เพิ่มหลักสูตรติวอาสาสมัคร ป้องกันบิดเบือนร่างรธน.
แม้ว่าเวลานี้ประชามติร่างรัฐธรรมนูญกำลังเผชิญอุปสรรคทางเทคนิค หลังผู้ตรวจฯส่งคำร้องให้ศาลรธน.พิจารณาม.61วรรค2พรบ.ประชามติวินิจฉัยว่าขัดรธน.หรือไม่
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
แม้ว่าเวลานี้ประชามติร่างรัฐธรรมนูญกำลังเผชิญอุปสรรคทางเทคนิค หลังจากผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า มาตรา 61 วรรคสองของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 ขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 หรือไม่ แต่กระบวนการรณรงค์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ
โดยทุกฝ่ายต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าในระหว่างที่คำร้องอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญจะไม่มีผลให้กระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการทำประชามติต้องสะดุดลง เว้นแต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่ามาตรา 61 วรรคสองขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีความเห็น อาจจะเป็นเหตุให้ต้องมีการแก้ไขกฎหมายใน สนช.
สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. อธิบายว่า “หากวินิจฉัยว่าข้อความใดขัดอาจจะใช้วิธีการตัดออกหรือปรับปรุงแก้ไข โดยกระบวนการแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 จะเป็นหน้าที่ของ กกต.ในการดำเนินการส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และส่งต่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา จากนั้นก็จะส่งมาที่ สนช.เพื่อพิจารณา”
อย่างไรก็ตาม สำหรับการเผยแพร่และทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญในเวลานี้ กรธ.และ สนช.ได้ดำเนินการอบรมวิทยากรอาสาสมัครเผยแพร่ประชาธิปไตยระดับจังหวัด (ครู ก.) และ ระดับอำเภอ (ครู ข.) เสร็จสิ้นแล้ว จากนี้ไปจะเข้าสู่การอบรมวิทยากรระดับหมู่บ้าน (ครู ค.) ซึ่งในส่วนของครู ค. ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากเพราะจะเป็นกลไกหลักในการเคาะประตูบ้านประชาชนเพื่ออธิบายเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ
ทว่ามีประเด็นหนึ่งที่คณะ กรธ.เริ่มแสดงความกังวล คือ ความรู้ความเข้าใจในร่างรัฐธรรมนูญของวิทยากรทุกระดับ โดยหากวิทยากรไม่เข้าใจร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นปัญหาลูกโซ่ในระยะยาว เพราะประชาชนจะถูกฝ่ายการเมืองที่ต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญชี้นำประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจร่างรัฐธรรมนูญในทางที่ผิดได้ ส่งผลให้ กรธ.ต้องดำเนินการจัดทำเอกสารให้กับอาสาสมัครเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญคลาดเคลื่อน และเกิดการบิดเบือน
เอกสารที่ว่านั้นเป็นรูปแบบของคำถามคำตอบจำนวน 5 ข้อ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญได้ง่ายมากขึ้น ประกอบด้วย 1.รัฐธรรมนูญนี้เกี่ยวกับประชาชนอย่างไร 2.ประชาชนจะได้อะไรจากรัฐธรรมนูญใหม่ 3.สิทธิเลือกตั้งเป็นอย่างไร 4.จะปฏิรูปอะไรกันบ้างและปฏิรูปแล้วชาวบ้านได้อะไร และ 5.การมีรัฐธรรมนูญนี้ประชาชนจะกินดีอยู่ดีไหม ซึ่งคำตอบของแต่ละข้อนั้น กรธ.ได้นำเอาเนื้อหาการให้สัมภาษณ์ของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธาน กรธ.มาปรับปรุง
ชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการ กรธ. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสำรวจความคิดเห็นประชาชนใน กรธ. เปิดเผยว่า ยอมรับว่าช่วงแรกของการอบรม ครู ก. และ ครู ข.พบว่ามีอาสาสมัครจำนวนไม่น้อยที่มีความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญที่คลาดเคลื่อน ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่มีการรับข่าวสารที่บิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ เช่น การตัดสิทธิการศึกษา การประหารชีวิตผู้กระทำความผิดเลือกตั้ง เป็นต้น แต่ กรธ.ได้เข้าไปอธิบายและทำความเข้าใจให้ตรงกันแล้ว ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด
“สิ่งหนึ่งที่เราเห็นว่าวิทยากรอาสาสมัครมีความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญพอสมควรแล้ว อยู่ที่การนำบท บัญญัติและสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญไปแปลงเป็นภาษาชาวบ้านเพื่อเตรียมอธิบายให้กับประชาชนในพื้นที่ ทั้งในเรื่องสิทธิเสรีภาพ การเลือกตั้ง การได้มาซึ่ง สว. รวมไปถึงการปฏิรูปประเทศ” ชาติชาย ระบุ
พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ สมาชิก สนช.ในฐานะประธานอนุกรรมการดำเนินการเผยแพร่และประชา สัมพันธ์ ในฐานะประธานอนุกรรมการดำเนินการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ประเด็นที่สมควรให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดให้มีออกเสียงประชามติเพิ่มเติมใน กลุ่มที่ 1 ระบุว่า มั่นใจว่าวิทยากรทุกระดับจะมีความเข้าใจในร่างรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะระดับครู ก. และ ครู ข.ซึ่งเป็นบุคคลที่จังหวัดและอำเภอเลือกมา แต่ส่วนตัวไม่แน่ใจว่าลงไปในขั้นตอนที่ต้องไปอธิบายเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญให้กับประชาชนจะเป็นอย่างไรและเกิดความคลาดเคลื่อนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสุดท้ายแล้วประชาชนจะสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง


