03 กันยายน 2553 เวลา 13:41 น.ข่าว » การเมือง

พจมานแถลงศาลรวยพันล้าน ก่อนทักษิณเป็นนายกฯ

ประเด็น: คดียึดทรัพย์ทักษิณ , คดียึดทรัพย์ทักษิณ ,

พจมานส่งทนายความยื่นแถลงปิดคดียึดทรัพย์ต่อศาลฎีกาฯนักการเมือง เผยรวยเป็นพันล้านบาทก่อนทักษิณเป็นนายกฯ

นายสมพร พงษ์สุวรรณ ทนายความคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมเสมียนทนายความ เดินทางไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อยื่นคำแถลงปิดคดี พร้อมระบุว่า วันนี้ได้ยื่นคำแถลงปิดคดีใน 16 ประเด็นเพื่อแก้ข้อกล่าวหาของอัยการ โดยเสนอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นในการยึดทรัพย์ใหม่ และยืนยันว่า คุณหญิงพจมานมีทรัพย์สินเป็นที่ดิน ธนบัตร และเงินสด กว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งได้มาก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเข้าดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ

ส่วนประเด็นการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทั่วไปของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งข้อกล่าวหาที่อัยการกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ตำแหน่งเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของครอบครัว ใน 5 ข้อหานั้น ได้มีการยื่นคำแถลงแก้ข้อกล่าวหาไปแล้วก่อนหน้านี้

ขณะที่นายวิโรจน์ ดุษฎี อัยการประจำกรม สำนักงานคดีพิเศษ นำคำแถลงปิดคดีในส่วนของอัยการมายื่นแล้วเช่นกัน พร้อมปฏิเสธตอบคำถามใดๆ ต่อสื่อมวลชน

วานนี้ ( 8 ก.พ.) นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล รองอธิบดีอัยการคดีพิเศษ คณะทำงานอัยการคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวจำนวน 7.6 หมื่นล้านบาท กล่าวว่า การยื่นคำแถลงปิดคดีว่า คณะทำงานเตรียมยื่นคำแถลงปิดคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 9 ก.พ. ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นที่ยื่นแถลงปิดคดีจะเปิดเผยได้แต่ต้องรอยื่นต่อศาลฎีกาฯให้เสร็จสิ้นก่อน

***รายละเอียดคำแถลงปิดคดี คุณหญิงพจมาน  ดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งยื่นคัดค้านต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรวม 16 ประเด็น

-  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ไม่ได้ถือหุ้นบริษัทชินคอร์ปผ่านบุตร ญาติพี่น้อง เพราะโอนขายหุ้นจำนวน 69,300,000 หุ้นราคาหุ้นละ 10 บาทให้แก่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายและนายบรรณพจน์ ดามาพงษ์ พี่ชายบุญธรรม ไปตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2543 ก่อน พ.ต.ท.ทักษิณเข้าสู่การเมือง

- พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานมีเจตนาโอนซื้อขายหุ้นชินคอร์ปให้นายพานทองแท้และนายบรรณพจน์จริงโดยมีหลักฐานเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินชำระค่าซื้อหุ้นชินคอร์ปซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณได้ใช้เป็นหลักฐาน

ในการแจ้งรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.ในปี 2544 หรือก่อนเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การกล่าวหาว่าไม่ได้โอนขายหุ้นชินคอร์ปกันจริงถือเป็นการคาดเดาหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง

- คุณหญิงพจมานยืนยันว่าได้รับชำระเงินค่าซื้อหุ้นชินคอร์ปตามตั๋วสัญญาใช้เงิน 4 ฉบับจากนายพานทองแท้เป็นจำนวนเงิน 5,056,348,840 บาท และไม่ได้เป็นการรับเงินชำระหนี้ค่าหุ้นเกินกว่ามูลหนี้ที่แท้จริงตาม คตส.กล่าวหา

- การขายหุ้นชินคอร์ปให้นายพานทองแท้นายบรรณพจน์เพียงหุ้นละ 10 บาทต่ำกว่าราคาที่ซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงราคาหุ้นละ 15 บาท  เป็นเพราะซื้อขายกันระหว่างแม่กับลูก ซึ่งได้ตกลงซื้อขายในราคาทุนหรือราคาพาร์ของหุ้นแต่ละตัว ส่วนนายบรรณพจน์ก็ขายให้ในฐานะเกื้อกูลกันมาตั้งแต่เด็กและนายบรรณพจน์ร่วมก่อตั้งชินคอร์ป

