posttoday

ปิดบัญชีจำนำข้าวไม่ลง สะเทือนคดีหาคนรับผิด

24 กุมภาพันธ์ 2559

โครงการรับจำนำข้าวกำลังมีปัญหาปิดบัญชีไม่ได้ ถือเป็นวิบากกรรมของประเทศ เพราะรัฐบาลที่ผ่านมาใช้เงินในโครงการรับจำนำข้าวไปกว่า 8 แสนล้านบาท

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โครงการรับจำนำข้าวกำลังมีปัญหาปิดบัญชีไม่ได้ ถือเป็นวิบากกรรมของประเทศ เพราะรัฐบาลที่ผ่านมาใช้เงินในโครงการรับจำนำข้าวไปกว่า 8 แสนล้านบาท แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถทำบัญชีให้เป็นมาตรฐานสากลให้เห็นได้ว่าการดำเนินการที่ผ่านมามีผลขาดทุนเสียหายไปเท่าไหร่

โครงการรับจำนำข้าวมีการปิดบัญชีได้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2557 ขณะนั้นมีผลขาดทุน 7 แสนล้านบาท แยกเป็น 11 โครงการก่อนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขาดทุน 1.63 แสนล้านบาท และอีก 4 โครงการสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขาดทุนอีก 5.36 แสนล้านบาท และยังพบว่ามีข้าวหายไปหลายแสนตัน จนต้องฟ้องร้องดำเนินคดี

สำหรับการปิดบัญชีรอบวันที่ 30 ก.ย. 2558 มีการตั้งเป้าปิดให้ได้ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2558 ที่ผ่านมา แต่ก็ปิดไม่ลง ลากมาจนถึงต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ก็ยังปิดบัญชีไม่ได้ เนื่องจากข้อมูลข้าวยังมีปัญหาตัวเลขไม่ตรงกัน โดยเฉพาะข้าวที่หายไปจากโครงการนี้ว่ามีจำนวนเท่าไรกันแน่ เพราะองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ยังไม่ยอมส่งตัวเลขให้กับกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อที่ให้กรมการค้าต่างประเทศนำส่งให้คณะทำงาน

ปัญหาหลักมาจาก อคส. ผู้ดำเนินการรับจำนำข้าวส่วนใหญ่ ส่วน อ.ต.ก.เป็นผู้รับจำนำข้าวส่วนน้อย จุดอ่อนไหวคือบัญชีข้าวที่ไม่ตรงกับปริมาณข้าวที่มีอยู่จริง ทำให้กระทรวงพาณิชย์ออกมาชี้แจงว่า ไม่มีข้าวหายในการปิดบัญชีในรอบวันที่ 30 ก.ย. 2558 ซึ่งไม่มีใครติดใจ เพราะข้าวที่หายไปอยู่ในการปิดบัญชีรอบวันที่ 30 ก.ย. 2557 และเป็นตัวเลขที่อนุกรรมการฯ ต้องการอย่างมาก เพื่อจะได้ทราบปริมาณแท้จริงของข้าวที่หายไป

นอกจากนี้ การตีคุณภาพข้าวก็มีผลต่อการตีราคาตลาดเพื่อปิดบัญชีอย่างมาก เพราะข้าวมากกว่าครึ่งเป็นข้าวที่ไม่มีคุณภาพ เป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่ทั้ง อคส.และ อ.ต.ก.จะต้องแจงให้ได้ เพราะมีผลต่อการขาดทุนในโครงการรับจำนำทั้งสิ้น

คณะทำงานปิดบัญชีข้าว เปิดเผยว่า หากปิดบัญชีจำนำข้าวล่าสุดไม่ได้ จะส่งผลกระทบกับการฟ้องร้องผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งศาลคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอยู่ระหว่างการพิจารณา รวมถึงการเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ที่มีคณะกรรมการรับผิดทางแพ่งที่อยู่ระหว่างการพิจารณา

