posttoday

เร่งเครื่องปราบทุจริต สร้างผลงาน-ปรามศัตรู

19 กันยายน 2559

ถ้า คสช.ไม่ใช้จังหวะนี้ให้เป็นประโยชน์ เวลาที่เหลืออยู่คงไม่พอที่จะให้ คสช.มีโอกาสได้แก้ตัวอีก

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลมีการขยับตัวเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตพอสมควร ดังจะเห็นได้จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวผ่านสองเวทีสำคัญ

เวทีแรก วันที่ 11 ก.ย. เนื่องในโอกาสวันต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ 2559 ที่มีการจัดงานที่สนามหลวง โดย พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า “เรื่องทุจริตเป็นกับดักที่สำคัญของประเทศ ทำให้ประเทศก้าวหน้าไปได้ช้า เกิดความขัดแย้ง แตกแยก สังคมมีปัญหาไปทั้งหมด ไม่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ วันนี้เราต้องดูว่าเดินหน้าประเทศไปอย่างไร เราแก้ปัญหามา 40 ปี แต่ยังเหมือนเดิม ต้องหาวิธีใหม่ ให้การแก้ปัญหามีผลสัมฤทธิ์ รัฐบาลทำทุกอย่าง

“ปัญหาการแก้ทุจริตต้องทำตั้งแต่วันนี้ ซึ่งอยู่ในแผนการปฏิรูป 20 ปีของรัฐบาล และอีก 20 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะปราศจากทุจริต หากทุกฝ่ายร่วมกัน และประชาชนให้กำลังใจให้คนดีเข้ามาทำงาน ส่วนการใช้กฎหมายนั้นรัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังกดประชาชน ไม่ได้ให้เชื่อฟัง แต่กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่มีข้อยกเว้น ทุกคนควรต้องรู้เท่าทัน จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะไม่ต้องการให้คนไม่รู้เรื่อง และคนยากจนต้องเข้าไปรับโทษ รัฐบาลทำกฎหมายออกมาเพื่อป้องกันและจัดการกับทุกคน”

ส่วนเวทีสอง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ในโอกาสแถลงผลงาน 2 ปี ของรัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาล

“ประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดความรุนแรงทางการเมือง เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่ประชาชนไม่ได้น้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ทำให้เกิดการทุจริต หลังจากที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศก็ได้พยายามวางรากฐานให้กับรัฐบาลต่อไปในอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอย่างที่ผ่านมาอีก” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

ท่าทีที่แสดงออกมาของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้นำมาซึ่งการดำเนินการเพื่อปราบปรามการทุจริตในสองเรื่องสำคัญ

1.การผลักดันร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเสนอมาให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามานานแล้ว มีสาระสำคัญ คือ การห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและ เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจหน้าที่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเครือญาติ ประกอบด้วย บุพการี บุตร และคู่สมรส เรียกว่ากฎหมาย 3 ชั่วโคตร

ทั้งนี้ หากมีผู้กระทำความผิดจะถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวน และจะมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 100

2.การเตรียมกระบวนการยึดทรัพย์โครงการรับจำนำข้าว โดย พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช.ได้ใช้อำนาจมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 56/2559 เรื่องการคุ้มครองการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในการดูแลของรัฐและการดําเนินการต่อผู้ต้องรับผิด

คำสั่งของหัวหน้า คสช.ที่ออกมาเป็นการให้กรมบังคับคดีมีอํานาจหน้าที่ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ซึ่งหมายความว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ลงนามคำสั่งทางปกครองเพื่อเรียกชดใช้ค่าสินไหมจากการกระทำละเมิดในคดีจำนำข้าวเมื่อไหร่ กรมบังคับคดีก็สามารถดำเนินการยึดทรัพย์ได้ทันที

แม้จะไม่ใช่การใช้มาตรา 44 เพื่อยึดทรัพย์โดยตรง แต่ก็เป็นสัญญาณที่ คสช.กำลังบอกว่ากระบวนการเก็บกวาดบ้านจะเข้มข้นมากยิ่งขึ้นนับจากนี้

การใช้วาระเรื่องการปราบทุจริตมาเป็นประเด็นที่นำเสนอต่อสาธารณะในเวลานี้ของรัฐบาลและ คสช.มีเหตุผลที่สำคัญ คือ การสร้างผลงานและลดทอนพลังของฝ่ายการเมือง

นับตั้งแต่ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลังของ คสช. เพราะต้องเข้าสู่กระบวนการและขั้นตอนการคืนอำนาจให้กับประชาชนเพื่อพาประเทศไปสู่การเลือกตั้งในปี 2560

เวลาที่เหลือน้อยในขณะนี้เป็นจังหวะที่สำคัญของการพิสูจน์ว่าการรัฐประหารเมื่อปี 2557 เสียของหรือไม่

การจะทำให้เห็นว่าการรัฐประหารในครั้งนั้นประสบความสำเร็จ ต้องเร่งเดินหน้าปราบปรามการทุจริตให้เป็นรูปธรรมโดยเฉพาะคดีจำนำข้าว ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อครหาที่รัฐบาลมักจะใช้กล่าวอ้างมาตลอด หากปล่อยไว้นานยิ่งจะทำให้รัฐบาลเป็นฝ่ายที่ต้องตกที่นั่งลำบากมากขึ้น

ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็หวังใช้การปราบทุจริตเพื่อลดความน่าเชื่อถือของฝ่ายการเมืองด้วยในระยะนี้ เพราะยิ่งใกล้เข้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้งเท่าไหร่ ฝ่ายการเมืองจะออกมาทำลายความน่าเชื่อถือของ คสช.มากขึ้นเท่านั้น ฝ่ายการเมืองรู้ดีว่าเวลาของ คสช.นั้นเหลือน้อยเข้าไปทุกทีแล้ว จึงย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป

ดังนั้น ถ้า คสช.ไม่ใช้จังหวะนี้ให้เป็นประโยชน์ เวลาที่เหลืออยู่คงไม่พอที่จะให้ คสช.มีโอกาสได้แก้ตัวอีก

ข่าวล่าสุด

“ผยง ศรีวณิช” ชี้เสถียรภาพรัฐบาล-ความต่อเนื่องนโยบาย กุญแจปฏิรูปไทย