- กรณีหลังโอนขายหุ้นให้นายพานทองแท้แล้ว  น.ส.พิณทองทา บุตรสาว เข้าซื้อหุ้นชินคอร์ปต่อจากนายพานทองแท้โดยคุณหญิงพจมานจ่ายเช็ดชำระค่าหุ้นให้นายพานทองแท้ แต่เงินนั้นถูกโอนกลับเข้าบัญชีคุณหญิงพจมาน ประเด็นนี้ น.ส.พิณทองทา เบิกความยืนยันว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่คุณหญิงพจมานให้ในวันเกิด 17 เม.ย. 2545 จำนวน 370,000,000 บาทจึงนำไปซื้อหุ้นจากพี่ชายซึ่งต้องการให้ลงทุนร่วมจึงแบ่งขายหุ้นให้

- กรณีข้อกล่าวหา น.ส.พิณทองทา ถือหุ้นชินคอร์ปแทนคุณหญิงพจมานและรับเงินปันผลจากชินคอร์ป 485,829,800 บาทส่งให้คุณหญิงพจมานโดยทำเป็นจ่ายค่าซื้อหุ้นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ 5 บริษัทจากบริษัท วินมาร์ค จำกัด  ประเด็นนี้ นายมาห์มู๊ด  โมฮัมหมัด อัล  อันซารี เจ้าของวินมาร์คให้การศาลดูไบรับรองคำให้การยืนยันว่า เป็นเจ้าของวินมาร์คที่แท้จริงแต่เพียงผู้เดียว ซื้อหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จาก พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานในปี 2543 และรับโอนหุ้นชินคอร์ปมาจากธนาคาร UBS AG สิงคโปร์ในปี 2544 วินมาร์ค จึงไม่ใช่เป็นบริษัทของคุณหญิงพจมานและ พ.ต.ท.ทักษิณ

- กรณีบุตร และญาติพี่น้องรับเงินปันผลหุ้นชินคอร์ปแล้วโอนเข้าบัญชีคุณหญิงพจมานซึ่งเป็นเจ้าของหุ้นที่แท้จริง ประเด็นนี้ นายพานทองแท้ น.ส.พิณทองทา นายบรรณพจน์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นเจ้าของหุ้นชินคอร์ปแสดงบัญชีเงินฝากส่วนตัวว่าได้รับเงินปันผลและนำเงินไปใช้จ่ายตลอด ไม่ได้โอนให้คุณหญิงพจมาน

- กรณีข้อกล่าวหานายบรรณพจน์ซื้อหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 68,090,050 ในปี 2542โดยคุณหญิงพจมานเป็นผู้จ่ายเงินชำระค่าหุ้น และไม่ปรากฏหลักฐานว่านายบรรณพจน์ได้ชำระเงินค่าหุ้นนั้นคืนคุณหญิงพจมาน ประเด็นนี้ชี้แจ้งว่า นายบรรณพจน์ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนแต่เงินไม่พอจึงขอยืมเงินคุณหญิงพจมานโดยออกตั๋วสัญญาใช้เงินชำระหนี้เงินยืมและได้ชำระแล้วเป็นจำนวน 450,385,225 บาท ดังนั้นสิทธิในหุ้นเพิ่มทุนนี้จึงเป็นของนายบรรณพจน์ ไม่ใช่ของคุณหญิงพจมาน

- กรณีนายบรรณพจน์ได้รับเงินปันผลจากชินคอร์ปแล้วโอนชำระหนี้ให้คุณหญิงพจมาน450,385,225  แต่ยังมียอดเงิน 1,296,446,033 เก็บไว้ในบัญชีนายบรรณพจน์ตลอดมา เพราะหุ้นชินคอร์ปเป็นกรรมสิทธิ์ของนายบรรณพจน์ เงินปันผลจึงตกเป็นของนายบรรณพจน์ ส่วนเงินที่นำมาชำระก็เป็นเงินชำระหนี้ที่ยืมไปซื้อหุ้นเพิ่มทุนในปี 2542 มิใช่ส่งเงินปันผลคืนเจ้าของหุ้นตัวจริงตามข้อกล่าวหา

- กรณีเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 49 พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานรวมหุ้นชินคอร์ปและเทขายให้กองทุนเทมาเส็ก มีการฝากเงินขายหุ้นและเงินปันผลไว้ในบัญชีส่วนตัวของนายบรรณพจน์ ซึ่งทยอยโอนมายังกิจการต่างๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน  ประเด็นนี้ชี้แจงว่า นายบรรณพจน์เป็นเพียงผู้รวบรวมขายหุ้นชินคอร์ปให้กองทุนเทมาเส็กแล้วนำเงินขายหุ้นโอนให้เจ้าของหุ้นแต่ละคน พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

-กรณีนายบรรณพจน์ออกตั๋วสัญญาใช้เงินชำระค่าหุ้นชินคอร์ปมูลค่า 102,135,225 บาทเมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2542 ให้คุณหญิงพจมานย้อนหลัง เพราะในขณะออกตั๋วยังไม่ได้เป็นคุณหญิง  ข้อเท็จจริงเป็นเพราะตั๋วสัญญาใบเดิมที่ยังใช้คำว่า นางพจมานสูญหาย นายบรรณพจน์จึงออกให้ใหม่ขณะนั้นได้รับพระราชทานเป็นคุณหญิงพอดี

- กรณีนายแก้วสรร  อติโพธิ คตส.ระบุว่าการดำเนินคดีร่ำรวยผิดปกติเพราะพบหลักฐานเอกสารซึ่งได้จากนางกาญจนาภา  หงส์เหิน เลขานุการคุณหญิงพจมานนำส่งใบรับฝากหุ้นชินคอร์ปของแอมเพิลริชที่ธนาคาร

ยูบีเอสดูแล และพบว่าผู้มีอำนาจลงนามคือ ที-ชินวัตร ประเด็นนี้เห็นว่า นายแก้วสรรมีอคติและเป็นปฏิปักษ์ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะนางกาญจนาภาส่งหลักฐานให้เพื่อยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้จัดตั้งและมีอำนาจลงนาม

ในแอมเพิลริชในช่วงปี 2542 ก่อนเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งต่อมาได้โอนขายหุ้นแอมเพิลริชให้นายพานทองแท้ในวันที่ 1 ธ.ค. 2543 พ.ต.ท.ทักษิณจึงไม่ใช่เจ้าของหุ้นแอมเพิลริช

-กรณีข้อกล่าวหาว่าทรัพย์สินของคุณหญิงพจมานเป็นทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือร่ำรวยผิดปกติ คุณหญิงพจมานยืนยันว่า ทรัพย์สินทั้งหมดเป็นทรัพย์สินที่ พ.ต.ท.ทักษิณยื่นต่อ ป.ป.ช.ปี 2544 -2550 และยื่นบัญชีทรัพย์สินในส่วนของคุณหญิงพจมานในฐานะคู่สมรสด้วยและภายหลังถูกรัฐประหารทรัพย์สินของคุณหญิงพจมานไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่แจ้ง ป.ป.ช.จนมีลักษณะร่ำรวยเพิ่มขึ้นหรือลดลงจนผิดปกติแต่อย่างใด

-กรณีข้อกล่าวหาว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นร่ำรวยผิดปกติมาจากการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ได้ชี้แจ้งให้ศาลเห็นแล้วว่าทรัพย์สินมีมาก่อน พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี  และจำหน่ายจ่ายโอนหุ้นชินคอร์ปไปตั้งแต่ 1 ก.ย. 2543 จึงไม่มีทรัพย์สินใดที่ได้มาโดยไม่สมควรสืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่

-กรณีกล่าวหาว่าคุณหญิงพจมานแม้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่เป็นคู่สมรสซึ่งรู้เห็นการกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณโดยตลอด ทรัพย์ของคุณหญิงพจมานจึงเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงขอให้ยึดเงินได้จากการขายหุ้นจำนวน 70,864,879,416 บาทและเงินปันผลจำนวน 7,011,716,983 บาท นั้นคุณหญิงพจมานให้การว่า ไม่เคยเห็นด้วยกับการเล่นการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ และระหว่างสามีเป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยเข้าไปให้ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้แก่ชินคอร์ปหรือบริษัทในเครือ

