posttoday
ประชาธิปัตย์ถังแตกศึกในระอุ-ฐานกรุงระส่ำ

ประชาธิปัตย์ถังแตกศึกในระอุ-ฐานกรุงระส่ำ

09 ธันวาคม 2558

หงายไพ่รอบนี้ตอกย้ำว่าประชาธิปัตย์กำลังตกที่นั่งลำบาก

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

หงายไพ่รอบนี้ตอกย้ำว่าประชาธิปัตย์กำลังตกที่นั่งลำบาก 

ถึงขั้น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ต้องออกโรงส่งหนังสือร้องขอไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลดล็อกประกาศฉบับที่ 57/2557 เปิดทางให้พรรคสามารถประชุมและดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้

แน่นอนว่าจากเหตุผล 4 ข้อ น้ำหนักน้อยที่สุด แต่ดูดีที่สุดคือกรณีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)​ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ขอรับฟังความเห็นจากฝ่ายการเมืองในการดำเนินการในเรื่องต่างๆ แต่เมื่อพรรคไม่สามารถจัดประชุมระดมความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องได้ การให้ความเห็นต่างๆ จึงเป็นความเห็นของบุคคล มิใช่ความเห็นของพรรคในฐานะสถาบันทางการเมือง

​“หากพรรคสามารถจัดประชุมได้ จะทำให้สมาชิกพรรคให้ความเห็นต่อสาธารณะในประเด็นต่างๆ ได้อย่างมีระบบและเป็นเอกภาพมากขึ้น”

ทว่าปัญหาหนักอกที่ทั้ง อภิสิทธิ์ ตลอดจน จุติ ไกรฤกษ์ แม่บ้านพรรคคนใหม่ ต้องปาดเหงื่อเวลานี้คือ “ท่อน้ำเลี้ยง​“ ที่เหือดแห้งมานานจนสมาชิกเหี่ยวเฉาไปตามๆ กัน

ลำพังแค่เงินหมุนเวียนที่ใช้ขับเคลื่อนที่ทำการพรรค ตลอดจนสาขาพรรค ที่ผ่านมาก็ได้เงินกองทุนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเงินบริจาคจากอดีต สส.ที่ถูกมัดมือหักจากเงินเดือนมาเป็นเงินกองกลาง และเงินบริจาคจากบรรดาแม่ยก แฟนคลับ ตลอดจนผู้มีอุปการคุณ จนสามารถหล่อเลี้ยงระบบให้เดินหน้าต่อไปได้

แต่หลังจากรัฐประหารผ่านมาเกือบสองปี ทุกอย่างถูกแช่แข็งจนกลไกเริ่มเดินสะดุด รายจ่ายยังคงมีอยู่เช่นเดิม แต่รายรับกลับไม่มีเข้ามา ปัญหาย่อมมีแต่จะกองสุมหนักขึ้นหากยังไม่สามารถแก้ไขได้

ไม่จบแค่นั้น เมื่อ “รอยร้าว” ในประชาธิปัตย์กำลังขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ทั้งแผลเก่า-แผลใหม่ ต่างประดังประเดเข้ามาจนภายในพรรคระส่ำหนัก

​เริ่มตั้งแต่ “แผลเก่า” ที่ประกาศแยกกันเดินกับ กปปส. ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นแผน “แยกกันเดิน ร่วมกันตี” แต่มาวันนี้ชัดเจนว่าเส้นทางของ กปปส.กับประชาธิปัตย์ยังมีความแตกต่างในหลายจุด

​ดังจะเห็นจากท่าทีของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งประกาศวางมือทางการเมือง แต่ยังมีบทบาทอยู่ในแวดวงการเมืองกับบทบาทประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ พร้อมจุดยืนที่สนับสนุน คสช.แบบสุดตัว เพื่อให้สานต่อการปฏิรูปไปจนถึงฝั่ง ​

ต่างจากประชาธิปัตย์​ที่ออกมาคัดค้านเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญหลายต่อหลายครั้ง รวมทั้งออกโรงกระทุ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนงำโครงการอุทยานราชภักดิ์ลาออกเพื่อสร้างบรรทัดฐาน

