posttoday

"ประยุทธ์"เดินสายลงพื้นที่เรียกคะแนนนิยม

30 พฤศจิกายน 2559

พื้นที่ที่นายกฯลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมประชาชนและช่วยแก้ปัญหา ส่วนใหญ่จัดเป็นพื้นที่ี่สีแดงที่เป็นฐานเสียงของขั้วอำนาจเก่า

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ภารกิจทัวร์ภาคเหนือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะในช่วงเวลานี้นับเป็นอีกหนึ่งในความเคลื่อนไหวที่ถูกมองว่าเป็นการลงพื้นที่เรียกคะแนนนิยมจากประชาชน​ในช่วงปลายโรดแมป

ไม่ต่างจากรัฐบาลก่อนๆ ​ที่มักจะใช้กลยุทธ์นี้เร่งทำคะแนนในภาวะที่คะแนนนิยมตกต่ำ ด้วยการไปพบปะประชาชน ทั้งตรวจเยี่ยม รับฟังปัญหา สื่อสารถึงเป้าหมายการทำงานไปถึงประชาชน

ที่สำคัญยังรวมไปถึงการจัดงบประมาณและโครงการทั้งเล็ก กลาง หรือใหญ่ ลงพื้นที่นั้นๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ​ สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างการพัฒนา ที่สุดท้ายจะแปรรูปไปสู่คะแนนนิยม

รอบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ นำคณะเดินทางไป จ.เชียงราย ประกาศขอความร่วมมือเดินหน้าสร้าง “ประชารัฐ” ​สู่เป้าหมายสู่อนาคตตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่พยายามขับเคลื่อนทุกอย่างไม่ใช่ดีแต่พูด

“หลายคนบอกรัฐบาล คสช.เข้ามา 2 ปี ไม่เห็นมีประโยชน์ นั่นเป็นเพราะโครงสร้างยังไม่เกิด รัฐบาลกำลังทำให้เกิด สิ่งสำคัญต้องทำให้ความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองมีเสถียรภาพ และตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาการทะเลาะเบาะแว้งลดลงได้”​

ทั้งนี้จะเห็นว่าหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)​ คือเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ​ผ่าน​หลายมาตรการของรัฐบาลที่ทยอยออกมา โดยเฉพาะล่าสุด​กับการทุ่มงบ 4 หมื่นล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกลไกจังหวัดเพิ่มเติมจากงบ 2561 ที่จัดสรรสำหรับกลุ่มจังหวัดไว้ 2 หมื่นล้านบาท ​

อีกด้านหนึ่งยังอัดแพ็กเกจของขวัญปีใหม่ซื้อใจประชาชน ทั้งแจกเงินช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยรายละ 1,500-3,000 บาท ให้กับชาวบ้านประมาณ 5.4 ล้านคน ตั้งแต่วันที่ 1-30 ธ.ค.นี้

การเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำใน 69 จังหวัด สำหรับปี 2560 ที่ถือเป็นการปรับค่าจ้างขั้นต่ำครั้งแรกในรอบ 4 ปี รวมทั้งการช่วยเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยไปแล้ว 2.9 ล้านคน ภายใต้วงเงิน 6,540 ล้านบาท

การลงพื้นที่ภาคเหนือรอบนี้ จึงเห็นว่านอกจากนายกรัฐมนตรีจะนำ ครม.ลงพื้นที่แล้ว รอบนี้ยังนำคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ร่วมขบวน​ไปด้วย แถมยังมีบทบาทสำคัญไม่น้อย

โดย พล.อ.ประยุทธ์​ เป็นประธานการประชุม ทั้ง กรอ.ส่วนกลาง และ กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบหลักการทุกโครงการที่จังหวัดเสนอเข้ามา แต่ต้องกลับไปจัดทำรายละเอียดของโครงการต่างๆ ให้มีความชัดเจนอีกครั้ง

ทั้งหมดล้วนแต่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการขยายเส้นทางถนน 4 เลน ขยายด่าน 3 ด่าน และการพัฒนาแหล่งน้ำ 20 โครงการก่อสร้างรถไฟสายเด่นชัย-แพร่-เชียงราย-เชียงของ โดยจะให้เริ่มดำเนินการในระยะที่ 1 ในปี 2560 และรวมทั้งการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวไทย-ลาว-จีน ผ่านเส้น R3A

รวมทั้งการเร่งรัดขยายทางหลวงหมายเลข 103 (อ.ร้องกวาง จ.แพร่-อ.งาว จ.ลำปาง) การบริหารจัดการน้ำ จ.แพร่ โครงการก่อสร้างและปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร จ.แพร่ จำนวน 244 โครงการ 

ไม่ใช่แค่พื้นที่ภาคเหนือก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เคยลงพื้นที่ จ.ปทุมธานี ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำ ​ป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเหมือนปี 2554 รวมทั้งพบปะเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา เพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหาเรื่องการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกข้าว ทั้งการบริหารการจัดการน้ำและ​การให้จัดพื้นที่ทำการตลาด

คล้ายกลับการลงพื้นที่ จ.พระนคร ศรีอยุธยา เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่สร้างความเสียหายกับราษฎรใน 7 อำเภอ 22,075 ครัวเรือน ที่เตรียมการเสนอแนวทางแก้ปัญหาในการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน พร้อมกับโปรยยาหอม ระบุว่าการมาครั้งนี้มาด้วยใจและไม่ว่าจะมาหรือไม่มา ขอให้รู้ว่าใจอยู่ตรงนี้ อยู่ที่คนยากจน ผู้มีรายได้น้อย

ย้อนไปก่อนหน้านี้ช่วงกลางปีที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีนำคณะลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล และการพัฒนาอ่างเก็บน้ำถึงขั้นเตรียมเสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจด้วยโมเดล “ร้อยเอ็ด 4.101” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคเศรษฐกิจของจังหวัด ​

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือตั้งใจ แต่จะเห็นว่าพื้นที่ที่นายกรัฐมนตรีนำคณะลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมประชาชนนำโครงการลงพื้นที่ และช่วยแก้ปัญหาส่วนใหญ่จัดเป็นพื้นที่ี่สีแดงที่เป็นฐานเสียงของขั้วอำนาจเก่า

​ส่วนสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถโกยคะแนนเสียงจากสารพัดโครงการที่จัดลงไปในแต่ละพื้นที่ได้มากน้อยแค่ไหน คงอยู่ที่ประชาชนจะเป็นคนตัดสินใจ

ข่าวล่าสุด

ส.อ.ท.ดันโครงการ MiT หนุน SMEs ไทย เจาะงานภาครัฐแสนล้าน