posttoday

"รัฐแก้ไขเรื่องน้ำไม่ถูกจุด เหตุนายกฯถูกหลอก" ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล

10 กุมภาพันธ์ 2559

"ผมติดตามดูหลายเรื่องแล้ว โคตรสงสารนายกฯเลย ท่านตั้งใจทำงาน ลุยเต็มที่ แต่ มือไม้ที่ท่านใช้หลายคนต้องปรับปรุง โดยเฉพาะระบบราชการ ไม่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง"

โดย...สิทธิณี  ห่วงนาค

หลายพื้นที่ในไทยกำลังจะเผชิญภัยแล้งอย่างหนักในปีนี้ เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนในหลายเขื่อนเหลือน้อยจนอยู่ในระดับที่น่าห่วง ขณะที่รัฐบาลเองก็มีนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ที่จะเดินหน้าหลายโครงการเพื่อที่จะรับมือและแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น

ในฐานะที่ทำงานเกี่ยวกับโครงการน้ำมานาน ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล  เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ ให้สัมภาษณ์กับโพสต์ทูเดย์ว่า การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ หรือน้ำท่วม จะไม่ได้รับความสำเร็จหากไม่ได้ความร่วมมือจากประชาชนและแผนงานโครงการต้องมาจากข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริง

เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ กล่าวว่า หลาย10 ปีที่ทำงานตามเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงงานในพื้นที่โครงการหลวง โครงการพระราชดำริ   ทำให้มองเห็นว่า  เป็นตัวอย่างของการบูรณาการหน่วยงานที่แท้จริง เพราะพระองค์ทรงพาทำงาน รับฟัง พิเคราะห์  สังเคราะห์ก่อนออกมาเป็นงาน และหากเรายึดแนวทางของพระองค์ บูรณาการกัน ฟังความเห็นทุกภาคส่วนและยึดประโยชน์ประชาชนและชาติเป็นใหญ่ ทุกอย่างจะสำเร็จ

"คนทั่วไปมักมองว่า เพราะเป็นในหลวง งานถึงสำเร็จ อันนี้ผมขอยกตัวอย่างว่า ที่มูลนิธิไปทำงานที่ต่างประเทศ เอาองค์ความรู้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ไปทำ ทั้งเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ ก็ประสบความสำเร็จทั้งที่เมียนมา อัฟกานิสถาน ทั้งหมดสำเร็จเพราะแนวพระราชดำริของพระองค์ คือ เข้าใจ เข้าถึงและไปพัฒนา ตามที่ท้องถิ่นต้องการ ซึ่งหากรัฐบาลทุกรัฐบาลยึดเอาแนวทางนี้งานทุกอย่างสำเร็จ"

ม.ร.ว.ดิศนัดดา กล่าวอีกว่า โครงการยุทธศาสตร์น้ำของรัฐบาลที่ผ่านมา เริ่มต้นไม่ได้บูรณาการ แต่เป็นการวางโครงการมาจากภาครัฐบาล โดยเหตุผลว่า ผ่านการศึกษาและหน่วยราชการแล้ว แต่ปัญหาคือ ประชาชนต้องการหรือไม่ และที่สำคัญคือ เมื่อทำแล้วโครงการสามารถเก็บน้ำได้จริงหรือบรรเทาอุทกภัยได้หรือไม่

ปัญหาจึงเกิดว่า สร้างอ่างเก็บน้ำแล้ว เก็บน้ำไม่ได้หรือ ไม่มีน้ำเก็บ บ่อบาดาลขุดแล้วแห้งเพราะพื้นที่ไม่เหมาะสม   ซึ่งเกิดก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะมา แต่ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ก็พบว่า ในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์น้ำที่ผ่านมา จากที่ได้ติดตามพบว่า ในหลายโครงการไม่ตรงกับความต้องการจริงของพื้นที่ เพราะหน่วยราชการให้ข้อมูล ไม่หมด  ให้ข้อมูลไม่จริง ทำให้การตัดสินที่ออกมาอาจไม่ได้ประโยชน์ 100% จึงจะเห็นว่าหลายปัญหาที่รัฐบาลนี้พยายามแก้ทำไม ถึงติดๆขัดๆ

"ในคณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติที่นายกฯเป็นประธาน ผมติดตามดูหลายเรื่องแล้ว โคตรสงสารนายกฯเลย ท่านตั้งใจทำงาน ลุยเต็มที่ แต่ มือไม้ที่ท่านใช้หลายคนต้องปรับปรุง โดยเฉพาะระบบราชการ  ไม่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง หลายโครงการยังเป็นผลการศึกษาเก่า ที่มาถึงปัจจุบันใช้ไม่ได้ ต้องปรับปรุง โครงการแหล่งน้ำหลายโครงการไม่จำเป็น  เพราะขาดระบบส่งน้ำ  เป็นต้น ในขณะที่แหล่งน้ำที่จำเป็นต้องเร่งทำ กลับผิดที่ผิดทาง"ม.ร.ว.ดิศนัดดา กล่าว

ม.ร.ว.ดิศนัดดา ยังไล่เลียงถึงการวางแนวทางแก้ปัญหาน้ำว่า การแก้ไขปัญหาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญในระดับต้นๆ เพราะคนในภาคนี้มีจำนวนมากและยากจนกว่าภาคอื่น  ในขณะที่มีปริมาณฝนตกมากถึง  7 แสนล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม. ) แต่มีแหล่งน้ำเก็บได้เพียง 10 %  ทำให้เกษตรกรในพื้นที่นี้ทำการเกษตรได้น้อย ปลูกข้าวโดยน้ำฝนปีละ  1 ครั้งหลังจากนั้นไม่มีอะไรทำ จึงต้องเข้าเมืองหางานทำ หากมีน้ำประชาชนจะอยู่ในพื้นที่ทำมาหากิน ไม่ทิ้งครอบครัว และลดปัญหาสังคม แต่ด้วยสภาพพื้นที่ไม่สามารถทำโครงการขนาดใหญ่ได้   ต้องปรับมาเป็นแหล่งน้ำขนาดเล็ก กระจายให้ทั่วทั้งแก้มลิงและเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (อ่างพวง)

"ไม่ต้องเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ แต่เน้นการกระจายให้ทั่วถึง หากเราสร้างแหล่งน้ำให้เขาได้ ประชาชนจะมีรายได้เพิ่มทุกครัวเรือน เศรษฐกิจก็หมุนไปเอง เพราะทุกคนมีเงินในมือเพิ่ม ซึ่งรูปแบบแหล่งน้ำที่ผมหมายถึงคือ การสร้างแก้มลิง และอ่างพวงให้กระจาย ในพื้นที่ชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้แม่น้ำสายหลักที่เมื่อน้ำมากก็ล้นอ่าง  ล้นบ่อ และลามไปท่วม หลังจากนั้นลงแม่น้ำโขง น่าเสียดาย พื้นที่ลักษณะนี้ท้องถิ่นคือจังหวัดต้องเข้าไปทำร่วมกรมชลประทานว่าเราจะทำแหล่งเก็บน้ำเพิ่มตรงไหนได้บ้าง ไม่ใช่รอให้ส่วนกลางคิดลงมาเพียงฝ่ายเดียว  คนในท้องถิ่นต้องช่วยตัวเองกันด้วย ซึ่งหากผู้ว่าราชการจังหวัดไหนไม่สนใจดูแล ผมว่า ไม่ควรจะเป็นผู้ว่าฯต่อไป"

สำหรับแม่น้ำเจ้าพระยา แหล่งน้ำต้นทุนขนาดใหญ่ แต่การใช้น้ำสิ้นเปลือง ควรต้องมีการทบทวนกันใหม่ทั้งหมด ทั้งการปลูกพืช การบริหารจัดการน้ำ  ซึ่งเห็นว่าเรื่องนี้ต้องยกเป็นวาระสำคัญของชาติ ชวนคนทั้งหมด ทุกภาคส่วนมาคุยกันว่า ต่อไปเราจะร่วมกันใช้น้ำอย่างไร  และวางเป็นแผนงานไว้ ไม่ว่ารัฐบาลไหนมาก็ต้องทำ

"ตั้งแต่การปลูกข้าว เราจะปลูกกันแบบไม่สนใจตลาด ไม่สนใจเพื่อนบ้าน และไม่สนใจต่อน้ำต้นทุนต่อไปคงไม่ได้แล้ว เพราะสุดท้ายน้ำมีไว้เพื่อทุกคน แต่จะบริหารอย่างไรให้ วินวินทุกฝ่าย ผมเห็นว่าต่อไป ต้องมีแผนใช้น้ำที่ประชาชน และกลุ่มผู้ใช้น้ำต้องมามีส่วนร่วมด้วย  และสังคมช่วยกันคุมไม่ใช่ให้รัฐกำชะตาชีวิตไว้ทั้งหมด"ม.ร.ว.ดิศนัดดา กล่าว

ข่าวล่าสุด

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค. 69