- ข้อเท็จจริงโดยสรุป หุ้นชินคอร์ป มีอัตราขึ้นลงตามสภาวะเศรษฐกิจและตลาดหลักทรัพย์ ราคาที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงของหุ้นจึงเป็นไปตามปกติ มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องที่ได้มาโดยไม่สมควรสืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ของ พ.ต.ท.ทักษิณโดยไม่สมควรแต่อย่างใด การที่อัยการสูงสุดร้องขอให้ยึดเงินจากการขายหุ้นชินคอร์ปให้แก่กลุ่มกองทุนเทมาเส็ก และเงินปันผลให้ตกเป็นของแผ่นดินจึงเป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และหุ้นดังกล่าวไม่ใช่ของ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน จึงไม่สามารถยึดเงินดังกล่าวให้ตกเป็นของแผ่นดินได้ตามกฎหมาย จึงขอให้ศาลยกคำร้องและมีคำสั่งเพิกถอนอายัดเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของคุณหญิงพจมาน.

***รายละเอียดคำแถลงปิดคดีของนายจุลสิงห์  วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ในคดียึดทรัพย์7.6หมื่นล้านบาท

คำแถลงปิดคดียึดทรัพย์ของนายจุลสิงห์  วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด รวม 121 หน้าสรุปว่าคดีนี้อัยการร้องขอให้ศาลยึดทรัพย์สิน พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร ซึ่งร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน สืบเนื่องจาก ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี 2 วาระ ในวันที่  9 ก.พ. 44  และวันที่ 9 มี.ค.  48 ได้ปกปิดการถือหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัดมหาชน จำนวน 1,419,490,150 หุ้นเป็นเงินจำนวน76,621,603,061.05 บาท ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงแต่ปกปิดและอำพรางหุ้นไว้ ในชื่อนายพานทองแท้  น.ส.พิณทองทา  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ถือหุ้นแทน  นอกจากนั้นยังได้ทรัพย์สินมาจากการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมเป็นกรณีได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควร สืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ อันเป็นการร่ำรวยผิดปกติ

โดยหุ้นชินคอร์ป 48 % ที่ขายให้กับกองทุนเทมาเส็กเป็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานและ พ.ต.ท.ทักษิณไม่แสดงรายการหุ้นดังกล่าวต่อ ปปช. ซึ่งต่อมาวันที่ 23 ม.ค. 49 พ.ต.ท.ทักษิณได้ขายหุ้นให้แก่ กลุ่มกองทุนเทมาเส็ก โดยมีบริษัท ซีดาร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด และ บริษัทแอสแพน โฮลดิ้งส์ จำกัด เป็นผู้ซื้อจำนวน 69,722,880,932.05 บาท และตั้งแต่ปี 46-48 ชินคอร์ป ได้จ่ายเงินปันผลเป็นเงิน 6,898,722,129 บาท รวมเป็นเงินที่ได้รับจากหุ้นทั้งหมดจำนวน 76,621,603,061.05 บาท ซึ่งทรัพย์ดังกล่าวเป็นการได้มาโดยไม่สมควร

นอกจากนี้ จากพยานหลักฐานยังฟังได้ว่า บริษัทวินมาร์ค และบริษัทแอมเพิลริช เป็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยให้บุตรและเครือญาติถือหุ้นแทน โดยการซื้อขายกันนั้นเป็นราคาต้นทุนที่ซื้อขายต่ำกว่าราคาตลาดเป็นอันมาก และการซื้อขายจะไม่มีการชำระเงินจากผู้ซื้ออย่างแท้จริง แต่จะใช้วิธียืมเงินผู้ขายหรือ ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน โดยเงินปันผลทั้งหมดต้องส่งคืนให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานทั้งหมด

ระหว่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรียังได้เอื้อประโยชน์แก่ชินคอร์ปและบริษัทในเครือ 5 กรณีคือ 1.การแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต  2.การแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ปรับลดอัตราส่วนแบ่ง รายได้จากให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงิน 3.การแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่ออนุญาตให้ใช้เครือข่ายร่วม(Roaming) และให้หักค่าใช้จ่ายจากรายรับและกรณีการปรับลดอัตราค่าใช้เครือข่ายร่วม เป็นการเอื้อประโยชน์แก่ชินคอร์ปและเอไอเอส4.ละเว้น อนุมัติ ส่งเสริม สนับสนุนธุรกิจดาวเทียม ตามสัญญาดำเนินกิจการ ดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศโดยมิชอบหลายกรณี เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ชินคอร์ปและบริษัทชินแซท 5.กรณีอนุมัติให้รัฐบาลพม่า กู้เงินจำนวน 4,000,000,000 บาท จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(เอ็กซิมแบงก์) เพื่อนำไปซื้อสินค้าและบริการของบริษัทชินแซท

