posttoday

ติดเทอร์โบปลดล็อกตั้งสังฆราช แนวต้านอ่อน...หมดแรงค้าน

30 ธันวาคม 2559

แรงกระเพื่อมเริ่มก่อตัวทันทีที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเกมเร็ว ใช้เวลาเพียงแค่ไม่ถึงชั่วโมงผ่านร่าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ แบบ 3 วาระรวด

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

แรงกระเพื่อมเริ่มก่อตัวทันทีที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเกมเร็ว ใช้เวลาเพียงแค่ไม่ถึงชั่วโมงผ่านร่าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ แบบ 3 วาระรวด ด้วยมติเอกฉันท์ทั้งวาระ 1 ด้วยคะแนน 184 ต่อ 0 งดออกเสียง 5 เสียง และวาระ 3 ด้วยคะแนน 182 ต่อ 0 งดออกเสียง 6 เสียง เตรียมประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

คล้อยหลังทราบผลเพียงไม่กี่นาที พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (ศพศ.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ ชื่อ “พระเมธีธรรมาจารย์-
เจ้าคุณประสาร”
แสดงความเห็นว่า

“กฎหมายลักไก่ ขณะนี้สมาชิก สนช.กำลังดำเนินการประชุมแก้ไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ โดยผ่านวาระ 1 ตั้งกรรมาธิการเต็มสภาผ่านวาระที่ 2 และ 3 ตามลำดับ เดิมบอกเพียงว่าจะหารือกันเท่านั้นเอง นี่ลักไก่ทำกันทั้งสภาต่อจากนี้ไป รัฐมนตรีออมสิน ชีวะพฤกษ์ และสมาชิก สนช.จะต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อความยุ่งยากที่ตามมาภายหลัง อาตมาพูดได้แต่เพียงเท่านี้ ขณะนี้ผ่านทั้ง 3 วาระแล้ว”

ก่อนที่กระแสจะลุกลามบานปลาย สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. รีบออกมาชี้แจงปฏิเสธข้อครหาเรื่อง “สับขาหลอก” แต่เนื่องจากรัฐบาลมีความเห็นว่าจะไม่รับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวกลับไปพิจารณาแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของสภาที่ต้องพิจารณากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ สนช.เคยดำเนินการกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับอื่นมาแล้ว

ทว่าประเด็นความเห็นต่อต้าน พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังไม่จบ เมื่อมีการออกมาตั้งข้อสังเกตว่าการแก้ไขให้การตั้งสังฆราชเป็นพระราชอำนาจโดยตัดขั้นตอนการเสนอจากมหาเถรสมาคม เหตุใดจึงไม่มีการสอบถามความเห็นไปยังมหาเถรสมาคมในฐานะผู้ที่เกี่ยวข้องเสียก่อน

การตัดสินใจเปิดเกมเร็วแก้ พ.ร.บ.สงฆ์ฉบับนี้ ไม่ใช่เรื่องเหนือความหมายแต่อย่างไร จับสัญญาณได้ตั้งแต่ที่นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมวิป สนช.และ ทาง นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิปออกมาชี้แจงว่า “ไม่ทราบว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมหรือไม่ แต่ว่ากฎหมายต้องรีบทำ”

วิเคราะห์แล้วสาเหตุที่ต้องรีบเปิดเกมเร็ว เพราะต้องการหลบกระแสต่อต้านคัดค้านที่เริ่มมีการจุดกระแสตั้งแต่ปรากฏข่าวเสนอกฎหมาย ดังนั้นหากปล่อยเวลาทอดนานออกไปย่อมทำให้แนวร่วมเข้มแข็งมีพลังออกมาคัดค้านมากขึ้น

ชั่งน้ำหนักแล้วการเปิดเกมเร็วที่อาจจะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมอยู่บ้าง แต่ย่อมดีกว่าปล่อยให้เกิดแรงเสียดทานที่หากบานปลายย่อมนำไปสู่ความรุนแรงยากที่จะควบคุม

ที่สำคัญเมื่อประเมินทิศทางลมแล้ว “แรงต้าน” ในเวลานี้ยังอ่อนแรงยากจะจุดติดได้ในระยะเวลาอันสั้น

ประการแรก เพราะกฎระเบียบข้อบังคับไม่ว่าจะเป็นคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ที่สะกดทุกกลุ่มไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหวใดๆ ล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ยังระบุว่า หากพระสงฆ์จะมาชุมนุมจริง ก็จะต้องมีการแจ้งขออนุญาตจัดชุมนุมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไม่มีข้อยกเว้น

ประการที่สอง สถานการณ์เวลานี้มีเหตุการณ์ที่ต้องระมัดระวังอีกส่วนคือกรณีพระธรรมกายที่มีการระดมศิษยานุศิษย์ไปปักหลักอยู่ในวัดพระธรรมกาย หลังจากทางเจ้าหน้าที่บุกประชิดเตรียมบุกค้นเข้าไปคุมตัวพระธัมมชโย

ด้วยฐานมวลชนที่่จะออกมาเคลื่อนไหวทั้งสองเรื่องนี้ถือเป็นฐานมวลชนที่คาบเกี่ยวกัน การแบ่งพลังออกมาเคลื่อนไหวทางใดทางหนึ่งอาจทำให้อีกฝั่งอ่อนแอ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับทั้งสองฝั่ง

ประการที่สาม มูลเหตุแห่งการเคลื่อนไหวเพียงเพราะการแก้ไขกฎหมายให้การแต่งตั้งสังฆราชกลับไปเป็นเรื่องของพระราชอำนาจทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับมหาเถรสมาคมก็ดูจะไม่มีน้ำหนักที่จะดึงแนวร่วมอื่นให้ออกมาเคลื่อนไหวได้

ยิ่งในช่วงสุญญากาศเกิดปัญหาค้างคาต่อเนื่องมายาวนานหลังมหาเถรสมาคมมีมติเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เป็นสังฆราชแล้ว แต่ทางรัฐบาลเองกลับเห็นว่าเวลาอาจไม่เป็นการมิบังควรหากจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อพิจารณาโปรดเกล้าฯ แต่งตัั้ง

เมื่อเวลานี้สมเด็จช่วงเองก็ยังมีปัญหาคาราคาซังกับการที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมดำเนินการเอาผิดในคดีครอบครองรถเบนซ์โบราณที่ผิดตั้งแต่ขั้นตอนการนำเข้า การชำระภาษีสรรพสามิต และการจดทะเบียนรถกับกรมการขนส่งทางบก

การแก้ไขกฎหมาย “ปลดล็อก” เพื่อเปิดทางให้เป็นเรื่องของพระราชอำนาจอาจช่วยคลี่คลายสถานการณ์ที่ค้างคาให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ แทนที่จะมาคาราคาซังย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า  โดยเฉพาะในโอกาสช่วงเปลี่ยนผ่านเริ่มต้นรัชกาลใหม่การจะนำปัญหาไปกวนเบื้องพระยุคลบาทย่อมไม่เป็นการบังควร

ปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้ไม่แปลกที่สุดท้ายเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทศาสนาแห่งประเทศไทย จะออกแถลงการณ์จะไม่ไปยื่นหนังสือคัดค้านที่นายกรัฐมนตรี หรือประธาน สนช.แน่นอน เพราะไม่มีประโยชน์ใดๆ

ได้แต่ย้ำว่าการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชจะต้องเป็นพระราชอำนาจเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ดร.เอ้ ชู Single Command ใช้ดาวเทียม THEOS-2 คุมวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ เวทีดีเบต NATION