posttoday

เปิดร่างกติกาประชามติ เห็นต่างได้แต่ห้ามก่อกวน

12 กุมภาพันธ์ 2559

แม้ร่างรัฐธรรมนูญจะยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของกรธ. แต่กระบวนการเตรียมการออกเสียงประชามติเริ่มมีความคืบหน้าเป็นระยะ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

แม้ร่างรัฐธรรมนูญจะยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แต่กระบวนการเตรียมการออกเสียงประชามติเริ่มมีความคืบหน้าเป็นระยะ หลังจากเมื่อวันที่ 10 ก.พ. คณะรัฐมนตรี (ครม.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเห็นร่วมกันให้วันที่ 31 ก.ค. เป็นวันออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะถึงวันทำประชามติยังมีกระบวนการสำคัญที่ต้องดำเนินการ คือ การจัดทำประกาศ กกต. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการออกเสียงประชามติ พ.ศ... ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำประชามติ เพราะเป็นการกำหนดแนวทางการควบคุมการทำประชามติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่ง กกต.ต้องส่งมาให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

ทั้งนี้ สำหรับประกาศ กกต.ฉบับดังกล่าวมีทั้งสิ้น 53 ข้อ แบ่งเป็น 2 หมวด ประกอบด้วย 1.การจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ การจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญ และการเผยแพร่กระบวนการและขั้นตอนการออกเสียง และ 2.หลักเกณฑ์และวิธีการในการออกเสียง โดยมีสาระสำคัญดังนี้

ข้อ 6 ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่คณะ กรธ.ส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ ครม.ทราบ ให้ ครม.ส่งร่างรัฐธรรมนูญ และให้คณะ กรธ.ส่งสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญแก่ กกต.

ในกรณีที่มีประเด็นในการจัดทำประชามติเพิ่มเติม ให้ ครม.ส่งประเด็นและสรุปสาระสำคัญของประเด็นดังกล่าวให้แก่ กกต. มาในคราวเดียวกันพร้อมกับร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง

ผู้ใดดำเนินการเผยแพร่ ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใดที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง หรือมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม ข่มขู่หรือลักษณะอื่นใด โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียงให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการก่อความวุ่นวาย เพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ข้อ 7 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการให้มีการจัดพิมพ์และจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญและสรุปสาระสำคัญ รวมทั้งประเด็นในการจัดทำประชามติเพิ่มเติมตามข้อ 6 ให้แก่ผู้มีสิทธิออกเสียงเป็นรายครัวเรือน

ข้อ 8 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นโดยอิสระและเท่าเทียมกันของบุคคลทุกฝ่ายในเรื่องที่จัดทำประชามติ ทั้งนี้ ตามแนวทางและรูปแบบที่ กกต.กำหนด

ให้สถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์ของรัฐจัดสรรเวลาออกอากาศตามที่ กกต.กำหนด 

ข้อ 9 เพื่อประโยชน์ในการออกเสียงให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ให้ กกต.เผยแพร่กระบวนการและขั้นตอนการออกเสียงและสรุปสาระสำคัญตามข้อ 6 ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง

ข้อ 11 การกำหนดวันออกเสียง โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาและการออกเสียงนั้น จะต้องกระทำภายในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร

การกำหนดวันออกเสียงตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่เร็วกว่า 30 วัน และไม่ช้ากว่า 45 วัน นับแต่วันที่ กกต.ส่งร่างรัฐธรรมนูญให้แก่ผู้มีสิทธิออกเสียงได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของครัวเรือนทั้งหมดที่ผู้มีสิทธิออกเสียงมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ข้อ 12 การออกเสียง ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงกระทำโดยตรงและลับด้วยวิธีการกากบาท (X) ในบัตรออกเสียงหรือใช้เครื่องลงคะแนน

ข้อ 22 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิออกเสียง

(1) มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

(2) มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ในวันที่ 1 ม.ค. ของปีที่มีการออกเสียง

(3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตออกเสียงมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันออกเสียง

ข้อ 23 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ ในวันออกเสียงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิออกเสียง

(1) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

(2) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

(3) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

(4) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          

ข้อ 32 ในวันออกเสียงให้เปิดการลงคะแนนออกเสียงตั้งแต่เวลา 08.00 นาฬิกา ถึงเวลา 18.00 นาฬิกา

ข้อ 37 ในกรณีที่การลงคะแนนออกเสียงในหน่วยออกเสียงแห่งใดไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นอย่างอื่น ให้คณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงประกาศงดลงคะแนนออกเสียงในหน่วยออกเสียงนั้น แล้วรายงานต่อคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง เพื่อให้รายงาน กกต.โดยเร็ว

ให้ กกต.กำหนดวันลงคะแนนออกเสียงใหม่ในหน่วยออกเสียงนั้นโดยเร็ว เว้นแต่ กกต.จะเห็นว่าจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงของหน่วยออกเสียงที่มีกรณีตามวรรคหนึ่งไม่เปลี่ยนแปลงผลการออกเสียง  กกต.อาจไม่จัดให้มีการลงคะแนนออกเสียงใหม่ในหน่วยออกเสียงนั้นก็ได้

ข้อ 50 เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาออกเสียงตามข้อ 32 หากผู้มาใช้สิทธิออกเสียงจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงในหน่วยออกเสียงใด เห็นว่าการออกเสียงในหน่วยออกเสียงนั้นเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ให้มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้าน พร้อมทั้งแสดงหลักฐานต่อ กกต. หรือผู้ที่กกต.มอบหมายภายใน24 ชั่วโมง นับแต่การลงคะแนนออกเสียงสิ้นสุดลง

ข้อ 51 เมื่อ กกต.ได้รับคำร้องคัดค้านแล้ว ให้ดำเนินการไต่สวนและแสวงหาหลักฐานทั้งปวงเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงโดยพลัน ถ้าเห็นว่าการออกเสียงในหน่วยออกเสียงนั้นไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ให้มีคำสั่งให้ดำเนินการออกเสียงใหม่ในหน่วยออกเสียงนั้น ทั้งนี้ ต้องไม่ช้ากว่า 30 วัน นับแต่วันออกเสียง เว้นแต่การออกเสียงใหม่จะไม่ทำให้ผลการออกเสียงเปลี่ยนแปลงไปให้ กกต.มีคำสั่งยกคำร้องคัดค้านนั้นเสีย

ข้อ 52 กรณีการลงคะแนนออกเสียง หรือการนับคะแนนออกเสียงในหน่วยออกเสียงใดไม่สามารถกระทำได้ หาก กกต.เห็นว่ากรณีดังกล่าวไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงผลการออกเสียง ให้ กกต.จัดทำประกาศผลการออกเสียงเพื่อรายงานต่อนายกรัฐมนตรี และในระหว่างสิ้นสุดการลงคะแนนออกเสียงตามข้อนี้ จนถึงก่อนการจัดทำประกาศผลการลงคะแนนออกเสียง ห้ามมิให้ผู้ใดดำเนินการเผยแพร่ผลการลงคะแนนออกเสียง

ผู้ใดดำเนินการเผยแพร่ผลการลงคะแนนออกเสียงที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดทำตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต.ในการออกเสียง

ข้อ 53 เมื่อ กกต.ได้รับรายงานผลการนับคะแนนออกเสียงจากหน่วยออกเสียงทุกหน่วยทั้งประเทศ ให้ กกต.ประกาศผลการออกเสียงและจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียง แล้วให้รายงานนายกรัฐมนตรี ทราบโดยเร็ว

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด แอสตัน วิลล่า พบ เอฟเวอร์ตัน พรีเมียร์ลีก วันนี้ 18 ม.ค.69