มาตรการเอื้อประโยชน์ธุรกิจบริษัทชินคอร์ปฯทั้ง 5 ประการล้วนแต่มีลักษณะไม่สมเหตุผล บิดเบือนหลีกเลี่ยงขั้นตอนการตรวจสอบของกฎหมาย สร้างความเสียหายต่อส่วนรวมอย่างร้ายแรง จนทำให้วินิจฉัยได้ว่า เป็นประโยชน์โดยมิชอบที่ฝ่ายบริหารซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ดูแลรับผิดชอบ จงใจเอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจของตนโดยเฉพาะ ส่วนผู้คัดค้านทั้ง 22 คนซึ่งถูก คตส.สั่งอายัดทรัพย์สินไว้จำนวน 73,667,987,902.60 บาท พร้อมดอกผล ซึ่งได้รับแจ้งยืนยันสามารถอายัดเงินและทรัพย์สินไว้ได้บางส่วนรวมเป็นเงิน66,762,927,024.25 บาท ผู้คัดค้านที่ 1 - 6 , 9 -16 , 18 และ 20 – 22 ต่างเบิกความประกอบการไต่สวนว่า เป็นทรัพย์สินที่ได้รับจาก พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานตามที่ คตส.มีมติว่าเป็นทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ และให้ร้องขอศาลสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินคดีนี้จริง จึงขอศาลมีคำสั่งให้ผู้ครอบครองทรัพย์สินดังกล่าว

ส่งเงินหรือทรัพย์สินที่ คตส.อายัดไว้ให้แก่กระทรวงการคลัง ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงขอศาลโปรดพิจารณามีคำสั่งยกคำคัดค้านของพ.ต.ท.ทักษิณ และผู้คัดค้านจำนวน 76,621,603,061.05 บาท พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน
 

คำอธิบายเพิ่มเติม เนื่องจากระบบอีเมล์หรือบริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (เช่น Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (เช่น Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับการโพส URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับได้ ทีมงานโพสต์ทูเดย์ดอทคอมจึงทำ URL ย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ ในเว็บนี้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์ได้ทันที ประโยชน์ของ URL ภาษาไทย

  1. คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้ ?

  2. คุณ vat: สุดท้ายก็ได้เท่าที่มีมา 30 ส.ค. 2553 ,22:33 น.

  3. คุณ anniemaki: ตอนนี้รวยแสนล้านและ เหนื่อยไหม กินอิ่มเลย 29 ก.ค. 2553 ,14:07 น.

  4. คุณ anniemaki: รวยมาก่อน แต่ไม่เคยพอ 29 ก.ค. 2553 ,14:03 น.

  5. คุณ neosmith: ก่อนเป็นนายกฯ รวยเป็นพันล้าน และหลังจากเป็นนายกฯ ค่อยรวยเป็นแสน ล้านใช่มั้ยละครับ 29 มิ.ย. 2553 ,19:00 น.

  6. คุณ eakanit: คุณกาญจนาภาอ้าง ทำหลักฐานการซื้อขายหุ้นร่วม400ล้านกว่าบาทหายถือว่าสำคัญมาก ว่า กันตามตรง ไม่ว่าจะบริษัทไหนคุณกาญจนาภาโดนไล่ออกแน่นอน แต่นี้ทำไมคุณหญิงถึงยังจ้าง เป็นเลฃาอยู่ได้ตั้งนานจนถึงวันนี้ล่ะครับ ลองคิดดูดีๆครับ คุณหญิง? 12 ก.พ. 2553 ,10:41 น.

  7. คุณ newpolitic: ขบวนการฟอกเงิน แฝงหุ้น ซุกหุ้น ต้องไปอ่านในเวป กรุงเทพธุรกิจ มันเป็นฉบวน การฉ้อฉลชนิด ทิ้งหลักฐานให้ตามจับจนมุมในหลักฐานชนิดที่ นช ทักษิณ น้ำตา ตกใน เพราะโจรย่อมทิ้งล่องลอยหลักฐานเสมอ 10 ก.พ. 2553 ,08:43 น.

