ถอนฟ้องสลายพธม. เสี่ยงกระทบรัฐบาล
กลายเป็นประเด็นเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม หลังเกิดกระแสข่าวปปช.เสนอให้ถอนฟ้องคดีการสลายการชุมนุมพธม.ช่วงปี 2551 จนถูกมองว่าอาจเป็นการช่วยเหลือใครบางคนจากเรื่องนี้
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
กลายเป็นประเด็นเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม หลังเกิดกระแสข่าวคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอให้ถอนฟ้องคดีการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยช่วงปี 2551 จนถูกมองว่าอาจเป็นการช่วยเหลือใครบางคนจากเรื่องนี้
พิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรฯ ให้ความเห็นในฐานะเป็นผู้ดูแลผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ 7 ต.ค. 2551 ซึ่งมีทั้งผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และพิการ รวมทั้งล่าสุดมีผู้ถูกจำคุก 30 ปี แต่เพิ่งปล่อยตัวออกมา ซึ่งการกระทำรัฐบาลวันนั้นเกินกว่าเหตุ
นอกจากนี้ รายงานพฤติกรรมของรัฐบาล ที่มีทั้ง สว. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน รวมถึง ป.ป.ช. ยืนยันตรงกันว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และ ป.ป.ช.มีมติชัดเจน ไม่ใช่รายงาน ป.ป.ช.ฝ่ายเดียว สุดท้าย ป.ป.ช.นำเรื่องส่งต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจนมีการสืบพยานไป ซึ่งเข้าสู่กระบวนการเรียบร้อย
ทั้งนี้ ในทางการเมืองส่วนตัวก็รู้อยู่ว่าคนที่ติดร่างแหคือ อดีต ผบ.ตร. ซึ่งมีพี่ชายเป็นใหญ่ในคณะทหาร คิดว่าการหาทางช่วยเหลือคือ การออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ถ้าทำก็ออกต้องให้กับทุกฝ่าย แต่ทาง การเมืองทำลำบาก การที่เกิดข่าวลือ ป.ป.ช.ถอนฟ้อง ทัศนะส่วนตัวมองว่าเป็นการกระทำขัดต่อเจตนารมณ์กฎหมาย และรายงานของคณะกรรมการสามฝ่าย ถ้าเกิดยื่นไปก็อยู่ที่คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาจะมีความเห็นอย่างไร
“ถ้ามีการยื่นไปแล้วเกิดผลในทางปฏิบัติคือ ถอนฟ้องจริง ผมคิดว่าปัญหาจะตามมาอีกเยอะ เพราะผู้เสียหาย ผู้บาดเจ็บและผู้พิการจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีอำนาจฟ้องร้องได้ และ ป.ป.ช.อาจถูกฟ้องได้ ผมอยากจะเตือนว่าเมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วก็เดินต่อไป ถ้าข่าวลือเป็นจริง ผมคิดว่าผลลัพธ์จะเสียต่อคณะทหารอย่างเลี่ยงไม่ได้”
อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ส่วนตัว อำนาจการถอนคงมีอยู่แต่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะผู้พิพากษาที่ดำเนินคดีนี้ เชื่อมั่นว่าไม่ให้ถอนฟ้อง เพราะไม่รู้เหตุผลคืออะไร และ ป.ป.ช.ต้องตอบประชาชนให้ได้ว่ามีเหตุผลอะไร ไม่ใช่ข้อกฎหมายเท่านั้น แต่เป็นเหตุผลทางการเมืองด้วย
“อยากให้คำนึงถึงคุณธรรมและจริยธรรม เพราะทหารเข้ามาแก้ไขปัญหา อย่าเพิ่มปัญหา ป.ป.ช.มีหน้าที่ทำความถูกต้อง หากไม่ก็หมดความศักดิ์สิทธิ์และเสียศักดิ์ศรี หมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมาย ส่วนพันธมิตรฯ จะเคลื่อนไหวหรือไม่ ต้องรอให้เกิดเหตุการณ์จริงก่อน แต่คาดการณ์ว่าผู้บาดเจ็บเสียชีวิตคงไม่หยุดนิ่ง แต่ชี้ให้เห็นว่าไม่ควรทำ เพราะจะทำให้เสียหายทั้งระบบ”
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ อดีตโฆษกกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวว่า หากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง รัฐบาลจะหนีไม่พ้นข้อครหาว่าช่วยเหลือพวกพ้องกันเอง และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะไม่ต่างจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการนิรโทษกรรมให้กับพวกตัวเอง ซึ่งแปลว่าใครถืออำนาจคนนั้นไม่มีทางกระทำความผิด ถ้าคิดอย่างนี้ได้ บ้านเมืองจะเกิดวิกฤต ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.อาจถูกฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 200 โทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต จะเป็นบทลงโทษที่ผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้แปลว่าการถอนฟ้องจะเป็นประโยชน์ในด้านคดีความ เพราะผู้พิพากษาต้องใช้ดุลพินิจ ว่าให้หากถอนฟ้องได้หรือไม่ ดังนั้นคิดว่าหากขืนทำจะไม่คุ้มกับรัฐบาลชุดนี้ เพียงเพราะช่วยคนคนเดียวที่เป็นญาติพี่น้องของรัฐมนตรีหรือรองนายกฯ ส่วนประเด็นดังกล่าวยังไม่อยากสมมติว่าจะออกมาในทิศทางไหน แต่อยากเตือนถ้าทำเช่นนั้น บ้านเมืองเกิดวิกฤตอีกครั้งแน่นอน และคิดว่ารัฐบาลไม่ควรทำซ้ำรอยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์
ขณะที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวด้วยว่า จากนี้เจ้าหน้าที่ต้องไปดูว่าพยานหลักฐานใหม่ที่อ้างเป็นพยานหลักฐานใหม่จริงหรือไม่ หรือเพียงพอที่จะไปเปลี่ยนแปลงความเห็น ป.ป.ช.ได้สั่งฟ้องไปหรือไม่ ไม่ได้ไปกดดัน เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องตอบสังคมให้ได้ เพราะ ป.ป.ช.ถือเป็นองค์กรยุติธรรมเบื้องต้น จึงต้องให้ความเป็นธรรม
กลั่นกรองทุกสิ่งทุกอย่างให้ถูกต้อง ให้ดีที่สุดและเป็นมืออาชีพ ส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. เมื่อหน้าที่อย่างไร ก็ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย รอบคอบ ตรงไปตรงมา