การฟ้องร้อง และการเรียกค่าเสียหาย ต้องมีการอ้างอิงถึงตัวเลขขาดทุนจากการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวดังกล่าว หากการปิดล่าช้าหรือไม่ได้มาตรฐาน การเก็บข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจจะเป็นจุดอ่อนให้จำเลยนำไปต่อสู้ในศาล จนทำให้รัฐเกิดการเสียเปรียบ ไม่สามารถเอาผิดหรือฟ้องเรียกค่าเสียหายได้

เรื่องดังกล่าว อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ให้ความสำคัญอย่างมาก ได้สั่งการ สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการปิดบัญชี ให้ปิดจุดอ่อนการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวให้ได้มาตรฐานสากลทางบัญชี เพราะหากทำถูกตั้งแต่ต้น การนำข้อมูลจากการปิดบัญชีข้าวไปใช้ต่อจะไม่มีปัญหา อนุกรรมการฯ จึงเชิญตัวแทนจากสภาวิชาชีพบัญชีเข้ามาช่วยปิดบัญชีทุกขั้นตอน รวมทั้งตรวจสอบตัวเลขปริมาณข้าวที่ อคส.และ อ.ต.ก.จะส่งมาด้วย โดยเฉพาะการตีมูลค่าข้าวที่หายว่าจะต้องลงบัญชีขาดทุนอย่างไร เพื่อให้เป็นจริงมากที่สุด

สมชัย ระบุว่า จะต้องประชุมปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวให้ได้ภายในเดือนนี้ เนื่องจากล่าช้ามามากแล้ว และอนุกรรมการต้องรายงานผลการปิดบัญชีล่าสุดให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานรับทราบเพื่อแก้ไขปัญหาขาดทุนและการปิดบัญชีรวดเร็วขึ้นกว่าปัจจุบัน

การเร่งปิดบัญชีโครงการรับจำนำล่าช้า ไม่ได้กระทบกับคดีความฟ้องร้องและเรียกค่าเสียหายยังดำเนินการอยู่เท่านั้น แต่ยังทำให้รัฐบาลไม่รู้ถึงความเสียหายที่แท้จริงอีกด้วย ทำให้การแก้ไขปัญหาหนี้จากโครงการรับจำนำข้าวไม่มีประสิทธิภาพ เพราะไม่สามารถวางแผนระบายข้าวได้มีประสิทธิภาพ ไม่ได้เงินมาชำระหนี้จากโครงการรับจำนำข้าว โดย ธ.ก.ส.ยังเป็นหนี้จากการกู้เงินไปใช้ในโครงการนี้กว่า 5 แสนล้านบาท ต้องเสียดอกเบี้ยปีละไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท และย้อนมาเป็นภาระรัฐบาลต้องเสียเงินงบประมาณจ่ายทุกปี กลายเป็นยอดขาดทุนสะสมอยู่ในบัญชีรับจำนำข้าว โดยที่ผ่านมาเสียดอกเบี้ยไปแล้ว 3 ปี เป็นเงินถึง 4.5 หมื่นล้านบาท และหากไม่รีบหาคนมารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น อีกไม่กี่ปีประเทศก็ต้องเสียดอกเบี้ย 1 แสนล้านบาท

การปิดบัญชีรับจำนำข้าวล่าช้า นอกจากส่งผลกระทบต่อการเงินการคลัง รวมถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศแล้ว ยังจะกระทบกับการฟ้องร้องหาคนรับผิดและชดใช้ค่าเสียหาย ประเทศชาติเสียหายทั้งขึ้นทั้งล่อง

อนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวจึงต้องมีความเด็ดขาด ไม่ปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อไปนานกว่านี้ หากไม่แก้ปัญหาเสียตอนนี้ การปิดบัญชีข้าวรอบใหม่วันที่ 30 ก.ย. 2559 ที่จะมาถึงอีกไม่กี่เดือนก็จะเกิดปัญหาซ้ำซากเช่นนี้อีก

ข่าวล่าสุด

รีบาวด์แรง! หุ้นไทยปิดบวกกว่า 13 จุด แรงซื้อบิ๊กแคปหนุน ทุนต่างชาติเริ่มไหลเข้าเอเชีย