06 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13:40 น.
รบจริงได้ใจ กับ ธนานันท์ วิไลลักษณ์ หัวเรือใหญ่ สามารถ ไอ-โมบาย
ธนานันท์ วิไลลักษณ์
เจอหน้า “ธนานันท์ วิไลลักษณ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย ในงาน ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2010 ได้โอกาสถามถึงทิศทางการทำตลาดของไอ-โมบาย ในปีนี้ หลังจากเปิดให้บริการโมบาย เวอร์ชวล เน็ตเวิร์ค (เอ็มวีเอ็นโอ) ตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา คำตอบแรกที่ได้ที่นิยามความเป็น ไอ-โมบายคือ “ครบจริงได้ใจ ต้องไอ-โมบายเท่านั้น”
ธนานันท์ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดเครื่องในปีนี้ เครื่อง 2จี ยังเป็นตลาดหลัก มีสัดส่วนไม่ต่ำว่า 75% และถึงแม้จะขายเครื่อง 3จี ได้ ก็ใช่ว่า ผู้ใช้จะใช้บริการ 3จี ดังนั้น แม้ว่าไอ-โมบาย จะเปิดบริการ 3จี แล้ว แต่ก็ยังคงเน้นทำตลาดเครื่อง 2จี เป็นหลัก โดยจะเปิดตัวโทรศัพท์ใหม่ไม่ต่ำกว่า 40 รุ่นในปีนี้ และจะเป็นรุ่นที่รองรับ 3จี โดยเฉพาะ ไม่ต่ำกว่า 15 รุ่น และทุกรุ่น จะมีครบทุกความต้องการนอกจากรองรับ 3จี แล้ว จะสามารถดูทีวี, ฟังเพลง, ถ่ายรูป, ใช้ 2 ซิม หรือแชทกับเพื่อนๆ ได้
แต่ถ้าถามถึงไฮไลท์เด่น ที่จะเป็นเรือธงในครึ่งปีแรก ธนานันท์ บอกว่า ต้องรุ่น ไอ-โมบาย 858 ที่ใช้ระบบ แอนดรอยด์ 2.0 มีหน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว ดูทีวีได้ ราคาประมาณ 11,000 บาท ซี่งเหตุผลที่เลือกระบบปฏิบัติการของแอนดรอยด์ เพราะมีความเสถียรสูง สามารถดาวน์โหลดคอนเทนต์หรืออัพเกรด ได้ดีกว่าระบบอื่นๆ เตรียมวางตลาดในอีก 2 – 4 สัปดาห์ข้างหน้า ถือว่าจะออกมารับกับตลาดสมาร์ตโฟนที่เติบโตในปีนี้ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ไอ-โมบาย จะทยอยเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นอื่นๆ ออกมาอีก ในระดับราคา 5,000 – 6,000 บาท มาช่วยกระตุ้นตลาดสมาร์ตโฟนให้เติบโตมากขึ้นอีกด้วย
ส่วนประเด็น 3จี ไอ-โมบาย ตั้งเป้าลูกค้า 2 แสนรายในปีนี้ โดยเตรียมขยายศูนย์บริการ และพัฒนาศูนย์บริการเพิ่มในปีนี้ เน้นในเขตกรุงเทพและปริมณฑลที่มีอยู่ในเขตให้บริการ แต่ก็ต้องขึ้นกับการขยายโครงข่ายของ ทีโอที ให้ครอบคลุมมากขึ้น จะทำให้การขยายการตลาดทำได้ง่ายขึ้นด้วย
การแข่งขันในตลาดเครื่องมือถือจะรุนแรงสักเพียงใด และความครบจริงได้ใจของ ไอ-โมบาย ที่ “ธนานันท์ วิไลลักษณ์” วางแนวทางไว้ จะชิงส่วนแบ่งตลาดจากอินเตอร์แบรนด์ ได้มากน้อยขนาดไหน มารอดูกัน