23 พฤษภาคม 2555 เวลา 01:10 น.
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
โดยระบุว่า นางภิกษุณีหมดสาบสูญเชื้อสายมานานแล้ว... ซึ่งในประเด็นดังกล่าวนี้เช่นเดียวกัน ถ้าเป็นความชัดเจนโดยพระธรรมวินัยแล้วว่า ถูกต้องทุกประการกับมติของคณะสงฆ์ไทย เรื่องดังกล่าวนี้ควรยุติลงตั้งแต่ ณ บัดนี้ ไม่ควรที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยกขึ้นมาให้เป็นปัญหาอันนำไปสู่ความรุกรานสถาบันพระพุทธศาสนา และทำให้พระพุทธศาสนาเศร้าหมองโดยมิควร... โดยเฉพาะการเกิดจากบุคคลที่อ้างว่ามีศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา และอ้างว่าตนเองเป็นชาวพุทธ เรื่องนี้พุทธศาสนิกชนจึงไม่ควรยินดีและไม่ควรยินยอมให้เกิดปัญหาภาระดังกล่าวนี้สืบไปให้เป็นที่ระคายเคืองต่อพระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนา จึงควรอย่างยิ่งที่จะได้พร้อมใจกันกลับมาศึกษาในทั้งสองประเด็นปัญหาดังกล่าวอย่างแท้จริง เพื่อจะได้หาหนทางออกจากปัญหาดังกล่าวอย่างสร้างสรรค์สืบต่อไป
คุณสามารถอ่านข่าวย้อนหลังทั้งหมดได้ เพียงสมัครสมาชิกพรีเมียม
คุณ ultraman: 09 ก.พ. 2555 ,13:31 น.
คำว่าสิทธิตาม กฎหมาย ญ อยากทำอะไรก็เชิญ แต่ในพระพุทธศาสนา ไม่มีภิกษุณีนานแล้ว ครับ คุณธรรมไม่ได้อยู่ที่เครื่องนุ่งห่ม การปฎิบัติธรรมก็ไม่ได้มีข้อห้าม เป็นภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ไม่ต่างกัน ต่างกันตรงศีลที่จะรักษา อยากเป็นภิกษุณีรักษาศีล 311ข้อ ทำ ได้หรือเปล่า ภิกษุทั้งประเทศมีกี่รูปที่รักษาศีล 227 โดยไม่ด่างพร้อย เฮ้อ