posttoday
กรธ.-สนช.ประลองกำลัง ชิงเหลี่ยมกฎหมายลูก

กรธ.-สนช.ประลองกำลัง ชิงเหลี่ยมกฎหมายลูก

16 พฤศจิกายน 2559

การเมืองในสภาเวลานี้ คงไม่มีศึกไหนจะดุเด็ดเผ็ดมันเท่ากับ "สภานิติบัญญัติแห่งชาติ" (สนช.) และ "คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ" (กรธ.) ถ้าเปรียบเป็นมวยก็ถือว่าเป็นมวยถูกคู่

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การเมืองในสภาเวลานี้ คงไม่มีศึกไหนจะดุเด็ดเผ็ดมันเท่ากับ "สภานิติบัญญัติแห่งชาติ" (สนช.) และ "คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ" (กรธ.) ถ้าเปรียบเป็นมวยก็ถือว่าเป็นมวยถูกคู่

ก่อนหน้านี้เพิ่งปะฉะดะกันมารอบหนึ่งจากกรณีคำถามพ่วงที่ผ่านการออกเสียงประชามติ เป็นที่ทราบกันดีว่าสนช.ในฐานะผู้เขียนคำถามพ่วงพยายามใช้กำลังภายในกดดัน กรธ.ให้เปิดทางให้ สว.ที่มาจากการสรรหาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแข่งกับ สส.

แต่สุดท้าย กรธ.ไม่แยแส เพราะไปปิดประตูตายไม่ให้ สว.มีสิทธิตามที่ สนช.เสนอ โดยอ้างว่าในเมื่อคำถามพ่วงไม่ได้มีถ้อยคำในลักษณะที่เปิดช่องให้ สว.ได้รับสิทธิที่ว่านั้นตั้งแต่แรกแล้ว กรธ.ก็ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญเกินกว่าที่ประชาชนให้ความเห็นชอบได้

เป็นอันว่าศึกนั้นจบไป แต่ศึกใหม่กำลังอุบัติขึ้น ซึ่งเป็นศึกที่ว่าด้วยการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับ

การตราร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนั้น ในร่างรัฐธรรมนูญที่รอให้มีผลบังคับใช้ได้กำหนดให้ทันที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กรธ.ต้องจัดทำให้และส่งให้ สนช.ภายใน 240 วัน ตามกรอบการทำงานที่กรธ.วางไว้ จะดำเนินการส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ พรรคการเมืองให้กับ สนช.ก่อน จากนั้น สนช.จะมีเวลาพิจารณาให้ความเห็นชอบไม่เกิน 60 วัน เรียกได้ว่าเป็นเวลาที่กระชั้นชิดพอสมควร

เหตุผลที่ กรธ.เตรียมส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญสองฉบับนี้ให้กับ สนช.ก่อน แทนที่จะส่งกฎหมายลูกเกี่ยวกับเลือกตั้งให้ สนช.ทีเดียวพร้อมกันรวม 4 ฉบับ เพราะ กรธ.ต้องการให้ กกต.ได้รู้กติกาใหม่เพื่อให้มีความพร้อมสำหรับการจัดตั้งการเลือกตั้ง ส่วนพรรคการเมืองในฐานะคนที่จะเข้าสู่เกมก็จะได้รู้ว่าพรรคการเมืองต้องแต่งตัวให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาติดขัด

อย่างไรก็ตาม สนช.ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติที่ต้องให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญกำลังมีความสงสัยว่าแท้ที่จริงแล้วตัวเองมีอำนาจพิจารณาแก้ไขเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญในระดับไหน

ดังจะเห็นได้จากท่าทีของสมาชิก สนช.ที่สอบถามตัวแทนจาก กรธ.กลางเวทีสัมมนา เรื่องการเตรียมความพร้อมในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. เพื่อขอให้ความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว แต่ตัวแทนของ กรธ.ขอยังไม่ให้คำตอบ เพราะต้องกลับไปสอบที่ประชุม กรธ.อีกครั้ง

ปัญหาของเรื่องนี้มาจากบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 267 ที่บัญญัติว่า "เมื่อ สนช.พิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วให้ส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนั้นให้ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง และคณะ กรธ.พิจารณา

ถ้าศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องหรือคณะ กรธ.เห็นว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ให้แจ้งให้ประธาน สนช.ทราบภายใน 10 วันนับแต่วันที่ได้รับร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนั้น

และให้ สนช.ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งมีจำนวน 11 คน ประกอบด้วย ประธานศาลรัฐธรรมนูญหรือประธานองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง และสมาชิก สนช. และ กรธ.ซึ่งคณะ กรธ.มอบหมาย ฝ่ายละ 5 คน เพื่อพิจารณาแล้วเสนอต่อ สนช.ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง เพื่อให้ความเห็นชอบ..."

คำว่า "ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ" ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่า สนช.กำลังจะเป็นเพียงแค่ทางผ่านประหนึ่งตรายางปั๊มกฎหมายให้กับ กรธ.หรือไม่ เพราะการกำหนดในลักษณะดังกล่าวไม่ต่างอะไรกับการทำให้ สนช.ไม่สามารถใช้อำนาจนิติบัญญัติเพื่อแก้ไขเนื้อหาในกฎหมายได้อย่างมีนัยสำคัญ

อีกทั้งเมื่อร่างกฎหมายที่ผ่านกระบวนกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญตามมาตรา 267 แล้ว หาก สนช.จะใช้สิทธิไม่เห็นด้วย ก็ต้องใช้เสียงโหวตไม่เห็นชอบถึง 2 ใน 3 หรือ 166 เสียงจากสมาชิกสนช.ทั้งหมด 250 คน ซึ่งถือเป็นเสียงข้างมากชนิดพิเศษที่เกิดขึ้นได้ยากในทางปฏิบัติ

ไม่เพียงเท่านี้ สนช.พยายามประสานขอร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.และพรรคการเมืองที่กรธ.กำลังดำเนินการอยู่มาศึกษาก่อน เพื่อจะได้เตรียมตัวกำหนดบุคคลที่เข้ามาทำหน้าที่ในขั้นตอนแก้ไขเนื้อหาใน สนช. แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับจาก กรธ.เท่าไหร่นัก

เมื่อ กรธ.ค่อนข้างจะเพิกเฉยเสียงเรียกร้องของ สนช. ประกอบกับเงื่อนไขการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ จึงทำให้ สนช.มองว่าไม่ต่างอะไรกับการบีบให้ สนช.ต้องยกมือเห็นชอบกับร่างกฎหมายที่ กรธ.เสนอเข้ามา สนช.เท่านั้น โดยห้ามแก้ไขแม้แต่ตัวเดียว

ดูท่าแล้วสนามรบนี้ระหว่าง กรธ.กับ สนช.น่าจะยืดเยื้อไปอีกนาน เพราะต่างฝ่ายก็ต่างมีผู้ให้ความสนับสนุนที่มีทรงอิทธิพลพอกัน จึงอย่าได้แปลกใจว่าทำไมท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ถึงไม่มีใครยอมใคร

ข่าวล่าสุด

เครือซีพี รวมผู้นำและผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เปิด CP Innovation Exposition 2026 สุดยิ่งใหญ่ มอบ 29 Chairman Awards เชิดชูผลงานนวัตกรเครือฯ  มุ่งขยายผลสู่ธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคม

เครือซีพี รวมผู้นำและผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เปิด CP Innovation Exposition 2026 สุดยิ่งใหญ่ มอบ 29 Chairman Awards เชิดชูผลงานนวัตกรเครือฯ มุ่งขยายผลสู่ธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคม