posttoday

กลไกพิเศษแก้วิกฤต ชี้ขาด "ประชามติ" รธน.

24 กุมภาพันธ์ 2559

กลายเป็นประเด็นทางการเมืองร้อนแรงที่สุดในเวลานี้ก็ได้สำหรับข้อเสนอข้อที่ 16 ของครม. ในการขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กลายเป็นประเด็นทางการเมืองร้อนแรงที่สุดในเวลานี้ก็ได้สำหรับข้อเสนอข้อที่ 16 ของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเสมือนหนึ่งเป็นการให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยครึ่งใบชั่วคราวภายหลังรัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติและมีผลบังคับใช้

“...คณะรัฐมนตรีจึงเห็นว่าบางทีหากบัญญัติเนื้อหาและการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็นสองช่วงเวลา คือ ช่วงเฉพาะกิจหรือเฉพาะกาลในระยะแรก ซึ่งอาจไม่ยาวนานนักโดยใช้หลักเกณฑ์อย่างหนึ่งเสมือนข้อยกเว้นตามความจำเป็นแห่งสถานการณ์ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่อยู่บนพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง สส.ในระดับหนึ่งอย่างมีดุลภาพในช่วงเปลี่ยนผ่าน และช่วงที่จะใช้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญในระยะต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับหลักการสากลมากขึ้นและเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่ลดข้อจำกัดต่างๆ ลงให้มาก ดังนี้น่าจะแก้ปัญหาและอธิบายให้เป็นที่ยอมรับแก่ประชาชนและนานาชาติได้” สาระสำคัญในข้อเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญข้อที่ 16 ของ ครม.

ข้อเสนอที่ออกมาจาก ครม.ด้านหนึ่งมองได้ว่าไม่เป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะมีการเสนอมาให้กับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดที่มี “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เป็นประธานมาแล้ว ซึ่งนำมาสู่การมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ที่มีอำนาจพิเศษในการแก้ไขปัญหาวิกฤตตามบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญในเวลานั้น ก่อนที่สุดแล้วจะถูกคว่ำกลางที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

มาในปัจจุบันเมื่อมองไปยังท่าทีของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องยอมรับว่าเป็นไปในลักษณะไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธเสียทีเดียว โดยเลือกให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายใต้ท่วงทำนองของการดูกระแสจากสังคมภายนอกพอสมควรผ่านการอ้างว่าขอคุยกับวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีดูก่อน

ต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้านี้ ประธาน กรธ.ยืนยันกับสาธารณะหลายครั้งว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่จำเป็นต้องมีกลไกพิเศษเพื่อแก้ไขวิกฤตเหมือน คปป. เพราะมองว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ตนเองและคณะ กรธ.ดำเนินการอยู่สามารถอุดช่องโหว่ได้หมด ประกอบกับมีศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่เป็นองค์กรชี้ขาดปัญหาและข้อถกเถียงทางรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือพิเศษอีก แต่เมื่อ ครม.เสนอให้ กรธ.ควรใส่กลไกแก้ไขวิกฤตเอาไว้ คงเป็นเรื่องที่คณะ กรธ.กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ไม่น้อย

เพราะฉะนั้นจากท่าทีไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธดังกล่าว ทำให้มีแนวโน้มสูงพอสมควรว่าในร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายที่จะต้องส่งให้ประชาชนลงประชามติว่าจะเห็นชอบหรือไม่ จะมีเนื้อหาที่ว่าด้วยประชาธิปไตยในระยะเปลี่ยนผ่านเอาไว้ เพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่าคณะ กรธ.จะเลือกใช้แบบใด

1.กำหนดเป็นรูปแบบคณะกรรมการ แม้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์จะไม่ผ่าน สปช. โดยมีเหตุผลส่วนหนึ่งมาจากการมี คปป. แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคณะ กรธ.จะปฏิเสธแนวทางนี้เสียทีเดียว เนื่องจากปัจจุบันสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้ผ่านร่างกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติและเตรียมส่งให้ ครม.ดำเนินการแล้ว

ทั้งนี้ อาจเป็นไปได้ที่คณะ กรธ.อาจหยิบนำโครงสร้างของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติมาใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้มีหน้าที่ติดตามการปฏิรูปประเทศหลังจากร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ภายใต้ระยะเวลาที่กำหนดนอกเหนือไปจากงานประจำอย่างการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ เพียงแต่คณะกรรมการชุดนี้จะไม่มีอำนาจบริหารและนิติบัญญัติเหมือนกับ คปป. เพื่อไม่ให้เป็นเงื่อนไขในทางการเมือง

2.การเข้าไปสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งฝ่ายนิติบัญญัติ ในบทเฉพาะกาลร่างรัฐธรรมนูญฉบับคณะ กมธ.ยกร่างฯ มาตรา 277 กำหนดให้ ครม.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำเนินการสรรหา สว. จำนวน 123 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี ซึ่งคณะ กมธ.ยกร่างฯ ให้เหตุผลว่าเพื่อให้สอดรับการปฏิรูปประเทศภายใต้การขับเคลื่อนของ คปป.

อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้มีความเป็นไปได้น้อยและไม่มีความจำเป็นในทางปฏิบัติ เพราะสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สามารถทำหน้าที่ไปจนกว่าจะมี สว.ชุดใหม่ได้ ประกอบกับวุฒิสภามีเพียงหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายและเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ จึงควรให้ สว.มาจากการเลือกกันเองตามที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนด อย่างน้อยเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นเป้าโจมตีว่ามีเจตนาต่อทอดอำนาจให้กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

3.รัฐบาลแห่งชาติ อาจจะดูว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก่อนหน้านี้เคยมีการพยายามผลักดันกันมาแล้ว โดย“เอนก เหล่าธรรมทัศน์” และ “ประสาร มฤคพิทักษ์” สมาชิก สปช.ในเวลานั้น เสนอให้ สปช.ลงมติว่าจะเห็นด้วยกับการให้มีรัฐบาลปรองดองเพื่อการปฏิรูป เพื่อเป็นกลไกป้องกันและขจัดความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงหลังการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

หาก สปช.ลงมติเห็นชอบจะทำให้ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นคำถามประชามติอีกหนึ่งคำถาม แต่ปรากฏว่า สปช.ลงมติไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อน ทำให้เรื่องรัฐบาลแห่งชาติเงียบหายไป อย่างไรก็ตามการกำหนดกลไกพิเศษด้วยการให้มีรัฐบาลแห่งชาติอาจเป็นทางออกที่ดูประนีประนอมกับทุกฝ่ายมากที่สุดภายใต้สถานการณ์เช่นนี้

ทั้งหมดนี้ ไม่ว่าคณะ กรธ.จะเลือกแนวทางไหน ย่อมส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อการใช้สิทธิออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญทางใดทางหนึ่ง ดังนั้นบางทีทางออกที่ดีที่สุด คือ การไม่มีกลไกพิเศษทางตรง แต่วางกลไกพิเศษทางอ้อมที่ผูกไว้กับองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก

ข่าวล่าสุด

เปิดโครงสร้าง "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" แยกสาย โทรหลอก-ฟอกเงิน เลี่ยงจับกุม