posttoday

เพื่อไทยเทหมดหน้าตักเดิมพันค้านร่างรัฐธรรมนูญ

17 มิถุนายน 2559

ทุ่มหมดหน้าตักกับการคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีการออกเสียงลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. กับท่าทีล่าสุดของ 17 แกนนำเพื่อไทย พร้อมใจกันออกมาโพสต์ความเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ทุ่มหมดหน้าตักกับการคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีการออกเสียงลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. กับท่าทีล่าสุดของ 17 แกนนำเพื่อไทย พร้อมใจกันออกมาโพสต์ความเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งถือเป็นการเปิดหน้าชนครั้งแรกหลัง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มีผลบังคับใช้

ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยประกาศตัวชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ มาตั้งแต่ฉบับของ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อยมาจนถึงฉบับของ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

ถึงขั้นออกแถลงการณ์เรื่อง "ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ยอมรับอำนาจของประชาชน" ลงวันที่ 30 มี.ค. 2559 ด้วยเหตุผลเพราะเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ขัดต่อหลักการประชาธิปไตยหลายส่วน และยังจะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสร้างปัญหาให้กับประเทศมากยิ่งขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันออกมาลงประชามติ "ไม่รับ" ร่างรัฐธรรมนูญ

รวมทั้งเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ก่อนการลงประชามติ โดยระบุให้ชัดว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ให้นำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาปรับแก้และประกาศใช้เป็นการชั่วคราว แถม "จัดให้มีการเลือกตั้งภายในไม่เกิน 6 เดือน"

ทว่า หลัง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญประกาศใช้ การเคลื่อนไหวคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ ลดน้อยถอยลงไปเพราะเกรงว่าจะเข้าข่ายความผิดจากการตีความกฎหมายที่ยังคลุมเครือ

ที่สำคัญบทลงโทษตามกฎหมายฉบับนี้ค่อนข้างรุนแรง หากถูกตัดสินว่ามีความผิด นอกจากจะเสี่ยงถูกจำคุกแล้วยังจะถูกตัดสิทธิการเมือง 10 ปี สะกดให้นักการเมือง สงวนท่าทีไม่กล้าออกมาเคลื่อนไหว คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญรุนแรงแบบเต็มตัว เพราะไม่มีใครอยากจะเอาอนาคตการเมืองมาเสี่ยง

การเปิดหน้าค้านร่างรัฐธรรมนูญของ 17 แกนนำเพื่อไทยรอบนี้จึงต้อง เดิมพันด้วยอนาคตทางการเมือง

แม้ก่อนหน้านี้กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะออกมายืนยันว่าการแสดงความเห็นว่าตัวเอง "รับ" หรือ "ไม่รับ" ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นความผิด แต่ก็ยังมีความคลุมเครือในประเด็นเรื่องการชี้แจงเหตุผลที่ไม่อาจระบุได้ว่ากรณีแบบไหนเรียกว่าเป็นเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือการกระทำแบบไหนถึงจะเข้าข่ายเป็นการรณรงค์  ปลุกระดม ฯลฯ

ยกตัวอย่าง พงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ ระบุว่า "ภายใต้กติกาแบบนี้ ไม่เห็นอนาคตประเทศไทย รับไม่ได้จริงๆ" วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ระบุว่า "เสียดายที่รัฐธรรมนูญฉบับที่จะลงประชามตินี้ ลดทอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนหลายประการ"

ชูศักดิ์ ศิรินิล อดีต รมต.สำนักนายกฯ ระบุว่า "กระบวนการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เป็นแนวทางประชาธิปไตย จึงไม่ควรได้รับการยอมรับ" ปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีต รมว.วิทย์ฯ ระบุว่า "รับไม่ได้ เพราะลูกหลานจะเดือดร้อนไปอีกยาวนาน" วัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ ระบุว่า "เป็นร่างรัฐธรรมนูญที่เบียดบังอำนาจและสิทธิประโยชน์ของประชาชน แต่เชิดชูอำนาจเผด็จการ ปกป้องและปิดกั้นการตรวจสอบ"

หลายถ้อยคำที่แกนนำเพื่อไทยกล่าวล้วนแต่สุ่มเสี่ยงที่อาจถูกหยิบยกไปร้องให้ กกต.พิจารณาว่าขัด พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติหรือไม่ โดยระหว่างที่รอลุ้นการตัดสินชี้ขาดตามระบบ ย่อมปราม หรือสกัดไม่ให้กลุ่มอื่นๆ ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญได้เต็มที่นัก

การยอมเอาอนาคตการเมืองมาของตัวเองมาเสี่ยงของบรรดาแกนนำเพื่อไทยนั้น เนื่องจากประเมินรอบด้านแล้วไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ยิ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกมองว่ามีการเปิดช่องสืบทอดอำนาจของ คสช. อยู่หลายส่วนด้วยแล้ว ต่อให้ชนะการเลือกตั้งรอบหน้าก็ยากที่จะบริหารด้วยความอิสระเต็มที่

ที่สำคัญนี่ยังจะเป็นการรักษาจุดยืนของพรรคที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญที่มีจุดกำเนิดมาจาก คสช. แม้ผลลัพธ์สุดท้าย ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติ แต่อย่างน้อยก็สามารถใช้เป็นหัวเชื้อสำหรับเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคตได้

ยิ่งหากมีแกนนำบางคนถูกวินิจฉัยว่ามีความผิดเพียงเพราะวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญจนถูกตัดสิทธิการเมืองด้วยแล้วย่อมจะสามารถเรียกคะแนนสงสาร แถมอาจปลุกแนวร่วมให้ออกมาเคลื่อนไหว และสั่นคลอนความน่าเชื่อถือของ คสช.ได้ไม่น้อย

แผนระเบิดพลีชีพของแกนนำเพื่อไทยยังถูกมองว่าเป็นยุทธศาสตร์ "คู่ขนาน" ผนึกกำลังต้านรัฐธรรมนูญไปกับการเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ ของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ติดเครื่องออกตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ จนทำให้ คสช.เริ่มหามาตรการมาเบรกการเคลื่อนไหว

ไม่ต่างจากรอบนี้ที่  อมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. ยังออกมาเตือนผู้ที่แชร์ข้อความเหล่านี้ว่า หากมีการเติมแต่งข้อความหรือแสดงความเห็นต่อเนื่องและบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงอาจมีความผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ประชามติได้ มีโทษหนักจำคุกถึง 10 ปี ปรับ 2 แสนบาท

สุดท้ายคงต้องรอดูว่าเดิมพันรอบนี้ของเพื่อไทยจะคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอังคารที่ 10 ก.พ. 69