03 กันยายน 2553 เวลา 13:34 น.ข่าว » ธุรกิจ-ตลาด

ไทยยังขาดแคลนแรงงานฝีมือกว่า8 หมื่นคน

กระทรวงแรงงานเผยไทยขาดแคลนแรงงานฝีมือ 7-8 หมื่นคน เร่งจัดอบรมป้อนแรงงานเขาสู่อุตสาหกรรมแก้ปัญหาระยะสั้น พร้อมลงนามร่วม 3 กระทรวงแก้ปัญหาขาดแรงงานภาคอุตฯ ผลิตคนให้ตรงความต้องการ

นายสมชาย ชุมรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ด้านแรงงานของไทยในปัจจุบันมีอัตราการว่างงานอยู่ที่ระดับ 1.2% หรือคิดเป็น 4 แสนคน ซึ่งถือเป็นอัตราในระดับปกติของไทย ประกอบกับขณะนี้แนวโน้มเศรษฐกิจของไทยเริ่มดีขึ้น ปัญหาการว่างงานก็น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดี แต่ก็ยังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานอยู่ โดยส่วนที่มีการขาดแคลนมากที่สุดคือ แรงงานฝีมือด้านเทคนิก ที่ขณะนี้ขาดแคลนอยู่กว่า 7-8 หมื่นคน ขณะที่แรงงานไร้ฝีมือยังมีแรงงานต่างด้านเข้ามาทดแทนได้อยู่ แต่ก็ไม่สามารถพึ่งพาได้เต็มที่ เพราะแรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่ทำงานในเมืองไทยแค่ระยะสั้น

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้เร่งแก้ปัญหาในส่วนนี้อยู่ โดยจัดให้มีการฝึกอบรมแรงงานระยะสั้นให้ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม แต่ก็ยังมีปัญหาด้านงบประมาณทำให้ไม่สามารถฝึกแรงงานได้เพียงพอ ตลอดจนแรงงานที่เข้ารับการฝึกอบรม เมื่อฝึกเสร็จแล้วก็ไม่ได้เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมโดยตรง แต่ไม่ทำงานในประเภทอื่นๆ แทน เช่น ด้านบริการ  เป็นต้น

ในอนาคตจึงต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบทั้งด้านกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้สามารถผลิตแรงงานได้เหมาะสม และเพียงพอต่อความต้องการมากขึ้น

“จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทย ที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) จะขยายตัว 7%จะทำให้การว่างงานลดลง โดยคาดว่าในเดือนส.ค. การว่างงานจะลดลงต่ำกว่า 1.2%% แต่ภาพรวมทั้งปีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.2%” นายสมชาย กล่าว

ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องการให้มีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำให้เหมาะสมกับการพัฒนาของไทย กระทรวงแรงงานก้พร้อมที่จะปฏิบัติตาม ซึ่งในปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมจ่ายค่าแรงงานให้พนักงานในระดับที่สูงกว่าค่าแรงงานขั้นต่ำอยู่แล้ว เพราะสถานประกอบการแต่ละแห่งจะมีสวัสดิการ เช่น ที่พัก เครื่องแบบ ให้แก่พนักงานรวมอยู่ด้วย

แหล่งข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ผลิตภาพแรงงาน หรือความสามารถในการผลิตของแรงงานไทย เฉลี่ยแต่ละปีจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ไม่สูง ซึ่งอาจจะส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้แรงงานที่มีฝีมือ เช่น ยานยนต์ สิ่งทอ อาหาร เป็นต้น ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการส่งออก ซึ่งในอนาคตจะต้องมีการตั้งเป้าการพัฒนาแรงงาน โดยจัดลำดับความสำคัญในการพัฒนาแรงงานของแต่ละอุตสาหกรรมให้ชัดเจน เพื่อให้ภาคธุรกิจมีประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น แต่จากการสอบถามนักลงทุนส่วนมใหญ่ก็ยังพอใจกับแรงงานไทยอยู่

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรวม.อุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนามข้อตกลงเพื่อแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อสนับสนุนการจัดหากำลังคน และจัดเตรียมคนให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

คำอธิบายเพิ่มเติม เนื่องจากระบบอีเมล์หรือบริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (เช่น Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (เช่น Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับการโพส URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับได้ ทีมงานโพสต์ทูเดย์ดอทคอมจึงทำ URL ย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ ในเว็บนี้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์ได้ทันที ประโยชน์ของ URL ภาษาไทย

  1. คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้ ?

  2. คุณ dokmai: นร ที่จบใหม่ ก็มากนะ ทำไมไม่มาทำตรงนี้ 22 ส.ค. 2553 ,23:48 น.

  3. คุณ v00v: ไม่พอ 24 ก.ค. 2553 ,19:32 น.

  4. คุณ navarat: ถ้าคนไทยยังไม่กระตือรือร้นหนักเอาเบาสู้ อนาคตแรงงานต่างชาติล้นเมืองไทยเมื่อไหร่ ชาวไทยลำบากกว่านี้อีกทวีคูณ ทุกวันนี้แรงงานพม่า เขมร อยู่เมืองไทยเป็นหลักล้านไม่ใช่หรือ 09 ก.ค. 2553 ,21:27 น.

  5. คุณ panya: อบรมเยอะ ๆ หน่อยครับจะได้มีคนมีฝีมือมาพัฒนาชาติ 09 ก.ค. 2553 ,21:05 น.

  6. คุณ farsai: เห็นด้วยกับคุณ patricia ค่ะ ถ้าหากเด็กไทยใฝ่ความรู้ ตู่คุณธรรม ไม่ไปตีกัน ฆ่า กัน ประเทศไทยคงจะมีประชากรแรงงานที่มีคุณภาพป้อนจลาดแรงงานได้มากกว่านี้ค่ะ 09 ก.ค. 2553 ,21:04 น.

  7. คุณ patricia: น้องๆช่างกล เด็กแวนซ์ ทั้งหลาย เลิกตีกันเลิกซิ่งได้แล้ว งานดีๆมีรออยู่ข้างหน้าอีกเพียบ มัวแต่ทำตัวไร้สาระไปวันๆ ไม่ได้ประโยชน์ สู้ตั้งใจเรียนหนังสือ ฝึกอบรม จะได้มีงานทำ ครอบครัวไม่ลำบาก ประเทศชาติก็เจริญรุ่งเรืองด้วย 09 ก.ค. 2553 ,17:48 น.

  8. คุณ ryuken: จริงหรือนี่ ??? 09 ก.ค. 2553 ,16:58 น.

โพลออนไลน์

คุณเห็นด้วยหรือไม่ถ้าหากกรณีพื้นที่พิพาทรอบปราสาทเขาพระวิหารจะลงเอย โดยเป็นพื้นที่ร่วมพัฒนาระหว่างเขมร และ ไทย

  • 47.6%

  • 33.3%

  • 19.1%