  8. คุณ newpolitic: คห ที่บอกว่า ยึด 7.6 หมื่นล้านทั้งหมดมิได้นั้น ขอให้ไปศึกษา กฏหมายให้ ถ่องแท้เสียก่อนเด้อ หรือรู้ทั้งรู้ เขียนเพื่อเฉไฉให้สังคมเขว แต่โลกไปไกลเกิน กว่า ที่ใครจะพูดอะไร ก็พูดได้ทั้งนั้น และยังคิดว่า ปชช มันคงโง่ เขียนอะไร สังคมก็เชื่อแน่ ๆ แล้วละก็ มันเป็นการตกยุคตกสมัยหรือเปล่า เพราะฉะนั้นต้องไป อ่านที่นี่ http://www.democrat.or.th/ebook/yellow.pdf 10 ก.พ. 2553 ,08:40 น.

  9. คุณ skwork: ปฏิวัติกระแสการทำรายได้ที่ยิ่งใหญ่แห่งปี 2009 -2010 สุดยอดการสร้างรายได้ 10,000+ 20,000+ จนถึง 100,000 บาท ทำรายได้ให้คุณแบบ ไม่หยุด หย่อน แม้คุณจะหยุดทำ!! ด้วยการทำเงินบน Internet 100%สร้างรายได้เต็ม รูปแบบวันนี้ มันง่ายที่จะสร้างรายได้มหาศาลด้วยการเริ่มธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตของคุณ เอง แม้กระทั่งคุณจะเป็นมือใหม่ก็ตาม !!! โอกาสเดียวที่จะทำเงินจากผู้ใช้ Internet ทั่วโลก เราไม่สนว่าคุณเป็นใคร แค่ใช้ internet เป็นก็มีสิทธิ์สร้าง รายได้ 50,000 บาท ได้ง่ายๆ ทุกคนก็ทำได้ !ลักษณะธุรกิจของเรา ดูรายละเอียด เพิ่มเติมจากLinkด้านล่างคับ http://www.21millionaire.com/index.php? userid=skwork 10 ก.พ. 2553 ,06:24 น.

  10. คุณ eengub: ปล้นทรัพย์กลางอากาศยังไม่เกิดขึ้น แต่ปล้นชาติเกิดขึ้นแล้ว สีีแสนกว่าล้าน ...วันที่ 31ธัน วาของทุกปีเป็นวันหยุึดราชการ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ถือเป็นธรรมเนียมเลยทีเดียว ครั้งหนึ่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ครม โดยทักษิณเป็นนายกฯยุคนั้นบอกให้ วันที่ 31ธันวาึฃคมปีนั้น เป็นวันทำงาน ผลนะหรือ เมีย นายกฯ ซื้อที่ดินรัชดา ได้ราคาถูกไง 09 ก.พ. 2553 ,23:07 น.

  11. คุณ m.1: หนึ่งในประเด็นนี้ถ้าหากวินิจฉัยว่าเป็นทรัพย์สินของนายกทักษิณ ได้มารวมจำนวน 7.6 หมื่นล้าน ไม่อาจยึดได้ทั้งหมดได้ เนื่องจากเป็นสินสมรสหามาร่วมกัน ซึ่งคุณ หญิงมีส่วนอยู่ครึ่งหนึ่งตามกฎหมาย ก่อนที่จะทำการหย่า นั้นเพราะคุณหญิงมิได้มีความ ผิดตามกฎหมายใดๆทั้งสิ้นที่ผ่านมา...หากยึดทรัพย์ทั้งหมดมันจึงไม่มีความถูก ต้องอยู่แล้ว.เหอะๆ จับตามองดูมาตราฐานคำตัดสินแล้วกัน!! หรือว่านี่มันคือการปล้น ทรัพย์สินกลางอากาศ!! 09 ก.พ. 2553 ,22:13 น.

  12.  1 |  2 | หน้าถัดไป | หน้าสุดท้าย

โพลออนไลน์

คุณเห็นด้วยหรือไม่ถ้าหากกรณีพื้นที่พิพาทรอบปราสาทเขาพระวิหารจะลงเอย โดยเป็นพื้นที่ร่วมพัฒนาระหว่างเขมร และ ไทย

  • 47.6%

  • 33.3%

  • 19.1%