นับวันช่องว่างระหว่าง กปปส.และประชาธิปัตย์ จึงยิ่งห่างออกไปทุกที สมาชิกซึ่งเคยลาออกไปเคลื่อนไหวข้างถนนค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย มาจนวันนี้ยังถูกตีกันจนบางส่วนไม่อาจกลับเข้ามาร่วมหัวจมท้ายกับประชาธิปัตย์เหมือนเดิม

อีกด้านหนึ่งยังมีแรงกระเพื่อมที่จะพยายามเดินเกมเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคเพื่อสลายขั้วอำนาจ แต่สุดท้ายแผนนี้ก็ต้องถูกพับไปเมื่อเครือข่ายเดิมก็ยังเหนียวแน่นและไม่เห็นตัวเลือกที่ดีกว่าเดิม ​

กระทั่งต่อมาต้องซ้ำเติมด้วย “แผลใหม่” กับศึกภายในระหว่างประชาธิปัตย์และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งนับวันมีแต่จะหนักข้อมากขึ้น โดยเฉพาะภายหลัง วิลาศ จันทร์พิทักษ์ ผนึกกำลัง วัชระ เพชรทองเปิดฉากถล่มเงื่อนงำความไม่โปร่งใสใน กทม.ไปหลายชุด ไล่มาตั้งแต่เรื่องการจัดซื้อรถดูดไขมัน มาจนถึงล่าสุดการจัดซื้อเปียโนของโรงเรียนใน กทม.

ทั้งหมดเป็นปรากฏการณ์ “หยิกเล็บเจ็บเนื้อ” ​ยิ่งถล่ม ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร มากเท่าไหร่ ​สุดท้ายแรงเสียดทานต่างๆ ย่อมย้อนกลับมายัง​ประชาธิปัตย์ ในฐานะต้นสังกัดอย่างไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบ หรือพยายามโยนให้เป็นเรื่องส่วนตัวของ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ุ ได้

แต่สุดท้ายแผลยากเกินจะเยียวยาสัมพันธ์ระหว่าง กทม​.และประชาธิปัตย์ขาดสะบั้น เมื่อประชาธิปัตย์ต้องงัดไม้ตายขอเปิดช่องประชุมพรรค พร้อมขู่ใช้มติพรรคขับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ พ้นตำแหน่งรองหัวหน้าและสมาชิกพรรค หวังบีบให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กลับมาเดินตามทิศทางที่พรรคต้องการ

หลังจากก่อนหน้านี้ความพยายามต่อสายเข้าไปไกล่เกลี่ยปัญหาหลายรอบของอภิสิทธิ์ถูกตัดขาด พร้อมกับสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้นลงอย่างไม่อาจเยียวยา

การเลือกไม้แข็งกับปฏิบัติการ​ “ตัดอวัยวะเพื่อรักษาร่างกาย” อย่างไม่มีทางเลือกนั้น จึงยิ่งทำให้รอยร้าวในพรรคบานปลายหนักขึ้น

ที่สำคัญย่อมกระทบไปถึงฐานเสียง กทม.ของพรรค ที่จะต้องสั่นคลอนมากขึ้นนอกเหนือไปจากผลงานอันย่ำแย่ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา

สอดรับกระแสข่าวการตั้งพรรคทางเลือกใหม่ที่ดึงอดีต กปปส.ส่วนหนึ่งมาเสริมทีม เพราะอย่าลืมว่าสัมพันธ์ระหว่างสุเทพ กับสุขุมพันธ์ุนั้นแนบแน่นมายาวนาน เมื่อ 4 ปีก่อนยังเคยดันสุขุมพันธุ์มาลงรักษาแชมป์ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากในพรรครุนแรง

ศึกภายนอกในวันนี้อาจไม่หนักหนาสักเท่าไหร่ แต่สำหรับศึกในวันนี้ของประชาธิปัตย์ดูจะหนักหนาและทำให้แต่ละก้าวย่างนับจากนี้ลำบากมากยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทุบราคาน้ำมัน ‘กลุ่มดีเซล’ ลิตรละ 2.56  บาท 'เบนซิน’ ลิตรละ 2.51 บาท มีผลพรุ่งนี้!

ทุบราคาน้ำมัน ‘กลุ่มดีเซล’ ลิตรละ 2.56 บาท 'เบนซิน’ ลิตรละ 2.51 บาท มีผลพรุ่งนี้!