต้องการอะไร อันนี้ก็รู้ๆ กันอยู่ แต่สิ่งสำคัญ คือ จะทำอย่างไรให้ทุกฝ่ายลดทิฐิให้อภัยซึ่งกันและกัน แล้วมาหาข้อยุติร่วมกันในทุกๆ ข้อเสนอ นี่คือแนวทางความสำเร็จของโมเดลปรองดองของรัฐบาล" เสรี กล่าว

ข่าวล่าสุด

โฮมโปร ตัวจริงที่ทำ Circular Economy ครบวงจร ยกระดับสู่ “มาตรฐานใหม่การใช้ชีวิต” ที่กำลัง ‘เปลี่ยน’ พฤติกรรมคนไทยสู่การใช้ชีวิตยั่งยืน

โฮมโปร ตัวจริงที่ทำ Circular Economy ครบวงจร ยกระดับสู่ “มาตรฐานใหม่การใช้ชีวิต” ที่กำลัง ‘เปลี่ยน’ พฤติกรรมคนไทยสู่การใช้ชีวิตยั่งยืน