posttoday

ครม.ประยุทธ์ 4 เดิมพันสุดท้ายลุยศก.

20 ธันวาคม 2559

การปรับคณะรัฐมนตรี รอบนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีกรอบเวลาการทำงานตามโรดแมปเหลืออยู่อีกแค่ปีกว่าก่อนจะถึงการเลือกตั้ง

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)​ รอบนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีกรอบเวลาการทำงานตามโรดแมปเหลืออยู่อีกแค่ปีกว่าก่อนจะถึงการเลือกตั้ง

ด้วยความต่อเนื่องกับภารกิจที่ต้องรีบเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนการเปลี่ยนผ่านบ้านเมืองให้เข้าสู่สภาวะปกติ ​จำเป็นต้องเร่งทำงานในช่วงโค้งสุดท้ายกับเวลาที่เหลืออยู่ไม่มาก

ครม.ประยุทธ์ 4 ที่เป็นการปรับใหญ่รอบนี้ จึงเป็นเหมือนการจัดวางบุคลากรให้เข้ากับงานที่จำเป็นต้องเร่งทำให้สำเร็จ ก่อนรัฐบาลใหม่จะมารับไม้บริหารประเทศต่อไป

เพื่อไม่ให้สิ่งที่พยายามทำมาตั้งแต่ต้นคาราคาซังและอาจสูญเปล่าไปอย่างน่าเสียดาย เพราะไม่มีหลักประกันใดๆ การันตีได้ว่ารัฐบาลใหม่จะต้องมาสานต่องานที่รัฐบาล คสช.ดำเนินการเอาไว้

อีกด้านการทำผลงานให้ปรากฏชัดเจนย่อมส่งผลทำให้ภาพลักษณ์ คสช.ดีขึ้น  รวมทั้งกอบกู้ความเชื่อมั่นที่ลดน้อยถอยลงไปให้ขยับกลับเพิ่มขึ้นมา เพื่อทำให้การลงจากอำนาจตามที่วางไว้ไม่มีอุบัติเหตุ

จับสัญญาณจากโฉมหน้า ครม.ประยุทธ์ 4 ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า “เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่” จะเห็นว่ารัฐบาลเหมือนจะให้น้ำหนักไปกับการยกเครื่องทีมเศรษฐกิจเป็นสำคัญ

ถึงส่วนหนึ่งจะเป็นเพียงแค่การสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งใน ครม.เดิม แต่ก็มีบางส่วนที่ดึงบุคลากรจากภายนอกเข้ามาเสริมทัพเพื่อรองรับงานที่วางแผนให้เดินหน้าต่อไป

ถึงจะเป็นการสลับสับเปลี่ยนตำแหน่ง หรือการดึงคนนอกเข้ามาเสริมทัพ แต่ทั้งหมดก็อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่รับหน้าที่แม่ทัพคุมทีมเศรษฐกิจ 

ดังนั้น ย่อมไม่มีปัญหาหาเรื่องความต่อเนื่อง หรือการทำงานที่ไม่เข้าขาระหว่างคนเก่าคนใหม่ เพราะนโยบายด้านเศรษฐกิจส่วนใหญ่ที่ออกมาในช่วงหลังทั้งหมดก็ล้วนแต่เป็นแนวคิด​ของสมคิดเป็นหลัก

ที่สำคัญบรรดาทีมงานที่นั่งอยู่ใน ครม.ปัจจุบัน​ หรือที่ถูกดึงตัวมารับหน้าที่ใหม่ทั้งหมดล้วนแต่เป็นมือไม้ที่ทาง สมคิด ไว้เนื้อเชื่อใจให้มาเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

การปล่อยให้ ออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม และ สุวิทย์ เมษินทรีย์ ​รมช.พาณิชย์ ไปนั่งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นั้น

ด้านหนึ่งเป็นการเปิดทางให้คนใหม่เข้ามารับหน้าที่ดูงานในสองกระทรวงใหญ่ที่ควบคุมทิศทางเศรษฐกิจสำคัญแล้ว อีกด้านหนึ่งยังช่วยให้การประสานงานระหว่างกระทรวงกับส่วนกลางเกิดความคล่องตัวไร้รอยสะดุด เพราะทั้งคู่ล้วนแต่เคยรับผิดชอบงานและรับรู้รับทราบนโยบายมาตั้งแต่ต้น

ขณะที่ ชุติมา บุณยประภัศร ที่ถูกดึงมารับตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอดีตปลัดกระทรวงเกษตรฯ ที่ผ่านทั้งตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศและอธิบดีกรมการค้าภายใน

แถมยังมีผลงานในช่วง​ไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก เป็นคณะเจรจาการเปิดตลาดข้าว กำหนดโควตาไก่แช่แข็งกับสหภาพยุโรป และการทำเอฟทีเอ ระหว่างไทยกับ​ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ​และสหภาพยุโรป

ด้าน ​พิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม ป้ายแดง ก็ไม่ใช่คนอื่นไกล ​ก่อนหน้านี้ก็เคยรับตำแหน่งประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ​​

การวางตัวของทั้งสองคนนี้มารับตำแหน่ง รมช. จึงเห็นภาพที่ชัดเจนว่ารัฐบาลให้น้ำหนักไปที่ทั้งการค้าต่างประเทศ และการเร่งงานในส่วนของคมนาคมขนส่งในประเทศ​ โดยเฉพาะกับระบบรางที่กำลังเดินหน้าในหลายสาย หลายโครงการที่ดูจะยังคืบหน้าไปน้อยกว่าที่ต้องการ

สำหรับ พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ ประเดิมตำแหน่ง รมว.​ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม คนแรก ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก่อนหน้านี้ก็เป็น รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แถมมีดีกรีเป็นอดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ส่วน อรรชกา สีบุญเรือง อดีต รมว.อุตสาหกรรม ถูกโยกมาขัดตาทัพที่​ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้น ทั้งที่เป็นลูกหม้อของกระทรวงอุตฯ  และตำแหน่ง อุตตม สาวนายน ที่ถูกโยกจาก รมว.
วิทยาศาสตร์ฯ​ มานั่งเก้าอี้ รมว.​อุตสาหกรรม ​จึงอาจเป็นเพียงแค่การเกลี่ยตำแหน่งให้ลงตัวถูกที่ถูกทางและลงตัว

การจัดวางตำแหน่งใหม่ครั้งนี้ ในช่วงแรกย่อมช่วยซื้อเวลาลดแรงกดดันที่จะมีต่อรัฐบาล คสช.​ ที่ดูจะไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อนหน้านี้ โดยให้หันมาคาดหวังกับ ครม.ชุดใหม่แทน

แต่ระยะยาวนี่ถือเป็นเดิมพันครั้งสุดท้ายของรัฐบาล คสช. ว่าจะสามารถพิสูจน์ฝีไม้ลายมือ เร่งสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ กับภารกิจกอบกู้เศรษฐกิจให้กลับมาเดินหน้าต่อไป​

หากผลออกมาไม่เป็นอย่างที่หวังย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นและเสถียรภาพของ คสช.อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ข่าวล่าสุด

“SONKLIN Weeks” เสิร์ฟเมนูซิกเนเจอร์ค็อกเทลจาก “ซ่อนกลิ่น”