posttoday
ทวงหนี้จำนำข้าว เผือกร้อนวัดใจ คสช.

ทวงหนี้จำนำข้าว เผือกร้อนวัดใจ คสช.

20 กันยายน 2559

การไล่ทวงค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว กลายเป็น “เผือกร้อน” ที่ผู้เกี่ยวข้องกล้าๆ กลัวๆ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การไล่ทวงค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว กลายเป็น “เผือกร้อน” ที่ผู้เกี่ยวข้องกล้าๆ กลัวๆ ไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง รวมถึงเข้าไปร่วมแบกรับความรับผิดชอบ

หลายคนกลัวการถูกไล่เช็กบิลย้อนหลัง เมื่อผ่านพ้นยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งจะไม่มีกลไกคุ้มครองป้องกันเหมือนปัจจุบัน ขณะที่อีกหลายคนอยากพ้นจากตำแหน่งทั้งรัฐมนตรี และเกษียณอายุราชการแบบมีความสุข ใช้ชีวิตบั้นปลายแบบไม่ต้องกังวล ต้องคอยลุ้นว่าจะต้องขึ้นโรงขึ้นศาล​

ยิ่งในอนาคตหลังเลือกตั้ง ไม่รู้ว่าขั้วอำนาจเก่าจะกลับมามีบทบาททางการเมืองหรือไม่

เรื่องนี้จึงถูกดองค้างมานานกว่า 2 ปีหลังรัฐประหาร ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วตัวเลขความเสียหาย รวมถึงบุคคลที่จะต้องถูกดำเนินการเอาผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายมีความชัดเจน​ในระดับหนึ่งมาตั้งแต่แรก

ที่สำคัญจะเห็นว่ากระบวนการไล่ติดตามเอาผิดมีความคืบหน้าให้เห็นเป็นระยะ แต่ไปไม่ถึงขั้นปิดบัญชีได้สักที จนมีกระแสเป็นห่วง ถึงขั้นออกมาดักคอเกรงว่าจะมีกระบวนการปล่อยให้เรื่องนี้หมดอายุความไปในที่สุด

ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงการเลือกตั้ง แรงกดดันทั้งหมดตกมายัง​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี ว่าจะจบเรื่องนี้อย่างไร ​

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ประกาศคำสั่ง ที่ 56/2559 เรื่อง การคุ้มครองการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในการดูแลของรัฐ และการดําเนินการต่อผู้ต้องรับผิดตามที่ได้มีการดําเนินการโครงการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรหลายโครงการ

โดยเมื่อได้มีคําสั่งทางปกครองของหน่วยงานของรัฐ หรือคําสั่งหรือคําพิพากษาของศาล แล้วแต่กรณี ให้มีการบังคับทางปกครองต่อผู้ต้องรับผิดตามโครงการรับจํานําข้าวเปลือกของรัฐ ตั้งแต่ปีการผลิต 2548/2549 จนถึงปีการผลิต 2556/2557 โครงการแทรกแซงมันสําปะหลังของรัฐ  หรือโครงการแทรกแซงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

พร้อมให้กรมบังคับคดีมีอํานาจหน้าที่ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เพื่อบังคับการให้เป็นไปตามคําสั่งหรือคําพิพากษา และให้ได้รับความคุ้มครองด้วย

ทว่านี่ยังไม่เพียงพอสร้างความมั่นใจให้ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของคดีการระบายข้าวแบบจีทูจีของ บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวก 6 คน และคดีความเสียหายที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ​

เริ่มตั้งแต่ในส่วนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง​และประเมินความเสียหาย และคณะกรรมการพิจารณารับผิดทางแพ่ง โดยคดีของบุญทรงอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ในส่วนของ​คดี​ยิ่งลักษณ์ จากเดิมที่เคยประเมินความเสียหายไว้ 2.86 แสนล้านบาท ต่อมามีข่าวหลุดออกมาว่าตัวเลขถูกปรับลดเหลือเพียงแค่ 1.78 แสนล้านบาท และคิดกับยิ่งลักษณ์เพียง 20% เหลือเพียง 3.57 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

แค่นี้สร้างความสงสัยให้กับสังคมระดับหนึ่งแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ จนทำให้ตัวเลขในชั้นกรรมการรับผิดทางแพ่งของ มนัส แจ่มเวหา จึงลดลง ต่างจากกรรมการสอบข้อเท็จจริงของ จิรชัย มูลทองโร่ย มากขนาดนั้น และนี่เป็นสิ่งที่สังคมคงต้องรอฟังคำชี้แจง

โดยทางมนัสชี้แจงว่ายังไม่สรุปความเสียหายโครงการรับจำนำข้าวของ​ยิ่งลักษณ์ และพยายามสรุปให้ได้ภายในสัปดาห์หน้า หรือก่อนที่จะเกษียณในวันที่ 30 ก.ย.นี้ 

ไม่แปลกที่จะถูกมองว่าพยายามยื้อเรื่องออกไปให้พ้นช่วงเกษียณ คล้ายกับในส่วนของ อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ ที่ตอนแรกมอบอำนาจไปให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์เซ็นลงนามในหนังสือบังคับทางปกครอง เรียกร้องค่าเสียหายจากการขายข้าวจีทูจี ด้วยเหตุผลที่อธิบายว่าเพราะเรื่องนี้ต้องลงรายละเอียดเยอะ เป็นเรื่องซับซ้อน ต้องใช้เวลาในการทำงานให้รอบคอบ ไม่ตั้งใจที่จะกลั่นแกล้งใคร ​

ในขณะที่ ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนปัจจุบัน ยังสงวนท่าทีไม่ลงนาม ส่วน วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน ว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ออกตัวว่าไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นจึงไม่รู้รายละเอียด หากต้องเข้าไปดูแลคงต้องดูในรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร

จนต่อมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า อภิรดีลงนามแน่นอนโดยล่าสุดได้ลงนามเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้ 

ส่วนคดีของยิ่งลักษณ์นั้น ทาง สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า หากทาง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ​สั่งให้ปลัดกระทรวงการคลังลงนามในคำสั่งทางปกครองก็พร้อมลงนาม

แม้การไล่บี้เรียกค่าเสียหายรอบนี้ อีกด้านหนึ่งจะถูกมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งไล่เอาผิด ขณะที่ยิ่งลักษณ์และพลพรรคเพื่อไทยเริ่มออกมาเคลื่อนไหวดักคอ ​​ท่ามกลางความเป็นห่วงว่านี่อาจเป็นชนวนนำไปสู่แรงกระเพื่อมในอนาคต

ส่วนสุดท้ายผลการดำเนินการจะออกมาอย่างไร ถือเป็นเดิมพันของ คสช.ที่ต้องชั่งน้ำหนักให้ดี

ข่าวล่าสุด

ข่าวดี! พรุ่งนี้ราคาน้ำมันดิ่งแรง เบนซินลด 1.20 ดีเซลลด 1.00 บาท

ข่าวดี! พรุ่งนี้ราคาน้ำมันดิ่งแรง เบนซินลด 1.20 ดีเซลลด 1.00 บาท