posttoday
ไม่ผ่านเจอวิบากกรรม คสช.ต้องอุ้มประชามติ

ไม่ผ่านเจอวิบากกรรม คสช.ต้องอุ้มประชามติ

01 เมษายน 2559

สถานการณ์การเมืองของประเทศไทยกำลังเข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หลังจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

สถานการณ์การเมืองของประเทศไทยกำลังเข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หลังจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย

ทั้งนี้ ตามขั้นตอน กรธ.จะต้องสรุปสาระสำคัญส่งให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อกำหนดวันลงประชามติภายใน 90-120 วันต่อไป โดยในระหว่างนี้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต้องร่วมกันพิจารณาว่าจะตั้งคำถามประชามติเพิ่มอีกหนึ่งคำถามหรือไม่ นอกเหนือไปจากคำถามที่ถามว่าจะเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่

โดย สปท.จะประชุมกันในวันที่ 1 เม.ย. เพื่อเสนอประเด็นไปให้กับ สนช.พิจารณาในวันที่ 7 เม.ย. ซึ่งทิศทางของคำถามทั้งในส่วนของ สปท. และ สนช. หนีไม่พ้นการตั้งประเด็นว่า เห็นด้วยกับการให้มีคณะกรรมการอิสระเพื่อเสริมสร้างความปรองดองหรือไม่ หรือเห็นด้วยกับการให้ที่ประชุมร่วมกันของ สส. และ สว. ลงมติเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในระยะเปลี่ยนผ่านหรือไม่

ถึงกระนั้นการตัดสินใจว่าจะมีคำถามประชามติคำถามที่สองหรือไม่ขึ้นอยู่กับมติของ สนช. ซึ่งเวลานี้ยังแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว ระหว่างฝ่ายที่ต้องการให้ตั้งคำถามกับฝ่ายที่ไม่ต้องการให้ตั้งคำถาม

โดยฝ่ายสนับสนุนให้เพิ่มคำถามมองว่าจะเป็นการช่วยอุดช่องว่างให้กับร่างรัฐธรรมนูญในบางประเด็น โดยเฉพาะการเพิ่มกลไกสร้างความปรองดอง แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่าจะเป็นการสร้างความสับสนให้กับประชาชน และแทนที่ประชาชนจะตัดสินใจออกเสียงบนพื้นฐานของเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญจะกลายเป็นการตัดสินใจจากคำถามที่สองแทน

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะมีหนึ่งหรือสองคำถาม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมประกาศเดินหน้าสนับสนุนเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญได้รับความเห็นชอบจากประชาชนอย่างเต็มที่

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยต่อสื่อมวลชน อ้างถึงคำพูด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญระหว่างการประชุม ครม. ว่า “ผมจบแล้วครับ เรื่องร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของประชาชนที่จะต้องพิจารณาประชามติอย่างไร”

เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุแบบมีนัยทางการเมืองว่า “ความจริงนักการเมืองรู้ดีอยู่แล้วว่าอะไรควรพูดหรือไม่ควรพูด อะไรที่พูดแล้วเกิดความแตกแยกอย่าไปพูด ตอนนี้ให้หยุดพูดก่อน เพราะตอนนี้เรากำลังทำงานตามโรดแมป อีกปีนิดๆ ทุกอย่างก็จบแล้ว”

แม้ทั้งบิ๊กตู่และบิ๊กป้อมจะไม่ประกาศว่าสนับสนุนให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติโดยตรง แต่การแสดงออกในลักษณะนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าพร้อมจะใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติไปได้

ท่าทีของ คสช.ต่อการร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ นับว่าต่างกับเมื่อครั้งการร่างรัฐธรรมนูญที่อยู่ในมือของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างสิ้นเชิง ภายหลังสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ คสช.และ ครม.ประกาศเดินหน้าลุยประชามติอย่างเต็มที่ คือ การต้องการเพิ่มความชอบธรรมให้กับตัวเอง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลานี้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลยังไม่ค่อยเข้าเป้ามากนัก ดังจะเห็นได้จากการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง

อย่างการที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอให้ ครม.อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการจ่ายเงินให้ข้าราชการระดับล่างและระดับกลางที่ไม่มีเงินประจำตำแหน่งคนละ 1,000 บาท จำนวน 1.57 ล้านคน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อันเป็นการสะท้อนให้เห็นว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมายังไม่ค่อยเข้าเป้ามากนัก จึงมีความจำเป็นที่รัฐบาลต้องออกแรงกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่

ไม่เว้นแม้แต่การใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 กระชับขั้นตอนการทำรายงานศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้มีความรวดเร็วมากขึ้น เพื่อช่วยกระตุ้นการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่

ต้องยอมรับว่าการประชามติกับการเลือกตั้ง สส.ของประชาชนมีพื้นฐานการตัดสินใจในทำนองเดียวกัน คือ ดูว่าผลงานของรัฐบาลเข้าตาหรือไม่ หากยึดตามตรรกะนี้ แน่นอนว่าผลงานของรัฐบาลจะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนไม่แพ้เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ

ถ้านับจากนี้ไปจนถึงวันออกเสียงประชามติ ประชาชนรู้สึกว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ผล คนก็อาจจะลงประชามติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อเป็นเช่นนี้การเดินหน้าสู่โรดแมปเพื่อไปสู่การเลือกตั้งในปี 2560 ก็จะดำเนินต่อไปจนจบ

แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ต่างอะไรกับการเป็นฉันทามติว่าประชาชนไม่ต้องการให้รัฐบาลและ คสช.อยู่ในอำนาจต่อไป

แม้ คสช.จะมีอำนาจในการอยู่ในตำแหน่งต่อไป โดยอ้างถึงความจำเป็นที่ต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้ง แต่มีคำถามว่าเมื่อถึงเวลานั้นกระแสสนับสนุน คสช.จะยังคงเข้มแข็ง ในทางกลับกันจะเป็นแรงบีบที่ คสช.ต้องประกาศเป็นสัญญาประชาคมด้วยซ้ำจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร

ดังนั้น อย่าได้แปลกใจว่าทำไม คสช.ถึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ

ข่าวล่าสุด

"บอสชาตรี" เดือด! จวกวินัยนักมวย สะเทือนถึง"รถถัง"หลังแพ้น็อค

"บอสชาตรี" เดือด! จวกวินัยนักมวย สะเทือนถึง"รถถัง"หลังแพ้น็อค